หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> ลาว (Laos)
ประวัติและข้อมูลรัฐบาล สปป.ลาว โดยย่อ

25 มกราคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 10341)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นรัฐเดี่ยวที่มีการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนบรรดาเผ่าต่างๆ และชนชั้นในสังคม ได้แก่ กรรมกร กสิกร และปัญญาชน ได้รับการปฏิบัติและรับรองทางกฎหมาย ภายใต้ระบบการเมือง ซึ่งมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (Laos People Revolution Party: LPRD) เป็นองค์การนำ และมีอำนาจสูงสุดแบบ "ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ : Democraticcentralism” การแบ่ง ขั้นคุ้มครองได้รับอิทธิพลมาจากการจัดโครงสร้างพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต ที่มีอำนาจเด็ดขาดและผูกขาดโดยศูนย์กลางของพรรค ซึ่งมีหน้าที่กำหนด และสั่งการนโยบายให้แก่ทุกชนชั้นในสังคม โดยมีองค์การย่อยอื่นๆ ของพรรคเป็นเสมือนกลไกที่ดำเนินการให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน
 
สาระสำคัญของหลักการประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ของ สปป.ลาว เป็นการปกครองที่อยู่บนหลักของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นแกนนำ และมีองค์การมวลชนเป็นกลไกเสริม ในการบ่มเพาะแนวทางด้านเศรษฐกิจและการบริหาร เพื่อคุ้มครองทั้งภาครัฐ ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม บนพื้นฐานการนำแบบรวมศูนย์
 
อำนาจขององค์การรัฐขั้นสูงกว่า และมีการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์การรัฐในระดับต่ำกว่า ซึ่งหลักปฏิบัติสำคัญของกลุ่มผู้นำระดับสูงของ สปป.ลาว คือ การเน้นความเป็นเอกภาพ และพยายามสอดส่องดูแล ตักเตือนสมาชิกพรรคให้มีความสามัคคี ในขณะที่การเป็น"ประชาธิปไตย” นั้น เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคสามารถแสดงความคิดเห็นได้ในที่ประชุมพรรค และอภิปรายในประเด็นต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางแต่เมื่อมีมติของเสียงส่วนใหญ่สมาชิกพรรคในส่วนเสียงข้างน้อยก็จะต้องปฏิบัติตามมติของเสียงข้างมากอย่างเคร่งครัด และไม่นำเรื่องความขัดแย้งหรือประเด็นถกเถียงภายในพรรค หรือภายในที่ประชุมของคณะกรรมการกรมการเมืองไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก
พรรคประชาชนปฏิวัติเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ที่จัดตั้งรัฐบาลใน สปป.ลาว มีกำเนิดจากพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนที่เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2473 จนสลายตัวไปใน พ.ศ. 2494 เพื่อเป็นเงื่อนไขให้ 3 ประเทศอินโดจีนมีพรรคเป็นของตนเอง พรรคได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2498 ใช้ชื่อว่า "พรรคประชาชนลาว” โดยเป็นองค์การแกนนำของแนวลาวฮักซาดและขบวนการประเทศลาว พรรคประชาชนลาวได้เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2515 หลังจากประกาศตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 แล้ว เลขาธิการพรรคท่านแรก คือ นายไกสอน พมวิหาร ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2498 จนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. 2535 กองประชุมพรรคจึงได้เลือก ท่านคำไต สีพันดอน เป็นประธานพรรค ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2535-2549 จนกองประชุมใหญ่ครั้งที่ 8 ของพรรคได้เลือกตั้งให้ พลโทจูมมะลี ไซยะสอน เป็นเลขาธิการคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และเป็นประธานประเทศคนปัจจุบัน
 
