หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ปรัชญาในการปกครองประเทศบรูไน

23 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 6238)

ปรัชญาการปกครองประเทศที่เรียกว่า MIB: Malayu Islam Beraja หรือ มลายู อิสลาม พระมหากษัตริย์เป็นแนวความคิดพื้นฐานของบรูไนนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของระบบสุลต่านในนครรัฐประมาณศตวรรษ ที่ 14 และได้นำมาเกี่ยวพันกับหลักกฎหมายของประเทศภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งแรกที่ได้มีการร่างขึ้นในปี 1959 โดยการเชื่อมโยงไปถึงภาษามาเลย์ที่ประกาศให้เป็นภาษาประจำชาติ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และการปกครองในระบบสุลต่านนับเป็นแนวทางการปกครองที่สำคัญที่สุดในการบิหารจัดการของรัฐ แนวความคิดพื้นฐานเหล่านี้ได้มีการดำเนินการเรื่อยมาจนกระทั่งประเทศได้รับอิสรภาพจากอาณานิคม ในปี 1984 และสุลต่านได้ประกาศว่าประเทศบรูไนนั้นคือ Negara Malayu Islam Beraja (a Malay Islamic Monarchical State) (เมืองแห่งวัฒนธรรมมลายูภายใต้ศาสนาอิสลามโดยมีองค์ สุลต่านเป็นผู้ปกครองสูงสุดแห่งรัฐ) ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ ภายใต้แนวความคิดที่ให้ความสำคัญ กับคุณค่าทางด้านวิถีวัฒนธรรมมลายู ที่มีศาสนาอิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของพลเมืองและมีระบอบ การปกครองของประเทศนั้น ภายใต้ระบบราชาธิปไตยโดยมีสุลต่านเป็นประมุขสูงสุด ปรัชญาการปกครอง MIB ถูกนำมาเป็นวิถีที่ต้องมีการกล่าวถึง ในหลาย ๆ วาระ ดังพระราชดำรัสขององค์สุลต่าน "ข้าพเจ้าขอขอบคุณอัลลอฮ์ ที่ได้กำหนดให้ประเทศบรูไนดารุสสลามเป็นประเทศอิสลาม ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ด้วยเหตุผลดังกล่าว บทบาทของศาสนาอิสลามนั้นได้เข้ามามีความสำคัญกับวิถีชีวิตของพวกเราจนถึงปัจจุบันผ่านการพยายามของสุลต่านคนแรกของเราในประเทศนี้ และนี่คือความตั้งใจของข้าพเจ้าในการที่จะสนับสนุนให้รัฐบาลของข้าพเจ้าเพื่อใช้แนวทางอิสลามในการดำเนินการด้วยแนวทางของ อะลิ สุนนะวัลญามาอะฮ์ (Ahli Sunnah Wal Jamaah) กลุ่มผู้ศรัทธาที่เจริญรอยตามแนวทางของท่านศาสดานบีมุฮัมหมัด) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และเป็นพื้นฐานในการบริหารกิจการงานของรัฐบาลภายใต้กิจการของรัฐ” หรือพระบรมราโชวาทที่ว่า "...เมล็ดพันธุ์ที่ทรงคุณค่าที่ยิ่งใหญ่และสูงส่ง คือ รูปแบบของ MIB ซึ่งไม่เป็นที่สงสัยเกี่ยวกับลักษณะใด ๆ ของเมล็ดพันธุ์ที่ได้งอกขึ้นด้วยความสมบูรณ์บนผืนแผ่นดินบรูไน เพราะจากคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ปรากฎออกมา แสดงให้เห็นว่ามันคือเมล็ดพันธุ์ที่มีความดั้งเดิม จริงแท้ ซึ่งมีอยู่เรียบร้อยแล้ว และอัลลอฮฺทรงกำหนดมาเพื่อชาวบรูไน...”
จากพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาทดังกล่าว ต่างสะท้อนถึงความสำคัญของ MIB ซึ่งสื่อถึงความหมาย ดังนี้
 
1. M: Malayu หรือ มลายู ซึ่งคำว่า "มลายู” ยังสามารถตีความถึงความเป็นเป็นชาวมลายูของชาวบรูไน ดังนั้นประเทศบรูไนจึงเป็นประเทศของชาวมาลายู มีสุลต่านชาวมาลายูเป็นผู้ปกครองประเทศ มีวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมมลายูที่สืบทอดกันมา จนกลายเป็นอุดมคติของคนบรูไนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวิถีแห่งคุณค่าวัฒนธรรมที่สำคัญพอสรุปได้ ดังนี้
1) วัฒนธรรมมลายูถือเป็นวัฒนธรรมแห่งชาติและเป็นวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่า
2) ภาษามลายูเป็นความมั่นคงที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นภาษาแห่งชาติ
3) ศาสนาอิสลามเป็นวิถีที่การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของมลายูต้องยึดมั่นตั้ง
4) ราชประเพณีเป็นระบบที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมมลายู
 
2. I: Islam หรือ อิสลาม คำว่า "อิสลาม” ในที่นี้หมายถึง ศาสนาที่อัลลอฮ์ได้ประทานให้ชาวมลายูบรูไนได้ยึดถือเป็นแบบแผนในการดำรงชีวิต ที่อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปกครอง ประเทศต้องเป็นไปตามหลักการอิสลาม ที่เป็นแกนสำคัญในการบริหารการปกครองประเทศที่มีสุลต่านเป็นผู้นำ และมีรากฐานบนการกระทำความดีที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งคำว่า "อิสลาม” ในบริบท ของบรูไนพอสรุปได้ ดังนี้
1) อิสลามเป็นศาสนาที่อัลลอฮ์ประทานให้
2) การกระทำแต่ความดีเป็นวิถีการดำเนินชีวิตที่มั่นคง อันเป็นรากฐานของอิสลาม
3) อิสลามเป็นระบบปกครองที่รวมพระราชาและประชาชนให้เป็นหนึ่งเดียว
 
3. B: Beraja คือ พระราชา หรือพระมหากษัตริย์ และในที่นี้หมายถึงระบบการปกครองที่มีองค์สมเด็จพระราชาธิบดีทรงเป็นประมุข ซึ่งถูกวางรากฐานบนการตีความตามแนวของศาสนาอิสลามแบบบรูไนว่า อำนาจการปกครองนั้น เป็นรางวัลแห่งความไว้วางใจจากพระเจ้า ให้พระองค์ปกครองประเทศด้วยความยุติธรรมมลายู อิสลาม พระมหากษัตริย์ หรือ MIB เมื่อถูกวางรากฐานทางความคิดแล้ว รวมทั้งเกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการปกครอง ดังนี้
1. การปกครองที่มีความมั่นคง เสถียรภาพ
2. ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติที่เป็นชาตินิยมมาลายู-บรูไน เกิดความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน
3. สามารถป้องกันประเทศจากอริราชศัตรูภายนอกได้ ซึ่งทำให้สามารถรักษาเอกราชของชาติไว้ได้
4. การนำกฎหมายอิสลามมาใช้ ทำให้เกิดความเป็นธรรมในทัศน์ของชาวมุสลิม
5. การเปิดโอกาสให้ใช้หลักการอิสลามอย่างเปิดกว้าง ในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงของชาติ ทำให้การปกครองภายในหรือการรักษาความสงบภายในทำได้สะดวกง่ายขึ้น
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์