หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
โอกาสและความท้าทายของห่วงโซ่มูลค่าอาเซียน

17 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 1858)

เมื่อพิจารณาห่วงโซ่การผลิตในอาเซียนจะพบว่า ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีการค้าระหว่างประเทศภายในภูมิภาคยุโรปสูงสุด ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชีย ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมีผลดีต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และช่วยลดต้นทุนในการผลิต
 
อย่างไรก็ดี การพัฒนาด้านการศึกษาและอบรมในอุตสาหกรรมนี้อาจส่งผลลบต่อการค้า เนื่องจากการพัฒนาแรงงานมีผลต่อค่าจ้างแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยให้สามารถตอบสนองต่อพัฒนาการทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกสำหรับการค้าในอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการค้าชิ้นส่วนรถยนต์และการส่งออกให้ประเทศผู้ประกอบรถยนต์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้น การพัฒนาด้านปัจจัยพื้นฐานโดยเฉพาะแรงงานฝีมือจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศผู้นำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเพื่อนำไปประกอบต่อ
 
ทั้งนี้ ผลจากการเพิ่มปัจจัยด้านสถาบันพบว่า คุณภาพของกฎเกณฑ์และหลักนิติธรรมของแต่ละประเทศจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ความแตกต่างระหว่างกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศด้านต่าง ๆ เป็นผลลบต่อการค้าระหว่างประเทศจากความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจและปัจจัยการผลิตของประเทศอาเซียน แต่มีอาณาเขตที่ใกล้ชิดกันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญทำให้เกิดห่วงโซ่มูลค่าในอาเซียน
 
ซึ่งจากการประเมินความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอาเซียนจากอุตสาหกรรมตัวอย่างที่คัดเลือกมาทั้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนพบว่า ไม่มีประเทศใดเลยที่มีความสามารถในการแข่งขันในทุกขั้นตอนการผลิต ขณะที่หากประเทศอาเซียนรวมตัวกันจะมีความสามารถในการแข่งขันที่ครอบคลุมกว่าในการผลิต ขณะเดียวกันผลการศึกษาจาก Gravity Model พบว่า การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าในอาเซียนให้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงยกระดับไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและอุปสรรคทั้งจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ การขาดแคลนแรงงาน และกฎระเบียบที่ยุ่งยากและซับซ้อน
 
ดังนั้น เพื่อให้สินค้าของอาเซียนสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดโลกและยกระดับไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น อาเซียนจำเป็นต้องดำเนินการในหลายเรื่องที่จะเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่เศรษฐกิจ ดังนี้
1. ตระหนักถึงศักยภาพของอาเซียน รวมถึงพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการยกระดับการผลิตในอาเซียน อาเซียนควรตระหนักถึงจุดแข็งของแต่ละประเทศ และร่วมมือกันสร้างห่วงโซ่การผลิตในฐานะหุ้นส่วนของอาเซียนมากกว่าที่จะแข่งขันกันเอง พัฒนาปัจจัยที่จะช่วยยกระดับการผลิตในอาเซียนไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น
 
2. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างถนน สนามบิน และท่าเรือ เพื่อให้เพียงพอในการรองรับปริมาณการค้าที่จะเพิ่มขึ้น และช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง เพราะระดับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนนั้นยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว (Advanced Economies) โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นการพัฒนาต่อจากโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อทางด้านคมนาคมกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (Physical Connectivity) ที่มีอยู่แล้ว อาทิ North-South Corridor เชื่อมโยงจีนตอนใต้กับเมียนมา ลาว และไทย และนโยบาย One Belt One Road เพื่อเชื่อมโยงจีนกับประเทศต่าง ๆ
 
3. พัฒนาความเชื่อมโยงเชิงสถาบัน (Institutional Connectivity) เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกิจ โดยการร่วมมือกันระหว่างประเทศในอาเซียนเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ทางด้านการค้าต่าง ๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือให้มีความเป็นสากลผ่านเวทีความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ ASEAN Economic Community (AEC) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปแบบของการลดภาษีระหว่างประเทศอาเซียน และการจัดทำ ASEAN Single Window ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนในการผ่านศุลกากรระหว่างประเทศอาเซียน
 
4. เตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งในภูมิภาคและในโลก โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อาทิ การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานของจีน ซึ่งอาเซียนที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำอาจได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสินค้าราคาถูกบางส่วนออกจากจีน (2) การเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง ในอาเซียน ซึ่ง Asian Development Bank (ADB) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 65 ภายในปี 2030 ขณะเดียวกันประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนก็จำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ดีเพื่อรักษาอุปสงค์และการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมถึงเพื่อให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในอนาคต
 
 
 
ไพลิน ผลิตวานนท์ และคณะสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
โพสต์ทูเดย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์