หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำในอินโดนีเซีย

8 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2665)

กิจการประมงในอินโดนีเซียมีศักยภาพสูงทั้งด้านการผลิตและส่งออกโดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งแหล่งใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียอยู่ที่บริเวณเกาะกาลิมันตันกลาง (Central Kalimantan) ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพสูงเช่นกัน ได้แก่ บริเวณ West Kotawaringin, East Kotawaringin,Seruyan, Katingan และ Sukamara ด้านการส่งออก อินโดนีเซียเป็น ผู้ส่งออกรายใหญ่ 1 ใน 5 ของโลกด้วยมูลค่าส่งออกมากกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยประมาณครึ่งหนึ่งส่งออกไปญี่ปุ่นรองลงมาได้แก่ สหรัฐฯ สัดส่วนตลาดร้อยละ 25
 
อนึ่ง ปี 2547 สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping : AD) กุ้งจากไทย อินเดีย บราซิล จีน เวียดนาม และ เอกวาดอร์ ขณะที่อินโดนีเซียกลับไม่ถูกตอบโต้ดังกล่าว ทำให้สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นมาก จนปัจจุบันอินโดนีเซียกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในตลาดสหรัฐฯ รองจากจีนและไทย สำหรับสัตว์น้ำ ประเภทอื่นๆ อาทิ ปลาทูน่า ปู กุ้งมังกร ปลาหมึก มีการจับมากที่บริเวณทะเลชวา และมหาสมุทรอินเดีย โดยมีศูนย์กลางประมงอยู่ที่จังหวัดบันเต็น (Banten) ในแต่ละปีจังหวัดนี้สามารถจับสัตว์น้ำได้กว่า 5.8 หมื่นตัน ผลผลิตสัตว์น้ำของอินโดนีเซียเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดต่างประเทศ ทั้งในไทย จีน สหรัฐฯ และแคนาดา แม้อินโดนีเซียจะมีทรัพยากรสัตว์น้ำจำนวนมาก แต่ผู้ประกอบการอินโดนีเซีย ยังไม่มีความชำนาญในธุรกิจนี้มากนัก โดยเฉพาะการประมงน้ำลึก ยิ่งกว่านั้นชาวอินโดนีเซียไม่นิยมรับประทานอาหารทะเล เนื่องจากความเชื่อที่ว่าเป็นสัตว์ที่ไม่มีเลือด รวมถึงความไม่พร้อมของท่าเรือและขาดโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐาน ทำให้ในระยะที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทย ที่ขอเข้าไปทำสัมปทานจับสัตว์น้ำในน่านน้ำอินโดนีเซียจะส่งสัตว์น้ำกลับประเทศไทยทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 เป็นต้นไป รัฐบาลอินโดนีเซียได้เปลี่ยนนโยบายการประมงใหม่ (The New Policy on Capture Fisheries of Indonesia) เนื่องจากต้องการยกระดับและพัฒนาการทำประมงภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาฝีมือแรงงานและให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ขณะเดียวกันเพื่อให้การใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำภายในประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด หลังจากที่ผ่านมามีหลายประเทศได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำของอินโดนีเซียเป็นจำนวนมาก โดยจะยกเลิกสัมปทานเดิมทั้งหมดและกำหนดเงื่อนไขสัมปทานใหม่เป็น 2 รูปแบบ คือ
 
1) บริษัทเรือที่จะได้สิทธิ์ทำประมงต่อจะต้องร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น เพื่อทำอุตสาหกรรมต่อเนื่องบนบก จึงจะได้รับสัมปทานจับปลาต่อและเรือต้องถอนสัญชาติเดิมไปใช้ธงอินโดนีเซีย
 
2) อนุญาตให้บริษัทแปรรูปอาหารทะเลของอินโดนีเซีย เช่าเรือไทยไปทำประมง แต่มีเงื่อนไขบริษัทที่เช่าเรือได้ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเรือสามารถใช้ธงไทยต่อได้อีก 2 ปี ปัจจุบันอินโดนีเซีย เป็นแหล่งทำการประมงนอกน่านน้ำที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยในแต่ละปีเรือประมงไทยส่งกลับปลาแช่เยือกแข็งและสัตว์น้ำอื่นๆ จากแหล่งจับในน่านน้ำอินโดนีเซียมากกว่า 1.5 แสนตัน
 
 
 
โดย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์