หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ก.เกษตรฯ รุกเตรียมพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน

12 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1810)

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 31 ธันวาคม 2558 จะเป็นการรวมตัวเพื่อเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ โดยประชากรในอาเซียนมีจำนวน 625 ล้านคน เศรษฐกิจอาเซียนใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีGDP ในภาพรวมประมาณ 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ) มีนโยบายเน้นย้ำการส่งเสริมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน ดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีดำเนินการตามพิมพ์เขียว (Blueprint) ของทั้ง 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม
 
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องบูรณาการงานกับหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการตาม Blueprint ของแต่ละประชาคม
 
ในส่วนของ AEC Blueprint ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ร่วมกำหนดมาตรฐานอาเซียนในคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ อาทิ มาตรฐานพืชสวนและอาหาร มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และค่าปริมาณสารพิษตกค้าง และยังได้กำหนดมาตรฐานของอาเซียนภายใต้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยการลดหรือขจัดอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าที่เกิดจากมาตรฐาน กฎระเบียบทางวิชาการ และการตรวจสอบรับรอง
 
สำหรับการดำเนินการอื่นของกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่
 
1. จัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อจัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการเตรียมความพร้อม
2. วิเคราะห์ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
3. ศึกษาโอกาสของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน
4. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากฎหมายของกระทรวงเกษตรฯ
5. จัดอบรมสัมมนาเกษตรกร สถาบันเกษตรกร บุคลากรของภาครัฐ และบุคคลทั่วไป เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน การค้า บริการ การลงทุน กฎระเบียบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และ
6. ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมฯ ได้แก่
(1) โครงการเมืองเกษตรสีเขียว
(2) โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน
(3) โครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับประชาคมอาเซียน และ
(4) การเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตรชายแดนเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
นอกจากนี้ ยังมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer และโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน
 
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ศึกษาโอกาสและผลกระทบของสินค้าเกษตรไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พบว่า ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียนยังมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากสินค้าเกษตรไทยเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้และสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์
 
ในขณะที่บางสินค้ามีการพัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับโลกแล้ว เช่น ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มสินค้าที่แข่งขันได้แต่ต้องสร้างจุดเด่นและพัฒนาสินค้าเพื่อครองตลาดให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง (มันเส้น) ไหม และยางพารา ส่วนกลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำมันปาล์ม และมะพร้าว
 
สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรของประเทศภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
ด้านผลกระทบเชิงบวก ได้แก่ โอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรมีมากขึ้น ตลาดใหญ่ขึ้นสินค้าเกษตรที่จำหน่ายในอาเซียนที่มีคุณภาพสูงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบนและตลาดนอกภูมิภาคอาเซียน มูลค่าการค้าตามแนวชายแดนเพิ่มสูงขึ้น มีแหล่งวัตถุดิบราคาถูกเข้าสู่อุตสาหกรรมการเกษตร มีการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีในการผลิต
 
ขณะที่ผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่มีมาตรฐาน หรือมาตรฐานต่ำกว่าจากประเทศสมาชิกอาเซียนจะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมทั้งสินค้าเกษตรจากอาเซียนที่มีคุณภาพดีกว่าและราคาถูกกว่าจะเข้ามาแข่งขันและแย่งตลาด สินค้าเกษตรทะลักเข้าสู่ประเทศไทยส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรไทย ผู้ประกอบการภาคการผลิตทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมทั้งเกษตรกรของไทยที่มีขีดความสามารถในการผลิตต่ำจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศที่มีขีดความสามารถในการผลิตสูงกว่าได้
 
นายธีรภัทร กล่าวว่า "จากผลกระทบดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เตรียมการรองรับโดยส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และการผลิตที่เน้นความปลอดภัยในสินค้า มีคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างอำนาจต่อรองในด้านต่าง ๆ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ให้มีต้นทุนต่ำลงผ่านสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร ส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีความสนใจในอาชีพเกษตรกร เพื่อเพิ่มปริมาณเกษตรกรและป้องกันปัญหาความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ตลอดทั้งการสนับสนุนกองทุน FTA หรือกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทยต่อไป”
 
 
Credit :  thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์