หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
โอกาสการลงทุนในสิงคโปร์

8 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 5784)
 
 
กฎหมายการลงทุนของสิงคโปร์เอื้อประโยชน์ต่อผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก อาทิ การไม่มีกำหนดขั้นต่ำของเงินลงทุน ไม่มีข้อกำหนดการถือครองกรรมสิทธ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ รวมถึงเปิดเสรีการโอนเงินตราต่างประเทศและผลกำไรในการประกอบธุรกิจออกนอกประเทศ
 
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการลงทุนในลักษณะตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและต้องใช้การทำวิจัย (Research & Development) มักจะได้รับการทาบทามขอเป็นหุ้นส่วนจากองค์กรของรัฐบาล (Government Link) แต่มีธุรกิจบางประเภทที่จำกัดสัดส่วนการลงทุน อาทิ การกระจายเสียงและการจัดสรรคลื่นความถี่ (สูงสุดไม่เกินร้อยละ 49) กิจการด้านหนังสือพิมพ์ (ไม่เกินร้อยละ 5) และกิจการที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ได้แก่ ธุรกิจด้านกฎหมายและการประกอบอาชีพ ทนายความรวมถึงบางสาขาที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิสาหกิจของรัฐ
 
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง รัฐบาลสิงคโปร์ให้การสนับสนุนด้านการคิดค้น/วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ สิงคโปร์ได้รับประโยชน์และโอกาสทางเศรษฐกิจจากการเจริญเติบโตของประเทศจีนและอินเดีย
 
 
อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการลงทุน
ธุรกิจที่ไทยลงทุนในสิงคโปร์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการเป็นคู่ค้ากับสิงคโปร์มากกว่าการเข้าไปลงทุนโดยตรง และเนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ของสิงคโปร์ ดังนั้น ธุรกิจที่ควรลงทุนจึงเป็นด้านธุรกิจบริการ อาทิ
 
1. ธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและธุรกิจสปา เป็นธุรกิจขนาดเล็กและอาศัยความชำนาญของผู้ประกอบการไทย สำหรับธุรกิจอาหารไทยมุ่งให้บริการที่สอดคล้องกับรสนิยมของชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวเนื่องจากตั้งอยู่ในแหล่งการค้า ส่วนบริการสปาเต็มรูปแบบในสิงคโปร์เน้นให้บริการโดยพนักงานไทย จะอยู่ในแหล่งสถานที่บันเทิงทำให้ดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี
 
2. ธุรกิจขนาดใหญ่ที่อาศัยความเป็นศูนย์กลางของสิงคโปร์ เช่น ธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยธนาคารพาณิชย์ของไทยที่เข้าไปให้บริการทั้งในรูปแบบ Foreign Full Bank และ Offshore Bank โดยตั้งอยู่บริเวณแหล่งธุรกิจ สำหรับธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมีและอโรมาติกปัจจุบันธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในโครงการ Jurong Aromatics Corporation บนเกาะจูรง ซึ่งจะมีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์อโรมาติกกว่า 1.5 ล้านตันต่อปี และน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 2.5 ล้านตันต่อปี
 
โอกาสในการลงทุนก่อตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดการบริโภคในประเทศอาจไม่โดดเด่นเท่ากับประเทศอาเซียนอื่น ๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดตลาดของสิงคโปร์ที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้น การลงทุนของผู้ประกอบการไทยอาจมุ่งเน้นเพื่อการใช้สิงคโปร์เป็นฐานการกระจายสินค้าของไทยให้กว้างขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่นในธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร ธุรกิจสปา เป็นต้น
 
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ไทยอาจอาศัยความชำนาญและความได้เปรียบจากการเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคของสิงคโปร์ ร่วมลงทุนในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญและมีเทคโนโลยีและความสามารถในการจัดการสูง การเข้าไปร่วมลงทุนเพื่อให้ได้รับประโยชน์ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีควบคู่กับผลประกอบการที่ดี ธุรกิจที่อาศัยเทคโนโลยีในการผลิต เช่น การผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ เป็นต้น
 
สิงคโปร์มีความชำนาญในการผลิตสินค้าที่ต้องอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งมีศักยภาพของธุรกิจไบโอเมดิคัลที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การร่วมลงทุนจะส่งเสริมให้ไทยอาศัยความชำนาญและตลาดของสิงคโปร์เป็นช่องทางในการเข้าสู่ตลาดโลก
 
 
 
อุปสรรคการลงทุน
1. ตลาดผู้บริโภคมีขนาดเล็ก สินค้าไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงกับประเทศคู่ค้าสำคัญ ๆ อื่น ๆ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดียและจีน อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหาร เสื้อผ้า เครื่องประดับของใช้ในครัวเรือนจากไทยยังเป็นที่นิยมในตลาดสิงคโปร์
 
2. การนำเข้าสินค้าบางรายการ ได้แก่ เนื้อสุกรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป หน่วยงานสิงคโปร์ (Agri-Food and Veterinary Authority (AVA)) ตรวจสอบการนำเข้าทุกครั้ง ถึงแม้ว่าผู้ผลิตไทยจะได้รับหนังสือรับรองรองจากกรมปศุสัตว์แนบมาด้วยก็ตามส่งผลให้เกิดความไม่คล่องตัว
 
3. ปัญหาค่าครองชีพเริ่มเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศของสิงคโปร์ เนื่องจากแรงงานต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก เพื่อหวังได้ประโยชน์จากคุณภาพชีวิตที่ดีในสิงคโปร์ เบื้องต้นรัฐบาลสิงคโปร์พยายามลดการพึ่งพาแรงงานต่างชาติ
 
4. ตามแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศฉบับใหม่ สิงคโปร์มุ่งเน้นแก้ปัญหาด้านแรงงานเป็นสำคัญ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องการลดการพึ่งพาแรงงานต่างชาติเพื่อให้ประชากรสิงคโปร์ได้รับการจ้างงานมากขึ้น นอกจากนั้น ยังสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพแรงงานของบริษัทเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในภาวะที่แรงงานเริ่มขาดแคลน
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์