หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการประชุมด้านเศรษฐกิจในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27

1 ธันวาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1894)

มาเลเซียประธานอาเซียนในปี 2558 ได้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27 และการประชุมอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤศจิกายน 2558 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รวม 11 การประชุม โดยก่อนหน้าได้มีการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เพื่อเตรียมการด้านเศรษฐกิจของอาเซียนสำหรับการประชุมระดับผู้นำ
 
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม AEC Council ได้ให้ความเห็นชอบแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารที่ผู้นำอาเซียนประกาศในช่วงระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27 โดยแผนงานดังกล่าวเป็นการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในระยะ 10 ปีข้างหน้าของอาเซียน ที่จะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานที่ต่อยอดจากมาตรการในปี 2015 ให้มีความเข้มข้นและประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับเดินหน้ารวมตัวทางเศรษฐกิจทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึกมากยิ่งขึ้น
 
โดยมีประเด็นที่อาเซียนจะต้องร่วมกันผลักดัน ได้แก่ การเปิดเสรีภาคบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาขาที่มีบทบาทความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบเศรษฐกิจการยกเลิก/ลดมาตรการที่มิใช่ภาษีที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน การปรับประสานมาตรฐานสินค้าและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การเสริมสร้างระบบการอำนวยความสะดวกทางการค้า การสร้างความเข้มแข็งแก่ MSMEs ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการสาขาด้านเศรษฐกิจเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ ให้เสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2559
 
ในด้านความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน อาเซียนและจีนสามารถสรุปพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้มีการลงนามพิธีสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 โดยมีผู้นำอาเซียนและจีนร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ พิธีสารฯ มีสาระสำคัญประกอบด้วยการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร การเปิดเสรีบริการ การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการลงทุน และกฎถิ่นกำเนิดสินค้า
 
สำหรับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น ผู้นำได้เร่งรัดให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการให้ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการมีผลใช้บังคับโดยเร็ว และเร่งหาข้อสรุปการเจรจาข้อบทด้านการลงทุนระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ทั้งนี้ ในด้านการค้าบริการไทยผูกพันที่จะเปิดเสรีภาคบริการหลายกิจกรรมในสาขาสำคัญ เช่น บริการด้านคอมพิวเตอร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง บริการโทรคมนาคม บริการก่อสร้าง บริการสิ่งแวดล้อม บริการด้านการท่องเที่ยว บริการด้านนันทนาการ วัฒนธรรม และการกีฬา เป็นต้น โดยในส่วนของสาขาบริการที่ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดให้แก่อาเซียน เช่น บริการด้านการท่องเที่ยว บริการด้านก่อสร้าง บริการด้านการเงิน และบริการด้านโทรคมนาคม
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นควรกระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีให้มากขึ้น และเห็นพ้องให้มีการเจรจาเปิดเสรีสินค้าอ่อนไหวเพิ่มเติมต่อไป
 
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ผู้นำอาเซียนได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งสามารถสรุปผลการเจรจาในประเด็นสำคัญได้แล้ว ทำให้การเจรจา การค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน รวมถึงข้อบทต่าง ๆ ทวีความเข้มข้นขึ้น และจะพยายามเจรจาให้แล้วเสร็จ 2 ภายในปี 2559 ซึ่งความตกลง RCEP จะส่งเสริมซึ่งกันและกันกับความตกลง TPP และจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตโดยรวมของภูมิภาค อันจะนำไปสู่การจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) ในอนาคต
 
อนึ่ง ในช่วงการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีของไทยได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น (นายชินโซ อาเบะ) โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฝ่ายญี่ปุ่นรับที่จะช่วยเร่งรัดกระบวนการในการออกใบรับรองด้านสุขอนามัยเพื่อการนำเข้ามะม่วงจากไทย โดยไทยจะช่วยติดตามเรื่องการนำเข้าเนื้อวัวและส้มจากญี่ปุ่น
 
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นสนใจที่จะลงทุนในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทย และยินดีจะให้ความร่วมมือในการพัฒนาบุคคลากรของไทยเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งยินดีหากไทยจะให้ความสนใจจะเข้าร่วมความตกลง TPP โดยเห็นว่าความตกลงจะช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งภูมิภาค
 
 
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์