หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
ข้อมูลการเมืองการปกครองเมียนมา

27 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 4079)

จากรัฐธรรมนูญการปกครองของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ปี พ.ศ. 2551 (Constitution of the Republic of the Union of Myan­mar 2008) ได้ให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงและสถานะทางอำนาจของผู้นำทางทหารที่ได้ผ่อนคลายอำนาจทางการเมืองให้ประชาชนโดยการเลือกตั้ง แต่ก็ยังคงแฝงความคิดต่าง ๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ดูได้ตั้งแต่เรื่องโครงสร้างรัฐ (State Structure) ที่อยู่ในหมวดที่สองของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปกครองของเมียนมา โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล มีรัฐสภาประกอบด้วย สภาสูง หรือ Upper House ซึ่งเป็นผู้แทนจากสภาชาติพันธ์ สภาประชาชน หรือ Lower House และสภาท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554 เมียนมามีกรุงเนปิดอว์เป็นเมืองหลวง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 รัฐ (State) สำหรับรัฐที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย ประกอบด้วย
 
1) รัฐชิน (Chin) เมืองเอก คือ ฮะคา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียง- เหนือของเมียนมา มีพรมแดนด้านทิศเหนือและตะวันตกติดกับประเทศ อินเดีย รัฐชินยังมีพรมแดนติดกับรัฐยะไข่ เขตสกาย เขตมะกวย มีประชากรราว 465,361 คน มีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 1 ล้านไร่ (400,000 เอเคอร์) ส่วนใหญ่เป็นป่าสน ประชากรในรัฐนี้ทำการเกษตรเป็นหลัก ผลผลิตที่สำคัญ คือ ข้าวโพด ถั่วทุกชนิด มันฝรั่ง ดอกทานตะวัน ฝ้าย อ้อย ยาสูบ กาแฟ ส้ม และแอปเปิ้ล ประเพณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ รัฐชิน คือ งานประจำชาติของชาวนากะ (นาคา)
 
2) รัฐคะฉิ่น (Kachin) เมืองเอก คือ มิตจีนา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุด ของประเทศเมียนมา มีพรมแดนติดต่อกับประเทศจีน รัฐฉาน และเขตสกาย มีประชากรราว 1.2 ล้านคน สภาพอากาศทางใต้ของรัฐจะอบอุ่น กว่าทางเหนือ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศทางเหนือของรัฐเป็นภูเขาสูง ที่มีหิมะปกคลุม ทำให้อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี นอกจากนี้รัฐคะฉิ่น ยังเป็นรัฐที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าโสร่ง ทั้งในด้านคุณภาพของเนื้อผ้าและลวดลาย นอกจากนี้ยังมีงานประเพณีที่มีชื่อเสียง คือ งานคะฉิ่นมะโน หรือ งานจีนโป้ ซึ่งจัดขึ้นราวปลายเดือนธันวาคมของทุกปี ทุกคนจะ พร้อมใจกันแต่งกายสวยงาม จุดไฟ พร้อมทั้งเต้นระบำกันอย่างสนุกสนาน
 
3) รัฐกะเหรี่ยง (Kayin) เมืองเอก คือ ปะอาน มีพรมแดนติดกับ รัฐฉาน กะยา เมืองตองอู สะเทิม เมาะละแหม่ง และอำเภอแม่สอด ประเทศไทย แม่น้ำที่สำคัญในรัฐนี้ คือ แม่น้ำสาละวิน มีประชากรทั้งสิ้น 1.5 ล้านคน มีประเพณีการเต้นระบำหมู่ที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะเต้นกันในวัน ขึ้นปีใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในรัฐนี้ คือ ภูเขาชะเวกาบิน ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญคือ เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง ดีบุก และถ่านหิน
 
