หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เมืองน่าลงทุนของเมียนมา

2 พฤศจิกายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1691)
 
เมื่อพิจารณาจากสภาวะทางสังคมและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พบว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงในช่วงที่ผ่านมาเมียนมาก็นำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
 
อย่างไรก็ตาม นับจากที่เมียนมาเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศในทิศทางที่เสรียิ่งขึ้น และได้รับการยอมรับจากนานาชาติเพิ่มขึ้นจนได้รับการผ่อนคลายจากการคว่ำบาตรของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้ส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจเมียนมาค่อนข้างมาก อันเป็นช่วงเวลาที่เมียนมาเร่งปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายนอกมากขึ้น ทั้งการปรับปรุงกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น รวมถึงการยกเครื่องระบบการเงินของประเทศใหม่ โดยหันมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัวแต่มีการจัดการ (Managed Float) และการเร่งปรับปรุงระบบการชำระเงินของประเทศสู่มาตรฐานที่เป็นสากลยิ่งขึ้น
 
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นและหันมาสนใจลงทุนในตลาดเมียนมามากขึ้นเป็นลำดับ ดังจะเห็นได้จากการหลั่งไหลของนักลงทุนต่างชาติเข้าไปในเมียนมาอย่างคึกคักนับแต่ช่วงต้นปี 2555 เป็นต้นมา ดังนั้นในฐานะที่ไทยเป็นประเทศสมาชิกของอาเซียนเช่นเดียวกับเมียนมา และยังเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันยาวที่สุดในอาเซียนถึงกว่า 2,400 กม. จึงย่อมเป็นโอกาสและจังหวะเวลาที่สำคัญของไทยที่จะเข้าไปขยายฐานในตลาดการค้าการลงทุนในเมียนมาก่อนคู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะจากอาเซียนด้วยกัน
 
ทั้งนี้ เมืองสำคัญที่มีบทบาททางเศรษฐกิจของเมียนมากระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ โดยที่แต่ละเมืองมีลักษณะเด่นและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป นักลงทุนจึงต้องศึกษาลักษณะเฉพาะของแต่ละเมืองในเมียนมา เพื่อจะสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดเมียนมาได้อย่างเหมาะสมโดยเมืองสำคัญของเมียนมาที่น่าจับตามองต่อการลงทุน มีดังนี้
 
                                     
นครเนปิดอว์ (Nay PyiDaw) เมืองหลวงและศูนย์ราชการของเมียนมา ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 7 พันตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางตอนเหนือราว 350 กิโลเมตร และได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของเมียนมาในปี 2548 ในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางด้านงานราชการและการบริหารประเทศ เป็นที่ตั้งหน่วยงานของกองทัพทหาร รวมถึงเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีของเมียนมาโดยตรง มีประชากรราว 9 แสนคน และได้รับการกำหนดผังเมืองที่เปิดกว้างต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจโรงแรมได้
 
                                      
กรุงยางโกง หรือย่างกุ้ง (Yangon) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมียนมา มีประชากรมากที่สุดในประเทศราว 5.4 ล้านคน โดยเฉพาะอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และการกระจายสินค้าที่มีโครงข่ายสนับสนุนอย่างครบวงจร เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลาง อันเป็นที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนมีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมทั้งทางถนน รถไฟ ทางน้ำผ่านแม่น้ำอิรวดีซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งภายในประเทศ มีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ และทางอากาศโดยอาศัยสนามบินนานาชาติยางโกงรองรับสายการบินทั้งภายในและระหว่างประเทศเทียบเท่ากับจ้านวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้นประมาณ 2.7 ล้านคน
 
ขณะเดียวกันกรุงยางโกงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนสถาน อาทิ พระบรมธาตุชเวดากอง พระเจดีย์สุเล พระเจดีย์โบตะกอง พระพุทธไสยาสน์ เซาตาจี และตลาดโป๊ะโยค เป็นต้น
 
                                        
เมืองมัณฑะเลย์ (Mandalay) ศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตอนบนของเมียนมา มีประชากรราว 1 ล้านคน เป็นเส้นทางผ่านสินค้าชายแดนของเมียนมากับอินเดียและจีน ผ่านเมืองทามูและเมืองมูเซ ซึ่งเป็นเมืองชายแดนของเมียนมา ที่ติดพรมแดนของเมืองโมเรห์ของอินเดีย และเมืองรุ่ยลี่ของจีน รวมถึงยังเป็นฐานการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าทุนที่สำคัญของเมียนมาอีกด้วย ขณะเดียวกันมัณฑะเลย์ยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของเมียนมา เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชสำคัญ เช่น ฝ้าย ยาสูบ และธัญพืชต่าง ๆ ทั้งยังเป็นเมืองที่รัฐบาลส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศ โดยมีการจัดตั้งเมืองไซเบอร์ (Cyber City) ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการสื่อสารและไปรษณีย์ของเมียนมา
 
นอกจากนี้ มัณฑะเลย์ยังมีท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของเมียนมา สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในเมียนมา และยังเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างตอนบนและตอนล่างของประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังเส้นทางรถไฟในยุโรปและเอเชียใต้ด้วย อย่างไรก็ตาม การคมนาคมทางถนนของมัณฑะเลย์ยังประสบปัญหาที่มีการกระจุกตัวหนาแน่น เนื่องจากมีปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรไม่คล่องตัวนักและเกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้าเป็นบางช่วงเวลา
 
เมืองทั้งสามข้างต้นถือเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของเมียนมา และสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของนักลงทุนและผู้ประกอบการไทยที่คิดจะเข้าไปลงทุนในเมียนมาได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทางธุรกิจในเมืองเหล่านี้ควรอาศัยเครือข่ายของนักธุรกิจหรือหน่วยงานในท้องถิ่นที่จะช่วยติดต่อประสานงานหรือดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมทั้งจากการค้นคว้าตามแหล่งข้อมูลที่มีอยู่แล้ว และแม้แต่การเดินทางไปเก็บข้อมูลภาคสนามในเมืองที่นักลงทุนและผู้ประกอบการสนใจจะเข้าไปลงทุนอย่างจริงจังต่อไป
 
 
 
สดุดี วงศ์เกียรติขจร
นักวิจัยอาวุโส สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา
กรุงเทพธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์