หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมจริงหรือ?

12 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1560)

คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ ด้วยการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมให้ทันสมัย และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนขึ้นจริง โดยได้เพิ่มเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไของค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เช่น ยกเลิกกิจการผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ การบังคับใช้วัตถุดิบในประเทศ และเงื่อนไขการอุดหนุนส่งออกซึ่งเป็นการอุดหนุนที่ต้องห้าม
 
ภาคเอกชนต่างขานรับเพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนของไทยเพิ่มขึ้น ทั้งยังจะเป็นแรงสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการดึงดูดการลงทุนในภูมิภาคนี้เหนือประเทศคู่แข่ง ขณะที่สิทธิและประโยชน์สนับสนุนให้ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมมีการทำวิจัยและพัฒนาได้รับยกเว้นภาษีขาเข้าสำหรับของที่ผู้ได้รับการส่งเสริมนำเข้ามา เพื่อใช้ในการทดสอบ วิจัยและพัฒนาตามที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนกิจการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดไม่เกิน 13 ปี จากเดิม 8 ปี รวมทั้งเพิ่มสิทธิและประโยชน์ทางภาษีที่ให้กับผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เช่น อนุญาตให้ผู้ได้รับการส่งเสริมฯ หักค่าใช้จ่ายไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนเงิน อนุญาตให้หักเงินที่ใช้ไปในการลงทุนในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมฯ จากกำไรรวมไม่เกิน 90% ของเงินที่ลงทุนแล้ว เป็นเวลา 10 ปี จากเดิมที่ให้เพียง 50% เป็นเวลา 5 ปี และขยายเวลาการจ่ายเงินปันผลเพื่อช่วยให้ผู้ได้รับเงินปันผลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในกรณีผู้ได้รับการส่งเสริมฯ ไม่อาจจ่ายเงินปันผลได้ทันตามกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยขยายเวลาการจ่ายเงินปันผลไปอีก 6 เดือน ภายหลังสิ้นสุดการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
 
สิทธิประโยชน์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นแม่เหล็กอย่างดีที่ช่วยดึงดูดความสนใจให้กับนักลงทุนให้มุ่งมองเข้ามายังประเทศไทยเป็นอันดับแรก การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่แบ่งเป็นระยะแรก 6 จังหวัด 7 ด่านการค้า ประกอบด้วย ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา ตราด และหนองคาย ส่วนระยะที่ 2 อีก 4 จังหวัด คือ นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี เพื่อเชื่อมโยงการค้าชายแดนระหว่างไทยกับอีก 4 ประเทศสำคัญ ทั้งกัมพูชา เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย โดยมีกิจการเป้าหมายแบ่งออกเป็น 13 กลุ่มกิจการ เช่น
 
1. อุตสาหกรรมการเกษตร ประมงและกิจการที่เกี่ยวข้อง
2. เซรามิก
3. อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง
4. อุตสาหกรรมผลิตเครื่องเรือน
5. อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
6. การผลิตเครื่องมือแพทย์
7. อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน
8. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
9. การผลิตพลาสติก
10. การผลิตยา
11. กิจการโลจิสติกส์
12. นิคมหรือเขตอุตสาหกรรม และ
13. กิจการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
 
พร้อมกับสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน การใช้แรงงานต่างด้าวแบบเดินทางไป-กลับระหว่างชายแดน รวมถึงให้บริการการค้าจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และดึงดูดการลงทุนเข้ามาเพิ่ม เพื่อพร้อมรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้กลับดูเหมือนว่า การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนกำลังจะสะดุด เนื่องจากขณะนี้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะมีการเก็งกำไรล่วงหน้ากว่า 10 เท่าตัว
 
ทั้งที่ผ่านมาอัตราค่าเช่าที่ดินที่กรมธนารักษ์ประกาศนั้น ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีราคาสูงสุด โดยราคาที่ดินเปล่าอยู่ที่ 4 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาวางโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคพร้อมแล้ว 2.2 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ส่วนที่ดินในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ดินเปล่าค่าเช่า 3.6 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินนิคมฯ 1.6 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ราคาค่าเช่าที่ดินเปล่า 3.2 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินในนิคมฯ 1.6 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ที่ดินเปล่า 2.4 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี ที่ดินในนิคมฯ 1.25 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ส่วนที่ดินในพื้นที่จังหวัดหนองคายเปิดให้เช่าเฉพาะที่ดินเปล่า ราคาค่าเช่าที่ 2.4 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี
 
ล่าสุดจากการเปิดเผยของนายธนโชติ โชติบุญยศักดิ์ รองประธานฝ่ายบริหารและพาณิชย์ หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ระบุว่า ขณะนี้ราคาที่ดินในจังหวัดมุกดาหารขยับขึ้นมากกว่า 30-40% ราคาพื้นที่นอกเมืองไร่ละ 10-20 ล้านบาท ขยับเป็น 40-50 ล้านบาท
 
อย่างไรก็ดี เขตเศรษฐกิจพิเศษจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และตัวเลขที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนไทยในภาพรวมถึงระดับ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2559 จะเป็นจริงได้นั้น คงต้องกลับมามองว่า นอกจากสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่รัฐบาลเทให้จนหมดหน้าตักแล้ว การพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และระบบศุลกากร มีความพร้อมแล้วหรือยัง เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยเขาต้องการ
 
 
 
ที่มา :  ไทยโพสต์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์