4) รัฐคะยา (Kayah) (กะเหรี่ยงแดง) เมืองเอก คือ หลอยก่อ ตั้งอยู่ ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับไทย และ ทางใต้ติดกับรัฐกะเหรี่ยง มีประชากรราว 240,000 คน มีเหมืองแร่ วุลเฟรม ดีบุก และดินสีแดงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ทั้งนี้ ยังเป็นรัฐที่ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนประเทศมาตั้งแต่สมัยอังกฤษจนถึง ปัจจุบัน โดยแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญในรัฐนี้ คือ บริเวณน้ำตกโลปิตะ (ใกล้กับน้ำตกทีลอซูของไทย) นอกจากนี้ มีการกล่าวถึง รัฐคะยาใน วรรณกรรมพื้นบ้านของเชียงใหม่เรื่อง นางมโนห์รากับพระสุธน ว่าเป็น ถิ่นที่อยู่ของนางมโนห์รา และยังกล่าวถึงน้ำตกเจ็ดชั้นในรัฐคะยา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่เล่นน้ำของนางมโนห์ราก่อนถูกพระสุธน จับตัวไป
 
5) รัฐมอญ (Mon) เมืองเอก คือ มะละแหม่ง มีพรมแดนด้าน ตะวันออกติดกับรัฐกะเหรี่ยงและประเทศไทย หงสาวดีด้านเหนือติดเขต ปกครองหงสาวดี ด้านใต้ติดเขตปกครองตะนาวศรี ส่วนด้านตะวันตกติด กับทะเลอันดามัน และอ่าวเมาะตะมะ ประชาชนส่วนใหญ่ในรัฐนี้ คือ ชาวมอญ ซึ่งเป็นชนชาติเก่าแก่ที่สุดชาติหนึ่งใน เมียนมา ชาวมอญ ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ พุทธสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงในรัฐนี้ก็คือ พระธาตุอินทร์แขวน หรือพระเจดีย์ไจ้เที่ยว
 
6) รัฐยะไข่ (Rakhine) เมืองเอก คือ ซิตตเว เป็นรัฐเก่าแก่ที่สุดรัฐ หนึ่งในเมียนมา มีอายุกว่า 3,000 ปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ ติดกับรัฐฉิ่น เขตมะกวย เขตหงสาวดี และเขตอิระวดี นอกจากนี้ยังมี พรมแดนติดอ่าวเบงกอลและบังคลาเทศอีกด้วย รัฐยะไข่เป็นเขตมรสุม เนื่องจากเป็นรัฐที่มีฝนตกชุก มีประชากรราว 2.6 ล้านคน ส่วนใหญ่นิยม อาศัยบริเวณหุบเขาและทะเล ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและ อิสลาม รัฐยะไข่มีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ คือ พระมหามุนี พระพุทธรูปองค์แรกของพุทธศาสนา ซึ่งตามตำนานกล่าวไว้ว่าพระพุทธเจ้าทรงประทับเป็นแบบให้ช่างหล่อก่อนจะอัญเชิญองค์ พระพุทธรูปที่หล่อเสร็จแล้วไปประดิษฐาน ณ วัดมหามุนี เมืองมัณฑะเลย์ ปัจจุบันคือพระมหามุนี พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่มที่เป็นที่รู้จักกันดี ส่วนพระมหามุนีองค์ต้นแบบนั้นยังคงประดิษฐานอยู่ที่ยะไข่ตราบถึงปัจจุบัน
 
7) รัฐฉาน หรือ รัฐไทใหญ่ (Shan) เมืองเอก คือ ตองยี ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของประเทศ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ลาว และไทย รวมถึงรัฐกะฉิ่นและรัฐกะยา เขตสกาย เขตมัณฑะเลย์ มีประชากรราว 4.7 ล้านคน รัฐฉานเป็นรัฐที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์มาก ที่สุด มีชนเผ่าอยู่รวมกันมากมายกว่า 80 ชาติพันธุ์ ทำให้มีภาษาถิ่น มากมายตามไปด้วย ทะเลสาบกลางหุบเขามีระดับความสูงกว่าห้าพันฟุต เหนือระดับน้ำทะเล การดำรงชีวิตของชาวบ้านในทะเลสาบอาศัยน้ำเป็น หลัก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือสวนมะเขือเทศ ที่ทำกินต่างก็ลอยอยู่เหนือน้ำทั้งสิ้น นอกจากนี้การพายเรือในทะเลสาบก็พายด้วยขาไม่ใช้มือพายเช่นที่อื่นๆ นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวอินตา ชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งของทะเลสาบอินเลแห่งนี้ วัดที่สำคัญในทะเลสาบอินเล ได้แก่ วัดพองดอว์อู ซึ่งประดิษฐานพระบัวเข็มห้าองค์ ซึ่งมีประวัติและตำนาน ของความศักดิ์สิทธิ์มากว่าเก้าร้อยปีตั้งแต่สมัยพุกาม วัดงาแพชอง วัดที่เจ้าฟ้าไทยใหญ่สร้างถวาย ภายในเป็นที่รวบรวมบัลลังก์พระพุทธรูป ทำด้วยไม้สักแกะสลัก ฝีมือละเอียดงดงามมาก นอกจากนี้มีโรงงาน ทอผ้าไหมอินเล ซึ่งมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ 7 เขต (Division) สำหรับเขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายเมียนมา ประกอบด้วย
 
