หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เวียดนาม (Vietnam)
ความร่วมมืออินเดีย-เวียดนาม

4 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 3514)

เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่เพิ่งปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจจากระบบวางแผนจากส่วนกลางไปสู่เศรษฐกิจแบบกลไกตลาด และกำลังอยู่ในระหว่างพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนจากต่างชาติและความร่วมมือจากองค์การระหว่างประเทศในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
 
ความร่วมมืออินเดีย-เวียดนาม
อินเดียและเวียดนามมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรอย่างยิ่งมากกว่า 50 ปี ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีเนรูและประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เวียดนามเป็นประเทศที่ถูกสงครามทำลายระบบเศรษฐกิจและสิ่งก่อสร้างพื้นฐานมากกว่าศตวรรษ อย่างไรก็ตามในแง่ของการตอบรับเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนั้น เป็นที่ทราบกันว่าเวียดนามไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีระดับสูงที่มีพร้อมเหมือนกับญี่ปุ่น แต่เวียดนามต้องการเทคโนโลยีระดับกลาง ซึ่งอินเดียสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือและแนะนำในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้เวียดนามและอินเดียยังมีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจที่ดีต่อกัน อินเดียมีการนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม ในขณะที่เวียดนามมีการพึ่งพาประสบการณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมันจากอินเดีย เวียดนามเป็นประเทศที่มีแหล่งแรงงานที่ได้รับการศึกษาดี และมีอัตราการรู้หนังสือที่เพิ่มขึ้น แต่ยังประสบปัญหาแรงงานขาดทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนามใต้ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญของเวียดนามตามความตั้งใจของรัฐที่จะให้เวียดนามมีสมรรถนะในการแข่งขันกับอินเดียและจีนที่มีการบริการด้านเทคโนโลยีและเทคโนโลยีระดับสูง
 
ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างอินเดียและเวียดนาม นับเป็นโอกาสของเวียดนามที่ได้เรียนรู้จากอินเดียที่มีการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วถือเป็นการปฏิวัติระบบเศรษฐกิจบนฐานความรู้ เวียดนามต้องการความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นอินเดียจึงเป็นผู้ช่วยเหลือที่เหมาะสม อินเดียและเวียดนามมีความร่วมมือกันหลายด้าน อาทิเช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความร่วมมือทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นด้านที่ค่อนข้างชัดเจนโดยมีแผนการปฏิบัติงานร่วมระหว่างสองประเทศในปี พ.ศ.2550 – 2552 ศูนย์การเรียนรู้เด่น ๆ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากอินเดียมีดังนี้
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ITEC: Information Technology and Education Center)
 
รัฐบาลอินเดียส่งเสริมการฝึกอบรมในโครงการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ITEC: Information Technology and Education Center) โดยสนับสนุนค่าเครื่องบิน ค่าเล่าเรียน ที่พัก และเบี้ยเลี้ยง ซึ่งเวียดนามได้รับการจัดสรรในโครงการดังกล่าว 75 ทุน โครงการดังกล่าวยังรวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารมวลชนภาษาอังกฤษ การจัดการ การวางแผนการศึกษา การฝึกอบรมครู ฯลฯ
 
นอกจากนี้ในด้านการศึกษา รัฐบาลอินเดียมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาเวียดนามและนักวิจัยจำนวน 130 ทุน ในทุกๆ ปี สำหรับศึกษาในสถานศึกษาของอินเดีย และอินเดียยังวางแผนที่จะก่อตั้งศูนย์สอนภาษาอังกฤษในดานัง ช่วงปี พ.ศ. 2549 – 2550 อินเดียมีการมอบทุนการศึกษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากกว่า 100 ทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนทุนการศึกษาในโครงการ ITEC ที่อินเดียมีการสนับสนุนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 362 ทุน (สิงหาคม พ.ศ.2551) ซึ่งจากทุนดังกล่าวสาขาที่นักศึกษาเวียดนามสนใจมากที่สุด ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การบริหารการเงิน
ศูนย์วิทยบริการระดับสูงในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
(Advanced Resource Centre in IT) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลอินเดียได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเวียดนาม โดยจัดตั้งศูนย์วิทยบริการระดับสูงในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Advanced Resource Centre in IT) ในฮานอยตามข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยที่รัฐบาลอินเดียช่วยในการฝึกอบรมแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการใช้บริการ ซึ่งสนองความต้องการของเวียดนามที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเพิ่มศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเวียดนามต้องการเพิ่มความเร็วในด้านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งการวิจัยและพัฒนา
 
