หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ผลกระทบต่อประเทศไทยหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน?

17 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 6523)
 
โดย  สันติพจน์  กลับดี
 
 
                                   
 
ถ้าพิจารณาองค์ประกอบของระบบเศรษฐกิจว่าประกอบด้วยภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ ภาครัฐบาล และภาคต่างประเทศแล้ว การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับผลจากความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) และผลจากความตกลงด้านการลงทุนของอาเซียน (ASEAN Comprehensive Investment Agreement: ACIA) ที่เกิดขึ้นคาดว่าจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ของไทยดังนี้ คือ
 
1. ผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำลงจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางการค้าภายในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น รวมถึงการเบี่ยงเบนทางการค้าจากประเทศนอกกลุ่มมาสู่ประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้นด้วย
 
2. นักลงทุนไทยจะไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่ระบุไว้ในความตกลง คือ สาขาเกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ และบริการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากจะได้รับแรงจูงใจและได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรี การคุ้มครอง การอำนวยความสะดวก และการส่งเสริมการลงทุน จากประเทศอาเซียนต่าง ๆ ที่ทำความตกลงร่วมกัน เช่น
การได้รับการปฏิบัติและได้สิทธิเหมือนกับนักลงทุนในประเทศนั้น ๆ
- การได้รับการชดเชยค่าเสียหาย เคลื่อนย้ายเงินทุนได้อย่างเสรี
- การขออนุญาตเข้าไปลงทุนจะทำได้ง่ายขึ้น มีการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง มีการจัดตั้งจุดบริการเบ็ดเสร็จสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน
- การได้รับการส่งเสริม การพัฒนาในฐานะที่เป็นนักลงทุนอาเซียน
 
3. ผู้ส่งออกไทยจะส่งสินค้าไปยังประเทศสมาชิกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และในทำนองเดียวกัน ผู้นำเข้าไทยที่นำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนก็จะนำเข้าสินค้าเข้ามาได้ต้นทุนที่ต่ำลงทั้งในส่วนของสินค้าขั้นกลางและสินค้าขั้นสุดท้ายต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่จะต่ำลงแล้ว ยังจะส่งผลต่อผู้บริโภค ชาวไทยดังที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1
 
4. ภาครัฐบาล เมื่อมองเฉพาะผลกระทบจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเป็นผู้เสียรายได้จากการเก็บภาษีสินค้าเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียน
 
นอกจากผลต่อผู้บริโภค นักลงทุน ผู้ทำการค้าระหว่างประเทศ และภาครัฐบาลดังกล่าว เชื่อว่าหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการไปแล้วประชาชนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนจะติดต่อค้าขายไปมาหาสู่กันมากขึ้น ทั้งด้านการท่องเที่ยว การโยกย้ายแรงงาน การศึกษา การรักษาพยาบาล ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับผลดีไปด้วย เช่น ในด้านการท่องเที่ยว จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รถนำเที่ยว ร้านขายสินค้าของที่ระลึกฯลฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม การที่ไทยจะได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างต่อเนื่องจริงจังกันหรือไม่รวมถึงมีการใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์หรือปกป้องประเทศของตนเองกันมากน้อยขนาดไหน เช่น ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิก ลดอัตราภาษีสินค้าระหว่างกันตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนไปแล้วก็ตาม แต่ถ้าบางประเทศยังมีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในรูปแบบต่าง ๆ กันต่อไปก็จะทำให้ไทยไม่ได้รับประโยชน์ทางการค้าเท่าที่ควร เช่น
 
- มีการกำหนดมาตรการกึ่งภาษี
- มีการควบคุมทางการเงิน
- มีการควบคุมการออกใบอนุญาต
- มีการควบคุมปริมาณนำเข้า
รวมถึงการใช้มาตรการทางเทคนิคต่าง ๆ เช่น
- การมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องหมาย ฉลาก และการบรรจุหีบห่อ
- การมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการทดสอบและการตรวจสอบด้านสุขอนามัย
- การมีข้อกำหนดโดยวัตถุประสงค์หรือข้ออ้างเกี่ยวกับ
o มาตรฐานอุตสาหกรรม
o มาตรฐานคุณภาพ
o มาตรฐานด้านสุขอนามัย
o ข้อบังคับเกี่ยวกับสุขภาพ สุขอนามัย
 
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุน ถึงแม้ว่านักลงทุนจากประเทศไทยจะได้รับโอกาสในการเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ มากขึ้นก็จริง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านักลงทุนจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียนก็จะได้รับโอกาสเหมือน ๆ กัน นั่นคือนักลงทุนไทยที่ออกไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนก็ต้องแข่งขันกับนักลงทุนจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมากขึ้นด้วย ในทางกลับกันนักลงทุนที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยก็จะมีคู่แข่งที่เป็นนักลงทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ เข้ามาแข่งขันมากขึ้นด้วยเช่นกัน
 
การเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงจะส่งผลต่อประเทศไทยทั้งทางบวกและทางลบทั้งด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด นอกจากจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อตกลงที่ทำกันไว้การกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจจะยังมีการนำมาใช้กันมากขึ้น และสภาพการแข่งขันในด้านการลงทุนที่มากขึ้นแล้ว การวิเคราะห์ตนเองเพื่อนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก เชิงรับ เชิงป้องกัน และเชิงแก้ไข ของหน่วยเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยในครั้งนี้
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์