 
(1) เขตอิระวดี (Ayeyarwady) เมืองเอก คือ พะสิม ตั้งอยู่ทางตอน ใต้ของที่ราบภาคกลาง มีพรมแดนทางเหนือติดกับเขตปกครองหงสาวดี และ ย่างกุ้ง มีภูมิอากาศแบบมรสุม เขตปกครองอิระวดีมีประชากรราว 6.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา กะเหรี่ยง และยะไข่ ป่าไม้ ส่วนใหญ่ในเขตนี้อยู่ในเขตภูเขาสูง ผลผลิตอื่นนอกจากข้าว คือ ข้าวโพด งา ถั่วลิสง และถั่วต่างๆ งานประเพณีทางศาสนาที่สำคัญ คือ งานประจำปีของพระเจดีย์มอตินซุนบริเวณแหลมเนเกรในมหาสมุทรอินเดีย
 
(2) เขตพะโค (Bago) หรือ เมืองหงสาวดี เมืองเอก คือ พะโค มี ประชากรประมาณ 5 ล้านคน ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเมียนมา ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ต่อมาพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ยึดครองได้และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของ ราชวงศ์ตองอู หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เนื่องจากพระองค์ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ชื่อ กัมโพชธานี ซึ่ง นับเป็นพระราชวังใหญ่โต สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่างๆ โดย หนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอูและเผาทำลายหงสาวดี หลังจากนั้นไม่นานเมืองอังวะก็กลายเป็นเมืองหลวงของประเทศ เมียนมาโดยสมบูรณ์ ปัจจุบันหงสาวดีเป็นเมืองที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ เมียนมาด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และศิลปะวัฒนธรรม โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ (พระธาตุมุเตา) พระราชวังบุเรงนอง พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น เป็นต้น
(3) เขตมาเกว (Magway) เมืองเอก คือ มาเกว ตั้งอยู่ตอนกลาง ของประเทศ มีลักษณะภูมิประเทศแบบทะเลทราย มีอากาศร้อน อยู่ติด กับเขตปกครองมัณฑะเลย์ หงสาวดี รัฐยะไข่ และฉิ่น มีประชากรราว 4 ล้านคน ส่วนใหญ่ คือ เมียนมา ฉิ่น ยะไข่ คะฉิ่น และฉาน อุตสาหกรรมที่สำคัญในเขตนี้ คือ โรงงานปูนซีเมนต์ ยาสูบ เหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวที่ สำคัญคือโบราณสถานวิษณุ ซึ่งมีการขุดพบเครื่องประดับทำด้วยทองคำ ลูกปัดสมัยศรีเกษตร
 
(4) เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) เมืองเอก คือ มัณฑะเลย์ พื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีภูเขามัณฑะเลย์เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง เขตนี้มีพรมแดนติดกับเขตปกครองสกาย หงสาวดี มะกวย และรัฐฉาน รัฐกะเหรี่ยง มีประชากรราว 6 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเมียนมาและ ไทยใหญ่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำพวก ชา กาแฟ ดอกไม้เมืองหนาว พลับ องุ่น เกาลัด นอกจากนี้ยังมีป่าไม้ เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ประดู่ นอกจากนี้ยังมีเหมืองทับทิม ไพลิน หยก และยังเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากเมืองมัณฑะเลย์เคยเป็น อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ สถานที่ที่ควรไปชม คือ พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังไม้สักสร้างขึ้นใหม่ตามผังเดิมแทนที่ พระราชวังเก่าที่ถูกไฟไหม้เสียหาย วัดชะเวจองดอว์ วัดไม้สัก ซึ่งช่าง บรรจงแกะสลักไว้อย่างงดงาม ในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จ พระสังฆราชเมียนมา วัดกุโสดอว์ วัดซึ่งมีพระไตรปิฎกสลักบนหินอ่อน 729 หลัก ได้รับสมญานามว่าเป็นสมุดหินเล่มใหญ่ หากมามัณฑะเลย์ แล้วต้องไปชมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามุนี พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม คู่บ้านคู่เมืองมัณฑะเลย์ พิธีนี้เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานนับพันปี โดยเจ้าอาวาสผู้ทำหน้าที่ล้างพระพักตร์จะได้รับ การคัดเลือกมาจากเจ้าอาวาสทั่วประเทศให้เป็นผู้กระทำพิธีนี้ โดยพิธี จะเริ่มในเวลา 05.00 น.ของทุกวัน
 
