หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
กลยุทธ์การส่งเสริมสินค้าไทยสู่ประเทศเมียนมา

7 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2316)

เพื่อให้สินค้าไทยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในเมียนมา พร้อมทั้งขยายฐานการตลาดในเมียนมาให้มากขึ้น ดังนั้น กลยุทธ์การตลาดที่ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณานำมาใช้ในการศึกษาและขยายตลาดในเมียนมามีดังนี้
 
1. กลยุทธ์ด้านลักษณะสินค้าและบริการ
    1.1 กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคควรรักษาระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าของไทยให้ดี เพื่อให้สามารถรักษาตลาดในเมียนมาไว้ได้
    1.2 กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรมีการพัฒนารูปแบบให้มีขนาดและลักษณะเหมาะแก่การใช้งาน เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้เมียนมาได้นำเข้าจากจีนเป็นจำนวนมาก และมีหลากหลายรูปแบบซึ่งสินค้าไทยในกลุ่มนี้ควรกำหนดรูปแบบของสินค้าให้สามารถขายในราคาที่แข่งกับจีนได้
    1.3 กลุ่มสินค้าผ้าผืนไม่ควรเปลี่ยนแปลงการออกแบบและสีสันไปจากเดิมมากนัก เนื่องจากตลาดเมียนมาค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมและใช้ผ้าจากไทยมาก ถ้าหากมีการเปลี่ยนสีหรือแบบจะทำให้คิดว่าเป็นสินค้าจากประเทศอื่น
    1.4 กลุ่มสินค้าวัตถุดิบทางอุตสาหกรรม เช่น ยางพารา เหล็กและเหล็กกล้า พลาสติก และเส้นใยประดิษฐ์ ควรรักษาส่วนแบ่งตลาดและขยายตลาด โดยติดต่อโดยตรงกับโรงงานต่างๆ ในเมียนมาให้มากขึ้น เนื่องจากเมียนมามีการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปมาก
    1.5 เน้นการขนส่งสินค้าของไทยเข้าสู่เมียนมาทางด้านชายแดนให้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนในการกระจายสินค้าและประหยัดเวลาในการขนส่งโดยมีจุดการขนส่งที่สำคัญ 2 จุด คือ ด่านแม่สอด จังหวัดตากและด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย
 
 
2. กลยุทธ์ด้านราคา
สินค้าระดับกลางถึงระดับสูงควรตั้งราคาให้ใกล้เคียงกับสินค้าจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ส่วนสินค้าที่มีคุณภาพต่ำควรตั้งราคาให้ต่ำ เพราะหมู่บ้านในแถบชายแดนเมียนมาส่วนใหญ่ยังมีกำลังซื้อน้อย และไม่ควรมีการกระจายสินค้าคุณภาพต่ำเหล่านี้เข้าไปในเมืองใหญ่ เนื่องจากจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าจากจีนได้
 
3. กลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายและการกระจายตัวของสินค้า
    3.1 ผู้ส่งออกของไทยจะต้องเข้าไปร่วมทำการค้ากับผู้นำเข้ารายใหญ่ ๆ ของเมียนมา โดยคัดเลือกบริษัทที่มีเครือข่ายในการกระจายสินค้าได้มาก ๆ
    3.2 เน้นการค้าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องจากไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกันเป็นแนวยาว ประกอบกับการคมนาคมขนส่งของเมียนมาที่ออกไปยังจังหวัดต่าง ๆ ยังไม่สะดวก ดังนั้นชาวเมียนมาจะอาศัยซื้อสินค้าจากชายแดนไทยเป็นหลัก
    3.3 จากการที่เมียนมามีชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน คือ จีน อินเดีย และบังคลาเทศ ดังนั้น ควรใช้ผู้นำเข้า-ส่งออกของเมียนมาเป็นผู้กระจายสินค้าไทยไปสู่ประเทศจีน อินเดียและบังคลาเทศ
    3.4 ผู้ส่งออกและผู้ผลิตของไทย ควรมีการตั้งสำนักงานตัวแทนหรือตัวแทนจำหน่ายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อบริการการขายที่รวดเร็วให้กับพ่อค้าชายแดนของเมียนมา และเพื่อการจัดแสดงสินค้าให้กับผู้นำเข้าเมียนมาได้เข้ามาดูตัวอย่างสินค้าใหม่ ๆ ของไทยได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามายังโรงงานผลิตในกรุงเทพฯ
    3.5 ผู้ส่งออกที่จะเข้าไปทำการค้า หรือลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ควรเข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติในการดำเนินโครงการต่าง ๆ
 
 
4. กลยุทธ์ด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์
    4.1 การโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ  ได้แก่ การติดโปสเตอร์ การลงโฆษณาในสมุดหน้าเหลืองของเมียนมา การโฆษณาทางโทรทัศน์/วิทยุ ซึ่งชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ทางด้านชายแดนที่ติดกับประเทศไทยสามารถรับสื่อเหล่านี้ได้
    4.2 การทำการส่งเสริมการขายร่วมกับตัวแทนจำหน่ายในเมียนมาโดยผู้ส่งออกไทยให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เช่น แจกตัวอย่างสินค้าให้กับลูกค้าทดลองใช้ก่อน รับแลกสินค้าจากผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าเป็นประจำหรือซื้อสินค้าจากไทยในปริมาณมาก การให้ค่าคอมมิชชั่นกับผู้นำเข้าเมียนมาที่สามารถทำยอดขายได้ตรงตามเป้าหมาย
    4.3 การติดต่อผ่านสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อเป็นผู้ประสานงานในการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยและผู้ส่งออกไทยให้กับผู้นำเข้าเมียนมาที่สนใจสินค้าไทย
    4.4 การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าประจำปีของเมียนมา เช่น งาน Myanmar Building
 
 
 
 
โดย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์