หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ประวัติและข้อมูลรัฐบาลบรูไนฯ โดยย่อ

2 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 4787)
 

 
 
บรูไน (Brunei) หรือ รัฐบรูไน ดารุสซาลาม (State of Brunei Darussalam) มีการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (แบบอิสลาม) มีรูปแบบรัฐเป็นรัฐสุลต่าน โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทรงดำรงฐานะประมุขแห่งรัฐ ประมุขแห่งศาสนาอิสลาม และจอมทัพแห่งบรูไน ในการบริหารประเทศ พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย รัฐบาลใช้อำนาจของฝ่ายบริหารโดยผูกพันความรับผิดชอบต่อพระองค์ รวมทั้งถวายความช่วยเหลือและถวายคำแนะนำเกี่ยวกับงานบริหารของพระองค์ด้านนิติบัญญัติ ในด้านรูปแบบการปกครองของประเทศบรูไนแยกให้เห็นได้ ดังนี้
 
ฝ่ายบริหาร
สุลต่านดำรงตำแหน่งทั้งประมุขของรัฐและนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล สุลต่านและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ Sultan and Prime Minister Sir HASSANAL Bolkiah ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) คณะรัฐมนตรี (Council of Cabinet Ministers) ได้รับการแต่งตั้งจากสุลต่านเพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหาร นอกจากนี้ ยังมีสภาศาสนา (Religious Council) ซึ่งสุลต่านเป็นผู้แต่งตั้ง ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับศาสนา สภาองคมนตรี (Privy Council) ให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับการปกครองและรัฐธรรมนูญ และ Council of Succession เป็นสภาที่จะตัดสินว่าใครคือผู้สืบทอดตำแหน่งคนต่อไป (หากจำเป็น) ไม่มีการเลือกตั้ง ตำแหน่งสุลต่านจะสืบทอดตามกฎมณเฑียรบาล
 
ฝ่ายนิติบัญญัติ
การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบรูไนโดยตรงจากประชาชนครั้งสุดท้ายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2505
(ค.ศ. 1962) หลังจากนั้นเป็นระบบแต่งตั้งสมาชิก ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติบรูไนประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 45 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดี 30 คน ส่วนอีก 15 คน เป็นตัวแทนในเขตการปกครองที่ได้รับเลือกและแต่งตั้งโดยทางราชการ
 
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาตินี้มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี มีสมัยประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และระยะเวลาระหว่างสมัยประชุมสุดท้ายกับสมัยประชุมครั้งถัดไปจะต้องไม่เกิน 12 เดือน สมาชิกสภานิติบัญญัติสามารถเสนอร่างกฎหมาย แต่ร่างกฎหมายฉบับนั้นจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อเมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีทรงให้ความยินยอมทรงลงพระปรมาภิไธยและทรงประทับตราแผ่นดิน
 
ฝ่ายตุลาการ
ศาลสูงสุด คือ ศาลฎีกา (Supreme Court) หัวหน้าคณะผู้พิพากษาและผู้พิพากษาได้รับการแต่งตั้งจากองค์สุลต่าน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี Judicial Committee of Privy Council ในกรุงลอนดอน คือ ศาลสูงสุดสำหรับการตัดสินคดีแพ่ง (Civil Cases) ขณะที่ศาลชะรีอะฮ์ (Sharia Courts) ตัดสินคดีความที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์