เมื่อเริ่มมีการสถาปนารัฐสังคมนิยมหรือการรวมชาติขึ้นในสปป.ลาว พรรคประชาชนปฏิวัติลาวถือเป็นสถาบันการเมืองเพียงหนึ่งเดียวที่มีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง แม้ตัวบทของรัฐธรรมนูญแห่งสปป.ลาว ในมาตรา 2-4 ได้บัญญัติถึงที่มาของอำนาจอธิปไตยสิทธิของการเป็นเจ้าของประเทศว่าเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และถึงแม้จะเป็นผู้ก่อตั้งองค์การตัวแทนแห่งสิทธิอำนาจและผลประโยชน์ของตนที่มีชื่อว่าสภาแห่งชาติก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วพรรคก็คือสถาบันการเมืองเดียวที่มีอำนาจเด็ดขาดทั้ง ในทางปฏิบัติและทางกฎหมาย ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นแกนนำ ในการดำเนินงานทางระบบการเมือง นอกจากนี้บทบาททางการเมืองของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีเส้นแบ่งระหว่างพรรคกับรัฐบาลไม่ชัดเจน ทำ ให้การบริหารประเทศต้องเป็นไปตามมติหรือความเห็นชอบจากพรรค โดยมีศูนย์กลางพรรค (Politburo) ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจสูงสุด และอิทธิพลของศูนย์กลางพรรคได้เป็นส่วนสำคัญในการปกครองทุกระดับ เมื่อพรรคได้จัดตั้งคณะกรรมการและสาขา ซึ่งมีสมาชิกขยายไปทั่วประเทศ
 
 
องค์การการปกครองส่วนกลาง
การปกครองของสปป.ลาว ในส่วนที่เป็นโครงสร้างทางการเมืองหลักหรือการปกครองส่วนกลางนั้น ประกอบไปด้วยสถาบันหรือองค์การหลักดังต่อไปนี้
 
• ฝ่ายบริหาร
ฝ่ายบริหารของสปป.ลาว ถือว่ามีอำนาจมาก ตั้งแต่การเริ่มรับตำแหน่งด้วยบุคคลที่ก้าวขึ้นมารับหน้าที่ประธานประเทศก็ดี หรือนายกรัฐมนตรีก็ดี ต่างมาจากการเป็นผู้นำพรรคปฎิวัติประชาชนลาวทั้งสิ้น ในส่วนของ รัฐธรรมนูญสปป.ลาว ก็ให้ความสำคัญตามตำแหน่งดังนี้
 
1. ประธานประเทศ (President of the Republic)
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 ได้มีการกำหนดบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนมาก ว่าประธานประเทศมีฐานะเป็นประมุขของรัฐ และเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี จากการลงมติไม่ต่ำกว่าจำนวน 2 ใน 3 ของสมาชิกสภาแห่งชาติที่เข้าประชุมทั้งหมด นอกจากนี้สภาแห่งชาติอาจเลือกรองประธานประเทศ เพื่อทำหน้าที่แทนประธานประเทศได้เมื่อมีเหตุจำเป็น โดยใช้การลงมติด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาแห่งชาติที่เข้าร่วมประชุมส่วนอำนาจหน้าที่ของประธานประเทศมีดังนี้
 
• การประกาศใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่สภาแห่งชาติให้การรับรองการออกรัฐดำลัดหรือคำสั่ง
• แต่งตั้ง ถอดถอนนายกรัฐมนตรีและสมาชิกในรัฐบาลตามความเห็นชอบของสภาแห่งชาติ โยกย้าย หรือปลดตำแหน่งผู้นำขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เจ้าแขวง เจ้าครองกำแพงนคร หรือเจ้าครองนครหลวง
 
2. คณะรัฐบาล (Government)
นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานประเทศ โดยการรับรองของสภาแห่งชาติ จะมีวาระการปฏิบัติงาน 5 ปี โดยมีหน้าที่ชี้นำและอำนวยการปฏิบัติงานของรัฐบาล รวมถึงเป็นผู้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี รองประธานคณะกรรมการเทียบเท่ากระทรวง รองเจ้าแขวง และรองเจ้าครองนครหลวง ตลอดจนเจ้าเมืองอำนาจในการตัดสินใจและดูแลกิจการของกระทรวงต่างๆ เป็นของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำกระทรวง
 
• ฝ่ายนิติบัญญัติ
ฝ่ายนิติบัญญัติของสปป.ลาวตาม "รัฐธรรมนูญ” ถือว่า เป็นกฎหมายพื้นฐานแห่งรัฐในการดำเนินงานของสภาแห่งชาติ ปฏิบัติตาม "กฎหมายว่าด้วยสภาแห่งชาติ” และการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ ปฏิบัติตาม "กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ” สภาแห่งชาติ (The National Assembly) จึงเป็นองค์การนิติบัญญัติถือเป็นองค์การตัวแทนของประชาชน ซึ่งเป็นองค์การตัวแทนแห่งสิทธิอำนาจ และผลประโยชน์ของประชาชน เป็นองค์การอำนาจแห่งรัฐ และเป็นองค์การนิติบัญญัติที่มีสิทธิพิจารณาข้อตัดสินหรือปัญหาสำคัญ ของชาติ รวมทั้งติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะรัฐบาลศาลประชาชน และองค์การอัยการประชาชนสภาแห่งชาติชุดที่ 6 แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีสมาชิกจำนวน 115 คน เป็นสตรี 39 คน จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2549 สังกัดพรรคประชาชนปฏิวัติลาว 113 คน สมาชิก อิสระ (มิได้สังกัดพรรคการเมืองใด) 2 คน โดยคณะกรรมาธิการทั้งหมด 6 คณะ ประกอบด้วย
 
