หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> กัมพูชา (Cambodia)
กัมพูชาในความอุปถัมภ์ของสหประชาชาติ

10 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 3643)

กัมพูชาในความอุปถัมภ์ของสหประชาชาติ (พ.ศ. 2534 – 2536)
 
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) ได้ชุบชีวิตกัมพูชาให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เมื่อสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) พร้อมกับการลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่กรุงปารีส (Paris Peace Agreement) อันได้ปูทางไปสู่การเข้ามาของ UNTAC
 
โดยข้อตกลงสันติภาพฯ ได้มีการจัดทำข้อเสนอแนะให้ทำการฟื้นฟูประเทศกัมพูชาไปพร้อมๆ กับการสร้างชาติขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นแผนแม่บทในการเข้ามาขององค์การระหว่างประเทศในการจัดการเลือกตั้งระดับชาติ ขึ้นในกัมพูชา
 
โดยในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) กัมพูชา ได้จัดให้มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของ สหประชาชาติ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค สมัครเข้ารับเลือกตั้ง โดยมีพรรคการเมืองเข้าร่วมการแข่งขันถึง 20 พรรค แต่พรรคการเมืองที่โดดเด่น คือ พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) นำโดย สมเด็จฮุน เซน พรรคฟุนซินเปก (FUNCINPEC) นำโดยเจ้ารณฤทธิ์
 
ภายใต้รัฐบาลผสมระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) และ พรรคฟุนซินเปค (FUNCINPEC) ได้ดำเนินการเร่งปฏิรูประบบราชการ เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ (Consultative Group: CG) แก่กัมพูชาได้ตั้งเงื่อนไขให้รัฐบาลกัมพูชาต้องปฏิรูประบบงานบริหาร ราชการ ระเบียบการคลัง ระบบภาษี กองทัพ กรมตำรวจ กฎหมาย การกระจายอำนาจ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ความช่วยเหลือ
 
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเพื่อแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ที่มีอยู่มากในกัมพูชาให้หมดไป
 
โดยภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) ประเทศกัมพูชามีรัฐบาลใหม่ที่มีความพยายามใน การยกระดับฟื้นฟูประเทศ และประกาศให้คำมั่นสัญญาต่อนานาชาติ ที่ให้ความช่วยเหลือต่อกัมพูชาในการพัฒนาประเทศว่ารัฐบาลกัมพูชา ยังคงมีเจตนาเดินหน้าในการปฏิรูปการบริหารประเทศ และยังมี ความจำเป็นที่จะรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ
ปัญหาการพัฒนาระบบราชการกัมพูชา
 
ปัจจัยทางการเมืองที่เกิดท่ามกลางสภาวะสงครามกลางเมืองมายาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ ได้ทำให้กัมพูชาไม่สามารถพัฒนาระบบ ราชการได้ และยังคงต้องพึ่งพาการพัฒนาเศรษฐกิจจากองค์การด้าน การเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ
 
แม้ว่ารัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศได้เข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูโดยตลอด นับแต่สงครามภายในได้ยุติลงเมื่อปี พ.ศ. 2534 แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ และถือว่ากัมพูชาเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รายจ่ายประจำและรายจ่ายด้านการลงทุนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59.8 และ 38.2 ของรายจ่ายรวมตามลำดับ
 
รายจ่ายประจำที่สำคัญคือ การปฏิรูป ระบบราชการ การปลดทหาร และการเลือกตั้ง เป็นต้น แม้เกิดแนวคิดการกระจายอำนาจเกิดขึ้นมาจากหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) เนื่องจากรัฐบาลมีความเชื่อว่าการกระจายอำนาจเป็นการปกครอง ที่รัฐสามารถถ่ายโอนอำนาจการบังคับบัญชา และมอบหมายความรับผิดชอบ ในกิจการบางอย่างให้ท้องถิ่นดำเนินการจัดการภายในเอง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีส่วนร่วม และรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลกิจการท้องถิ่นของตนเอง
 
แต่ในทางปฎิบัติแม้ว่าการปฏิรูประบบราชการ การกระจายอำนาจจะดำเนินไป แต่ก็ปรากฏสิ่งท้าทายที่สวนทางกับกระบวนการปฏิรูปด้วย เช่นกัน มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด ตัวคนในด้านโครงสร้างกฎหมายหรือกำหนดกฎเกณฑ์ในกระบวนการกระจาย รวมไปถึงการข่มขู่คุกคามทางการเมือง
 
ในช่วงเปิดประเทศหรือประมาณปี พ.ศ. 2533 ข้าราชการระดับสูง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนใหญ่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคการเมือง โดยมีวาระตามการตัดสินใจของผู้บริหารพรรคการเมือง ซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศ นักการเมือง และข้าราชการระดับสูงกลุ่มนี้ต่างมีรายได้มา จากการให้เช่าบ้านและที่ดิน ซึ่งได้รับจัดสรรขณะดำรงตำแหน่งผู้บริหารประเทศ และรายรับที่ได้รับการอำนวยความสะดวกในเรื่องกฎระเบียบ ของรัฐ รวมถึงเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศในโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ยังมีปัญหาคอรัปชั่นอยู่มากในกัมพูชา
 
ซึ่งทางธนาคารโลกได้รายงานว่า การทุจริตในหน้าที่ของบุคคลในรัฐบาลมีอย่างกว้างขวางและแพร่หลาย ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ยอมรับว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ ของรัฐบาลเพียงแค่ทำหน้าที่ตามปกติ และต้องจ่ายสินบนถึงร้อยละ 85 ของรายจ่ายนอกระบบ หรือตั้งแต่ร้อยละ 5 – 6 ของรายรับจากการขาย และเพิ่มขึ้นตามขนาดของธุรกิจซึ่งถือเป็นรายการใหญ่ของต้นทุน การผลิต
 
โดยทั่วไปแล้วเงินรายจ่ายที่ไม่เป็นทางการนี้ ถือเป็นค่าตอบแทน ให้เจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้บริการที่รวดเร็วขึ้น แต่ในกัมพูชาการติดต่อ ขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินประเภทนี้คล้ายกับเป็น ค่าธรรมเนียมตามปกติ เพียงแต่เงินที่จ่ายไปไม่ได้นำส่งเข้ารัฐ
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์