หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
พร้อมรับ "AEC" หรือยัง : ยกเว้นวีซ่า

8 ธันวาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3073)

ตั้งแต่ที่เริ่มมีกระแสของ AEC ที่เป็นการรวมตัวของประเทศในทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศนั้น ได้ทําให้หลาย ๆ ประเทศสมาชิกเริ่มพัฒนาศักยภาพของประเทศตนให้พร้อมรับการเปิด AEC ซึ่งได้กําหนดเป็นวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ที่กําลังจะถึงนี้ และแน่นอนว่าได้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม ซึ่งทุกประเทศสมาชิกก็ต่างพากันเตรียมพร้อมให้ประเทศของตนมีจุดแข็ง และสามารถที่จะเป็นผู้นําในด้านต่าง ๆ เมื่อมีการเปิด AEC แล้ว
 
การท่องเที่ยวก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทุกประเทศสมาชิกล้วนให้ความสําคัญ เพราะเป็นสิ่งสําคัญอีกอย่างที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากทําให้มีเงินจํานวนมากไหลเข้ามาในประเทศและทําให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ละประเทศสมาชิกก็ได้ดําเนินการหลายอย่างอันเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น การเปิดน่านฟ้าเสรีที่ทําให้สายการบินต่าง ๆ สามารถบินผ่านเข้าออกน่านฟ้าของแต่ละประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้น
 
โดยในคราวนี้จะขอพูดถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยการยกเลิกวีซ่า
 
การยกเว้นวีซ่าคืออะไร? การยกเว้นวีซ่าก็คือการที่ประเทศนั้น ๆ อนุญาตให้คนจากอีกประเทศหนึ่งสามารถที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศของตนได้โดยไม่จําเป็นต้องมีการขอวีซ่าก่อน เช่น การที่ประเทศญี่ปุ่นได้ยกเลิกไม่ต้องให้คนไทยขอวีซ่าเพื่อที่จะเดินทางเข้าประเทศอีกต่อไป โดยมีเงื่อนไขคือสามารถที่จะพํานักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้เพียง 15 วันเท่านั้น แต่หากต้องการจะอยู่นานกว่า 15 วัน ก็จะต้องมีการทําวีซ่าเสียก่อน ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนก็จะต้องโทษ โดยผู้นั้นจะถูกส่งตัวกลับและไม่สามารถที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่นได้อีกตลอดชีวิต
 
ในส่วนของประเทศสมาชิก AEC นั้น เมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยและประเทศเมียนมา หรือที่รู้จักกันในชื่อพม่านั้น ได้ลงนามความตกลงกันที่จะยกเว้นวีซ่าสําหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางของทั้งสองประเทศ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมีเงื่อนไขว่าจะพํานักอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน ซึ่งในการเดินทางผ่านเข้าประเทศนั้นก็จะมีจุดที่จะให้สามารถเดินทางเข้าออกได้ทั้งทางบกและทางอากาศยาน โดยประเทศเมียนมานั้นเป็นประเทศสุดท้ายที่มีการยกเว้นวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบธรรมดาของประเทศไทย
 
สําหรับประเทศสมาชิกอื่น ๆ ทุกประเทศนั้นได้มีการยกเว้นวีซ่าให้กับไทยครบทุกประเทศแล้ว แต่อาจมีความแตกต่างกันที่ระยะเวลาของการพํานัก เช่น ประเทศลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียนั้นมีเงื่อนไขระยะเวลาการพํานักโดยไม่ต้องขอวีซ่าคือ 30 วัน ส่วนประเทศเมียนมา กัมพูชา และบรูไนนั้น มีเงื่อนไขระยะเวลาอยู่ที่ 14 วัน สุดท้ายคือประเทศฟิลิปปินส์ จะมีเงื่อนไขระยะเวลาการพํานักอยู่ที่ 21 วัน
 
จึงเห็นได้ว่าในปัจจุบันนั้นหากเราถือหนังสือเดินทางแบบธรรมดาของประเทศไทยแล้วนั้น เราสามารถที่จะเดินทางเข้าออกประเทศสมาชิกได้ทุกประเทศเลยทีเดียวโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
การยกเว้นวีซ่าแน่นอนว่าย่อมสร้างประโยชน์มากมายให้กับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการท่องเที่ยว
 
อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น เพราะเมื่อไม่จําเป็นต้องมีการขอวีซ่าอีกต่อไปย่อมลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่า โดยปกติแล้วนั้นการขอวีซ่าจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย ทําให้บางทีนักท่องเที่ยวก็ตัดสินใจที่จะไม่ไป แต่เมื่อไม่จําเป็นต้องขอวีซ่าและสามารถที่จะเดินทางได้ในทันทีก็เป็นการสร้างความสะดวกสบาย และเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในประเทศมากขึ้น
 
ส่วนเงื่อนไขระยะเวลาที่แต่ละประเทศกําหนดนั้นก็เป็นระยะเวลาที่กําลังพอเหมาะไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะหากน้อยไปนักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มกับค่าเดินทาง หรือหากมากไปในบางครั้งก็อาจจะส่งผลเสียต่อประเทศนั้น ๆ เช่น อาจมีการซ่องสุมกันเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี หากมีนักท่องเที่ยวจํานวนมากย่อมเป็นปัจจัยหลักในการหอบเงินเข้ามาในประเทศ ทําให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
 
นอกจากนั้น ยังเป็นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศอีกด้วย อย่างเช่นเมื่อตอนที่เริ่มมีการยกเว้นวีซ่าระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมานั้น ได้ส่งผลให้การค้าแถบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมามีความคึกคัก และทําให้เกิดรายได้จํานวนมากให้กับผู้ค้าขายในบริเวณดังกล่าว ส่วนนี้จะเป็นเรื่องของการพัฒนาทางการค้า เพราะเมื่อมีการยกเว้นวีซ่า การค้าขายระหว่างประเทศในบริเวณชายแดนก็สามารถที่จะทําได้ง่ายขึ้นด้วย
 
สรุปแล้วจึงเห็นได้ว่าการยกเว้นวีซ่านั้นส่งผลดีอย่างมากให้กับประเทศสมาชิก ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันและสร้างสัมพันธไมตรีที่ดี โดยเป็นการ ร่วมกันพัฒนาและสร้างความก้าวหน้าอย่างแท้จริง หากต่อไปมีการขยายนโยบายนี้เข้าสู่ทุกประเทศในทวีปเอเชีย ก็ยิ่งจะส่งผลดีต่อทุกประเทศไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
 
 
 
ณกฤช เศวตนันทน์
ประชาชาติธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์