หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
SME ไทยกับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

30 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3926)

การจัดทำข้อตกลงการเปิดเสรีต่างๆ ของประเทศไทยได้มีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีไปแล้วกับ 8 ประเทศ ทั้งในส่วนที่เป็นข้อตกลงของประเทศไทยเองและข้อตกลงของอาเซียนที่มีผลบังคับใช้กับไทยด้วย แต่ข้อตกลงที่มีความสำคัญมากและจะมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างมากต่อจากนี้ไป คือ การเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างความร่วมมือภายในภูมิภาคเพื่อร่วมกันสร้างศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนในตลาดโลก ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาสู่ภูมิภาค และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีการค้าโลก โดยAEC จะพยายามสร้างให้เกิดเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน (single market and production base) โดยกำหนดให้มีการเปิดเสรีในขอบเขตที่ครอบคลุมการประกอบธุรกิจแทบจะทุกสาขาธุรกิจ คือ มีการเปิดเสรีที่ครอบคลุมทั้งด้านสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือ

โดยที่การเปิดเสรีต่างๆ นี้จะ ทยอยเปิดเสรีมากขึ้นตามลำดับในแต่ละรอบการเจรจา และจะมีผลสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2558 AEC นอกเหนือจากการเปิดเสรีด้านต่างๆ ข้างต้นแล้ว ยังได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในการสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของอาเซียนโดยรวม ได้แก่ การสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน การพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเสมอภาค และการบูรณาการอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก

อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า AEC จะช่วยขยายพรมแดนทางการค้าและการลงทุนของไทยไปในภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกันพรมแดนทางการค้าและการลงทุนของประเทศอื่นอีก 9 ประเทศในอาเซียนก็จะขยายเข้ามาในประเทศไทยด้วย ภูมิทัศน์ทางการแข่งขันและการตลาดของประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยมีมาก่อน เห็นได้ชัดเจนว่าการเข้าสู่ AEC เป็นทั้งสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตให้กับธุรกิจไทย และเป็นสิ่งที่อาจจะคุกคามสถานภาพของธุรกิจไทยเช่นกัน ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ SME ไทยจะต้องเรียนรู้ เข้าใจ ปรับตัว และใช้ประโยชน์จาก AEC ให้ได้

เป็นที่ชัดเจนว่า AEC จะเป็นบริบทใหม่สำหรับการประกอบธุรกิจของSME ไทยต่อไปในอนาคตข้างหน้า ถึงแม้ว่า AEC จะมีจุดเริ่มต้นที่ดูจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้กับประเทศในอาเซียน แต่แน่นอนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อมีผู้ที่ได้ประโยชน์ ก็จะต้องมีผู้ที่เสียประโยชน์

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะหน่วยงานกลางในการดูแลผู้ประกอบการ SME ของประเทศก็อยากเห็น SME ไทยเป็นฝ่ายที่ไม่เสียประโยชน์จากการเข้าสู่ AEC ดังนั้น ในการจัดทำแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานส่งเสริม SME ของประเทศ จึงได้ให้น้ำหนักความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยมีการกำหนดทิศทางการส่งเสริมและพัฒนา SME ในการสร้างความพร้อมรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้น และเสริมสร้างความสามารถในการใช้ประโยชน์จาก AEC ที่สำคัญ ดังนี้

- การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ SME เกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ ภายใต้ AEC เป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญมาก เนื่องจากทุกวันนี้ SME ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่า AECคืออะไร หรือส่วนหนึ่งที่รู้เกี่ยวกับ AEC ก็จะยังไม่รู้ว่าแล้วจะมีผลกระทบอย่างไร จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ SME มีทั้งความรู้ในภาพกว้างของ AEC และมีความเข้าใจเชิงลึกถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจของตนเอง

- การศึกษาโอกาสและผลกระทบที่จะเกิดกับธุรกิจ SME ในสาขาต่างๆ โดยมุ่งเน้นสาขาที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบ เช่น ธุรกิจสาขาบริการ ซึ่งข้อตกลงภายใต้AEC จะมีการเปิดเสรีในระดับที่สูงมาก และมีโอกาสที่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นมาก ซึ่งในปัจจุบัน

