หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อุตสาหกรรมและธุรกิจที่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย

14 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1986)

อุตสาหกรรมและธุรกิจที่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในเมียนมา  อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เพราะกระแสและโอกาสแฟชั่นของเมียนมาเริ่มจะมีมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการที่ชาวเมียนมาเริ่มมีรายได้มากขึ้น จึงหันมานิยมใช้สินค้าแบรนด์มากขึ้น
 
โดยเฉพาะสินค้าที่มีตราสินค้าของไทย ซึ่งชาวเมียนมามีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีผู้ประกอบการไทย ควรพิจารณาถึงโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะในรูปแบบของการร่วมหุ้นส่วนกับธุรกิจท้องถิ่นในเมียนมา เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
 
อุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากรัฐบาลเมียนมา มีนโยบายที่จะเปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติเข้าไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในด้านระบบไฟฟ้า น้ำประปา การขนส่งทางถนน สนามบิน รถไฟ และเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าในระยะต่อไป
 
โดยเฉพาะเมืองทวายที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นพร้อมกับ ระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการร่วมทุนจากนักลงทุนทั่วโลก และไม่ใช้งบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งท่าเรือนำลึกทวาย สามารถเชื่อมโยงสินค้าจากตะวันออกกลางและอินเดียไปสู่ประเทศอื่นๆ ในแถบทะเลจีนใต้ เช่น จีน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศต่างๆ ในอาเซียน และมีเส้นทางผ่านไทย คือ จังหวัดกาญจนบุรีไปสู่ท่าเรือแหลมฉบัง
 
 
 
 
บริการท่องเที่ยวเมียนมามีสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงเชิงอนุรักษ์หลายแห่ง ที่มีเสน่ห์ เช่น เนปิดอร์ ย่างกุ้ง หงสาวดี เกาะสอง พุกาม ท่าตอน ตานต่วย พีนอู่หวิ่น และมัณฑเลย์ขณะที่เมืองเมาะละแหม่ง ก็เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่สำคัญของ  เมียนมาที่ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกและนักท่องเที่ยว สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนในกิจการด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร เป็นต้น
นอกจากนี้อุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง ก็น่าสนใจเพราะที่ตั้งของเมียนมาอยู่ใกล้กับประเทศที่เป็นแหล่ง วัตถุดิบสำคัญ คือ บังคลาเทศและปากีสถาน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีโรงงานผลิตส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ย่างกุ้ง โดยมีเมืองเมียวดีเป็นเมืองที่น่าลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว
 
อุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลแปรรูป ควรลงทุนที่เมืองกะสองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดระนองและเมืองท่าตอน ซึ่งเป็น 2 เมืองที่อยู่ใกล้แหล่งสัตว์น้ำที่สำคัญของเมียนมา
 
อุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์ เพราะเมียนมามีไม้คุณภาพดีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองเมาะละแหม่ง อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตร แปรรูป โดยเฉพาะในเมืองพีนอูหวิ่น ซึ่งเป็นเขตปริมณฑลของ เมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมและปลูกพืชบนพื้นที่สูง และธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก โดยมีเมืองเมียวดี เป็นตลาดการค้าชายแดนที่จัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของเมียนมาและเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตอนเหนือของประเทศ
 
 
อย่างไรก็ตามการไปลงทุนในเมียนมาไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนใน เมียนมาต้อง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพต้นทุนแอบแฝงที่สูงขึ้น เนื่องจากปัญหาของระบบ ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สามารถรองรับทันกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเตรียมเครื่องปั่นไฟให้พร้อมรองรับกรณีไฟฟ้าดับ การเพิ่มเทคโนโลยีบำบัดน้ำให้สะอาดในโรงงาน เนื่องจากน้ำสะอาดยังมีไม่พอใช้ในประเทศ ประกอบกับปัญหาการผูกขาดผู้ให้บริการขนส่งในบางเมืองและเส้นทางการคมนาคมที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนของราคาสินค้าสูงขึ้นและยังมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ต้องตระหนัก เช่น การเข้าถึงระบบโทรศัพท์ไร้สายที่อยู่ในระดับต่ำ
 
นอกจากนี้ ในเมียนมาเองก็มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบค่อนข้างบ่อยกฎระเบียบบางประการของรัฐบาลยังขาดความชัดเจนและมีปัญหาในทางปฏิบัติทั้งในระดับส่วนกลางและ ท้องถิ่น และนักลงทุนยังไม่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย และกฎระเบียบต่างๆ ของเมียนมา อย่างทั่วถึง
 
และท้ายที่สุดต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบการเงินการธนาคารของเมียนมา ที่ยังล้าหลังทำให้ยังต้องพึ่งการใช้เงินสดเป็นหลักในขณะที่การทำธุรกรรมผ่าน Letter of Credit (L/C) ยังมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและ ต้องใช้เงินสดจำนวนมากในการค้ำประกันเช่นเดียวกัน
อุปสรรคที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติที่ไปลงทุนในเมียนมา ต้องเผชิญไม่มากก็น้อยและตราบใดที่ปัญหาเหล่านี้ยังสูงอยู่ ก็จะส่งผลในการตัดสินใจของนักลงทุน
 
จากปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลให้รัฐบาลเมียนมาตระหนักถึงความจำเป็นของเงินทุนต่างชาติในการช่วยปฏิรูปประเทศโดยตั้งแต่ต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ได้มีการออกประกาศเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำ bidding ลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานและภาคบริการหลายประเภท เช่น การลงทุนพัฒนาระบบเครือข่ายไร้สาย การแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ เมียนมาการก่อสร้างสนามบินเพิ่มเติมใกล้ย่างกุ้งและพัฒนาอาคารเก่าในย่างกุ้งให้เป็นโรงแรมเป็นต้น
 
ในขณะที่นักลงทุนไทยเองก็ควรหาพันธมิตรทางธุรกิจคู่ค้าชาวเมียนมาที่ดีและเชื่อถือได้ในการร่วมลงทุน เพราะจะทำให้มีความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและเรื่องการชำระเงิน ในระบบการเงินของเมียนมามากขึ้น ทั้งยังจะช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อีกด้วย เนื่องจากอัตราค่าสาธารณูปโภคและภาษี สำหรับนักธุรกิจท้องถิ่น จะถูกกว่านักลงทุนต่างชาติ
 
นอกจากนี้ บริษัทที่จัดตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมก็จะได้รับสิทธิพิเศษ และได้รับความสะดวกด้านต่างๆ จากภาครัฐเพิ่มขึ้นด้วย เช่น การลดหย่อนภาษีการค้า การจ่ายค่าน้ำมันในราคาถูกกว่าปกติ และความพร้อมทางด้านไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นต้น ประกอบกับต้องศึกษาและคอยติดตามความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายการลงทุนต่างชาติรวมถึงกฎระเบียบต่างๆ อยู่เสมอ และเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติในการติดต่อธุรกิจกับชาวเมียนมา ซึ่งย่อมจะส่งผลดีในการติดต่อธุรกิจมากกว่านักลงทุนที่ไม่รู้พื้นฐานทางสังคม และวัฒนธรรมของชาวเมียนมา
 
 
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์