นอกจากการสนับสนุนด้านทุนการศึกษาและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วอินเดียยังมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้แก่เวียดนาม ดังนี้
1) พัฒนากลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับอุดมศึกษา ทั้งความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวียดนาม (Vietnamese-American Bilateral Trade Agreement: BTA) อาเซียนเขตปลอดภาษีการค้า (The Asean Free Trade Area: AFTA) ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและบริการ (The General Agreement on Trade and Services: GATS)
 
2) ขยายความร่วมมือกับต่างชาติในการตั้งศูนย์เทคโนโลยีระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสามารถร่วมกันวิจัยและพัฒนาโครงการด้านวิทยาศาสตร์
 
3) ใช้กลยุทธ์ในการสอนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษใช้การเรียนการสอน ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยซึ่งใช้ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศและมีความเหมาะสมกับความต้องการในการเรียนรู้ของเวียดนามโดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐศาสตร์
 
4) พัฒนาคุณภาพงานวิจัยและหลักสูตรการฝึกอบรมที่เป็นบริบทเฉพาะของเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักวิจัยต่างชาติ และเพื่อรักษาเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของเวียดนาม
 
5) มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ในการเรียนและร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ และสนับสนุนการส่งนักศึกษาและอาจารย์ไปศึกษายังต่างประเทศในด้านที่รัฐบาลสนับสนุนและให้ความสำคัญ
 
6) สนับสนุนเครื่องมือและนโยบายในการอำนวยความสะดวกเพื่อกระตุ้นการศึกษาต่อต่างประเทศโดยใช้เงินทุนส่วนตัว
 
7) มีการควบคุมคุณภาพของธุรกิจบริการฝึกอบรม รวมทั้งหลักสูตรออนไลน์โดยสถาบันฝึกอบรมต่างชาติ
 
8) สร้างความสัมพันธ์กับองค์การรับประกันคุณภาพระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อสร้างมาตรฐานให้แก่ผู้เรียนในประเทศ
 
9) สร้างโอกาสในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพสูงจากต่างชาติในการสนับสนุนการฝึกอบรมและวิจัย ในขณะที่สร้างระบบและนโยบายในการส่งนักศึกษาและบุคลากรเวียดนามไปศึกษาต่างประเทศเพื่อกลับมาพัฒนาและสร้างชาติ
 
10) เข้าร่วมการฝึกอบรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในตลาดต่างประเทศ เพื่อที่จะส่งออกแรงงานที่มีทักษะตามความต้องการของตลาด
 
• พัฒนาคนผ่านยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS: Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy)
ความร่วมมือในโครงการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง เพื่อที่จะพัฒนาความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก อันได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม โดยมีประเทศไทยรับผิดชอบด้านนโยบายและผลักดันการนำไปใช้ภายใต้หน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (ไทย) (TICA: Thailand International Development Cooperation Agency) ซึ่งได้ออกแบบแผน เพื่อยกระดับความสามารถระดับบุคคลและระดับองค์การของประเทศกลุ่มสมาชิกและพัฒนาเพื่อเตรียมความสามารถในการแข่งขันระดับสากลซึ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็น 1 ใน 8 ด้านของแผนการพัฒนา อันได้แก่
 
1) การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและลงทุน
2) ความร่วมมือด้านการเกษตร
3) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน
4) การเชื่อมโยงด้านคมนาคม
5) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
6) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
7) สาธารณสุข
8) ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
 
ซึ่งแผนพัฒนาถูกออกแบบให้มีการประชุมหารือในระดับรัฐมนตรี เพื่อผลักดันเชิงนโยบาย มีนโยบายและแผนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการให้การศึกษา การฝึกอบรม และการเรียนรู้แก่ข้าราชการของประเทศสมาชิก เพื่อที่จะสร้างประสบการณ์และความรู้ในส่วนที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เช่น การพัฒนา ระบบอาชีวศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงานอุตสาหกรรม การบริหารจัดการด้านการเงิน ฯลฯ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือและการสร้างเครือข่ายด้านเทคนิคการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย สนับสนุน ให้มีการทำวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันซึ่งเวียดนามสามารถใช้เงื่อนไขนี้เรียนรู้จากประเทศเพื่อนบ้าน
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์