• คณะกรรมาธิการกฎหมาย
• คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ แผนงาน และการเงิน
• คณะกรรมาธิการวัฒนธรรมและสังคม
• คณะกรรมาธิการกิจการชนเผ่า
• คณะกรรมาธิการป้องกันชาติและป้องกันความสงบ
• คณะกรรมาธิการต่างประเทศ
 
นอกจากนี้ สิทธิและหน้าที่ของสภาแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ มีดังนี้
 
• พิจารณารับรอง หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ
• พิจารณารับรอง แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมาย
• พิจารณารับรอง กำหนด แก้ไข หรือยกเลิกภาษีและส่วยอากร
• พิจารณารับรองแผนยุทธศาสตร์แห่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งรัฐ) และแผนงบประมาณแห่งรัฐ
• แต่งตั้งหรือถอดถอนประธานประเทศ และรองประธานประเทศตามการเสนอของคณะประจำสภาแห่งชาติ
• พิจารณารับรองการเสนอแต่งตั้ง หรือถอดถอนสมาชิกคณะรัฐบาล (นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีรัฐมนตรีช่วย หัวหน้าองค์การเทียบเท่ากระทรวง เจ้าแขวง และเจ้าผู้ครองนคร) ตามการเสนอของประธานประเทศ
• แต่งตั้งหรือถอดถอนประธานศาลประชาชนสูงสด และอัยการประชาชนสูงสุดตามการเสนอของประธานประเทศ ฯลฯ แม้สภาแห่งชาติจัดตั้งและดำเนินงานตามหลักการประชาธิปไตยประชาชนแบบรวมศูนย์อำนาจ สภาแห่งชาติดำเนินงานตามระเบียบการประชุม และพิจารณาข้อตัดสิน หรือ "บันหา” หรือญัตติตาม หลักการเสียงข้างมาก (Majority Vote)
 
• ฝ่ายตุลาการ
ในส่วนของโครงสร้างการปกครองฝ่ายตุลาการของสปป.ลาว ได้จัดโครงสร้างส่วนตุลาการ โดยแบ่งออกเป็น 2 องค์การ ได้แก่
 
• ศาลประชาชน (People’s Courts) โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ศาลประชาชนสูงสุด ซึ่งเทียบได้กับศาลฎีกาของไทย ส่วนศาลระดับอื่นๆ คือ ศาลประชาชนแขวง ศาลกำ แพงนครหรือนครหลวงเวียงจันทน์ในปัจจุบัน ศาลประชาชนเมือง ซึ่งถือเป็นศาลชั้นต้นและศาลทหาร ในด้านที่มาของตุลาการนั้น ประธานของศาลประชาชนสูงสุดได้รับการแต่งตั้งโดยสภาแห่งชาติตามการเสนอแนะของคณะกรรมการประจำของสภาแห่งชาติ ส่วนรองประธานศาลประชาชนสูงสุดและผู้พิพากษาของศาลประชาชนทุกระดับมาจากการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ
 
• องค์การอัยการประชาชน เป็นโครงสร้างคู่ขนานกับศาลประชาชน ประกอบด้วย องค์การอธิอัยการประชาชนเทียบได้กับอัยการสูงสุดของไทย องค์การอัยการประชาชนแขวง องค์การอัยการประชาชน นครหลวง องค์การอัยการประชาชนเมือง และองค์การอัยการทหาร โดยตำแหน่งอธิอัยการประชาชนมีหน้าที่ดูแลการปฏิบัติงานขององค์การอัยการทั้งหมด มาจากการแต่งตั้งโดยสภาแห่งชาติตามการเสนอแนะของ คณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ ส่วนรองอธิอัยการประชาชนแต่งตั้งโดยคณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ ส่วนอัยการและรองอัยการต่างๆ รวมทั้งอัยการทหารจะได้รับการแต่งตั้งหรือถอดถอนโดยอธิอัยการ
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์