หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
มุมมองการลงทุนในบรูไน

27 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1975)

ข้อเสนอแนะที่ได้จากประสบการณ์ของผู้ลงทุนในบรูไนฯ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุนในบรูไนฯสรุปได้ดังนี้
 
- รูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ รัฐบาลบรูไนฯส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และตั้งเป้าหมายให้บรูไนฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ของโลก ปัจจุบันปริมาณผลผลิตอาหารของบรูไนฯ ยังไม่เพียงพอบริโภคในประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารต่างประเทศ
 
สินค้าอาหารไทยมีความได้เปรียบด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับจากชาวบรูไนฯ จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะลงทุนประกอบธุรกิจด้านสินค้าอาหารในบรูไนฯ
 
อย่างไรก็ดี การลงทุนในกิจการด้านอาหารและกิจการที่ต้องใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เช่น เกษตรกรรมและการแปรรูปอาหาร กฎหมายบรูไนฯ กำหนดให้ต้องมีนักลงทุนท้องถิ่นร่วมถือหุ้นในกิจการอย่างน้อยสัดส่วนร้อยละ 30 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จนักลงทุนไทยควรหาผู้ร่วมทุนชาวบรูไนฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายการลงทุนของบรูไนฯ แล้ว ยังเป็นพื้นฐาน ในการการเข้าถึงตลาดบรูไนฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
- กฎหมาย กฎ และระเบียบ ประชากรส่วนใหญ่ของบรูไนฯ นับถือศาสนาอิสลามที่เคร่งครัดหลักศาสนาอิสลาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 บรูไนฯ ได้ประกาศบังคับใช้กฎหมายอิสลาม (Syariah Penal Code) ควบคู่กับกฎหมายพลเรือน (Civil law) ที่มีอยู่เดิม กฎหมายอิสลามมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2557 เป็นต้นไป
 
กฎหมายอิสลามจึงมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของนักลงทุนในบรูไนฯ นักลงทุนควรศึกษากฎหมาย กฎ และระเบียบของบรูไนฯ อย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะกฎหมายอิสลามซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย และปฏิบัติตามกฎหมายบรูไนฯ อย่างเคร่งครัด
 
- วัฒนธรรม บรูไนฯ มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแน่นแฟ้นกับสิงคโปร์และมาเลเซีย ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม การสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมและรสนิยมการบริโภคของชาวบรูไนฯ พร้อมทั้งสร้างสัมพันธภาพอันดีกับนักลงทุนชาวบรูไนฯ ย่อมเป็นการลดอุปสรรคอันเกิดจากความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม
 
- แรงงาน บรูไนฯ เป็นประเทศที่มีประชากรน้อย นักลงทุนไทยอาจประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในการดำเนินธุรกิจ นักลงทุนควรวางแผนการดำเนินธุรกิจโดยใช้เครื่องจักรในการผลิตเป็นหลักเพื่อลดการใช้แรงงานคน
 
- ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค แม้ว่าบรูไนฯ จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ที่มีประชากรไม่มาก แต่ชาวบรูไนฯ จัดได้ว่ามีรายได้เฉลี่ยต่อคน ต่อปีสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน บรูไนฯ จึงเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ชาวบรูไนฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้ามาก นักลงทุนควรแสดงความจริงใจต่อผู้บริโภคและใส่ใจ ในมาตรฐานสินค้าเพื่อสร้างความไว้วางใจให้ตราสินค้า (Brand) ไทย
 
- ความง่ายในการประกอบธุรกิจ แม้ภาษาและวัฒนธรรมของบรูไนฯมีความแตกต่างจากไทย บรูไนฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความง่ายในการประกอบธุรกิจเป็นอันดับ 4 ของประเทศสมาชิกอาเซียน (ตามรายงาน "Doing Business Report 2014 :Understanding Regulations from SMEs” ของธนาคารโลก)
 
 บรรยากาศการลงทุนและประกอบธุรกิจในบรูไนฯ จึงเอื้ออำนวยแก่นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะนักลงทุนไทยที่รักษามาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ สินค้าอาหารของไทยเป็นที่นิยมของชาวบรูไนฯ
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์