- การสนับสนุนให้ SME สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงได้มากขึ้น ทั้งที่เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี โดยมุ่งส่งเสริมให้เกิดความสะดวกแก่ SMEในการขอรับสิทธิประโยชน์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้าให้กับ SME ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับSME ได้

- การจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบแก่ SME ที่ได้รับผลกระทบเป็นที่แน่นอนว่าหลังจากเปิด AEC อย่างเต็มรูปแบบ SME บางรายต้องได้รับผลกระทบ ไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาได้ ก็จะมีการสนับสนุนให้มีบริการให้คำปรึกษาแนะนำในการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนให้แหล่งเงินทุนในการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ

- การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการลงทุนในต่างประเทศ ปัจจุบัน SME ไทยยังมีการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศน้อย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสและขั้นตอนการลงทุนในต่างประเทศ หรือไม่มีสิทธิประโยชน์จูงใจที่ดีพอ จึงได้กำหนดให้มีการส่งเสริมโอกาสให้กับ SME ในการแสวงหาลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นทั้งการลงทุนในการขยายหรือย้ายฐานการผลิตเพื่อแสวงหาปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนต่ำกว่า และการลงทุนเปิดธุรกิจบริการที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เช่น ร้านอาหาร สปา ร้านนวดไทย เป็นต้น โดยสนับสนุนให้มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับ SME ไทย

- การส่งเสริมการสร้างพันธมิตรหรือเครือข่ายทางธุรกิจให้กับ SME ไทยกับธุรกิจอาเซียน ทั้งในรูปแบบเครือข่ายการผลิตภายในอาเซียน พันธมิตรในการทำตลาดร่วมกันในอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะช่วยให้ธุรกิจในอาเซียนช่วยกันเสริมจุดอ่อนและสร้างจุดแข็งในเวทีการค้าโลกได้มากขึ้น เครือข่ายการผลิตในอาเซียนจะทำให้สามารถเชื่อมโยงความสามารถของแต่ละประเทศมาใช้ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ศักยภาพของอาเซียนเข้มแข็งขึ้น

- ประเด็นสุดท้ายที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับ SME โดยตรง แต่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ SME ไทยยังคงรักษาตลาดในประเทศไว้ได้ ก็คือ การรณรงค์สร้างความเชื่อมั่นและจิตสำนึกให้กับผู้บริโภคในการใช้สินค้าและบริการของ SME ไทย ซึ่งจะช่วยให้SME ไทยสามารถรักษาฐานตลาดในประเทศไทยไว้ได้ในระดับหนึ่ง

สสว. เห็นว่าแนวทางการเสริมสร้างศักยภาพให้กับ SME ข้างต้น จำเป็นต้องเร่งดำเนินการโดยมีการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจะยังเหลือเวลาอีกกว่า 4 ปี กว่าจะถึงปี พ.ศ. 2558 ที่ AEC จะเปิดอย่างเต็มรูปแบบ แต่ SME จำเป็นต้องเร่งการเรียนรู้รายละเอียดของข้อผูกพันต่างๆ ภายใต้ AECเพื่อที่จะสามารถกำหนดแผนธุรกิจหรือตัดสินใจด้านการลงทุนให้สอดรับกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงหรือรองรับกับการแข่งขันที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ตาม

AEC เป็นก้าวที่สำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างและสถานภาพเศรษฐกิจของไทยต่อจากนี้ไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าความเติบโตจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของไทยจะหยุดอยู่เพียงอาเซียนเท่านั้น ภูมิภาคอาเซียนยังคงแสวงหาความก้าวหน้ามากขึ้นจากการทำความตกลงทางการค้าที่ขยายวงกว้างไปสู่คู่ค้าที่สำคัญ ทั้ง ASEAN+3 และASEAN+6 ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสและความเสี่ยงย่อมมาพร้อมกัน ดังนั้น SME ไทยจะต้องพยายามศึกษาและปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว



โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์