หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
โอกาสและอุปสรรคด้านการลงทุนฟิลิปปินส์

10 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 12695)
 
 
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากตลาดในประเทศที่มีจำนวนประชากรเกือบ 100 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ในกลุ่มอาเซียน (รองจากอินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์) โดยชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและมีค่าจ้างแรงงานไม่สูงมากนัก อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติและสินแร่อยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงสัตว์น้ำและพืชผลการเกษตรต่าง ๆ
 
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังได้มีการจัดทำแผนส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ในช่วงปี 2553 - 2557 (Philippines Investments Promotional Plan : PIPP) กำหนดภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน 8 ประเภท ได้แก่ การเกษตร บริการธุรกิจรับจ้างบริหารระบบธุรกิจและบริการโทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานและการผลิตกระแสไฟฟ้า โลจิสติกส์ เหมืองแร่ การต่อเรือและการท่องเที่ยว สำหรับอุตสาหกรรมของไทยที่มีศักยภาพในการลงทุนในฟิลิปปินส์ ได้แก่ การแปรรูปสินค้าเกษตรและประมง เหมืองแร่และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน การก่อสร้าง และธุรกิจโรงพยาบาล เป็นต้น
 
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT) ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
จุดแข็ง (Strengths)
- เป็นตลาดที่มีศักยภาพในเชิงปริมาณ เนื่องจากมีจำนวนประชากรมากเกือบ 100 ล้านคน ซึ่งมากเป็นลำดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ของอาเซียน
- ที่ตั้งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างอาเซียนกับเอเชียตะวันออก (จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นเส้นทางผ่านของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ
- แรงงานทั่วไปมีความสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และยังมีค่าจ้างแรงงานที่ไม่สูงนัก
- มีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานต่างประเทศและนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศ
- เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสินแร่ มีปริมาณแร่ทองแดง ทองคำ และโครเมียม มากติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และมีสายแร่อื่น ๆ เช่น นิกเกิล เงิน ถ่านหิน ยิปซัม หินปูน หินอ่อน ดินขาว และฟอสเฟต เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างอุดมสมบูรณ์และมีพืชผลการเกษตรต่าง ๆ อีกมากมาย
 
 
จุดอ่อน (Weaknesses)
- บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานยังมีไม่เพียงพอเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ยังขาดความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจหลายด้าน อาทิ เส้นทางคมนาคม ท่าเรือ สนามบิน ระบบโลจิสติกส์ และระบบไฟฟ้า เป็นต้น
- ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้
- ยังคงมีปัญหาการก่อการร้ายและการแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ
 
  
 
โอกาส (Opportunities)
- สินค้าไทยค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งมีโอกาสสำหรับการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าได้ และเนื่องจากฟิลิปปินส์มีจำนวนประชากรมากโดยผู้มีรายได้ระดับปานกลางเริ่มมีมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับสินค้าของไทยที่มีคุณภาพดีและราคาปานกลาง
- มีการจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการลงทุน โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนในเขตพื้นที่ดังกล่าว
- สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีผลผลิตการเกษตรและประมงอุดมสมบูรณ์แต่ยังขาดแคลนทักษะและเทคโนโลยีในการแปรรูปอาหารที่มีประสิทธิภาพ
- สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาฟิลิปปินส์มากที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากอาเซียนยังมีไม่มากนัก
 
อุปสรรค (Threats)
- ระบบราชการของฟิลิปปินส์ยังขาดประสิทธิภาพ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอยู่เสมอ การติดต่อราชการมีความยุ่งยาก มีกฎระเบียบและขั้นตอนดำเนินงานที่เข้มงวด อีกทั้งยังมีปัญหาการคอรัปชั่นในทุกระดับ ทั้งภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่
- การดำเนินธุรกิจในฟิลิปปินส์มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและขนส่งในประเทศค่อนข้างสูง เนื่องจากการเดินทางและการขนส่งสินค้าข้ามเมืองไม่สะดวก อาจต้องใช้เวลานาน และยังต้องระวังปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- สหภาพแรงงานของฟิลิปปินส์มีความแข็งแกร่งและมีบทบาทมากทำให้นักลงทุนอาจต้องเผชิญกับการเรียกร้องค่าจ้างแรงงานและสวัสดิการเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์