(5) เขตสะกาย (Sagaing) เมืองเอก คือ สะกาย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีพรมแดนติดกับรัฐกะฉิ่น ฉาน เขตปกครอง มัณฑะเลย์ มะกวย และประเทศอินเดีย มีพลเมืองราว 1 ล้านคน รัฐนี้ทำการเกษตรเป็นหลักมีเขื่อนกาโบและคลองชลประทานคอยส่งน้ำผลผลิตที่สำคัญของเขตนี้ คือ ไม้สัก ไม้ทานาคา น้ำผึ้ง หวาย และไม้ไผ่ นอกจากนี้ ศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่สำคัญก็อยู่ที่เขตปกครองสะกายนี้ด้วย ประเพณีที่สำคัญของเขตสะกายคือ พิธีการถวายข้าว ณ พระเจดีย์ปาดาเมีย เป็นพิธีประจำปีที่สำคัญ
 
(6) เขตตะนาวศรี (Tanintharyi) เมืองเอก คือ ทวาย มีพรมแดน ด้านทิศใต้และตะวันออกติดกับทะเลอันดามัน มีประชากรราว 1.2 ล้าน คน เนื่องด้วยภูมิประเทศของรัฐนี้เป็นชายฝั่งทะเล ประชากรจึงทำอาชีพ ประมงเป็นส่วนใหญ่ มีการเพาะพันธุ์หอยนางรม รวมไปถึงการผลิตไข่มุก ที่มีคุณภาพ มีรังนก ดีบุก และทรายเพื่อการผลิตแก้ว
 
(7) เขตย่างกุ้ง (Yangon) เมืองเอก คือ ย่างกุ้ง อยู่บริเวณที่ราบ ภาคกลางค่อนไปทางใต้ มีพรมแดนติดกับอ่าวเมาะตะมะ เขตปกครอง หงสาวดี และเขตปกครองอิระวดี ภูมิอาศร้อนชื้น มีประชากรราว 5 ล้าน คน เมืองหลวงของเขตปกครองนี้ คือ เมืองย่างกุ้ง ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวง ของประเทศเมียนมาด้วย ย่างกุ้งเป็นที่อยู่ของที่ทำการรัฐบาล มหาวิทยาลัย โรงงาน อุตสาหกรรมศูนย์กลางธุรกิจการค้า ศูนย์กลาง คมนาคม และที่สำคัญที่สุด พระเจดีย์ชะเวดากอง พระเจดีย์ทองคำสัญลักษณ์ประเทศเมียนมาก็อยู่ที่เขตปกครองย่างกุ้ง
 
ในโครงสร้างรัฐหรือเขตการปกครองต่างก็มีโครงสร้างการปกครอง ท้องถิ่นเป็นฐานรากรองรับการบริหารจัดการเหมือนๆ กันทั้ง 14 เขต การปกครอง ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
 
1. อำเภอ (ขะหย่าย) ปัจจุบันมี 64 ขะหย่าย
2. ตำบล (มโยะแหน่) ปัจจุบันมี 324 มโยะแหน่
3. หมู่บ้าน (ย-หว่า หรือ เจ-ย-หว่า) ปัจจุบันมี 13,747 ย-หว่า
เขตชุมชนเมืองที่มีเทศบาลหรือสุขาภิบาล (ยะแกวะ ซึ่งอาจแปลว่า ย่าน หรือเขต) ในปัจจุบันมี 2,470 ยะแกวะ
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์