หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
สมศ.ดันกรอบการศึกษาอาเซียน แลกเปลี่ยนนศ.-อาจารย์

5 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1821)

„สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำธงประชุมเวทีเครือข่ายการประกันคุณภาพศึกษาอาเซียน+3 หรือ ASEAN Quality Assurance Network (AQAN) ที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ผลักดันกรอบ ASEAN Quality Assurance Framework (AQAF) สร้างความพร้อมในระดับอุดมศึกษาก่อนการเปิดประชาคมอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ยอมรับคุณวุฒิระหว่างกัน เกิดการแลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ หรือสามารถถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างประเทศได้
 
ในการประชุมยังมีการหยิบยกประเด็นปัญหา ความท้าทายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกัน มาอภิปรายและนำเสนอด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในอาเซียนมีจำนวน 18-20 ล้านคน จากสถาบันการศึกษากว่า 6,000 แห่ง เป็นสถาบันจากภาคเอกชนกว่า 5,500 แห่ง ดังนั้น กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาก็จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ แต่เมื่อมีกรอบความตกลงร่วมกันแล้ว กระบวนการดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
 
โดยในช่วงระหว่างปี 2558-2563 AQAN ได้ร่วมมือกับสหภาพยุโรป (อียู) ในโครงการ"European Union Support to Higher Education in the ASEAN Region” หรืออียู-แชร์ เพื่อให้อียูให้ความช่วยเหลือ ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องการสร้างความกลมกลืนในระบบการศึกษาและการสร้างระบบประกันคุณภาพที่เทียบเคียงกันได้ในอาเซียน
 
ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสมศ.กล่าวว่า คาดว่าอีก 5 ปี ข้างหน้า การประกันคุณภาพการศึกษาในกลุ่มอาเซียนเข้มแข็งขึ้น เปิดช่องให้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาอาเซียนกับยุโรปได้มากขึ้น ปัจจุบันคณะกรรมการบริหาร AQAN ในวาระปัจจุบัน (ปี 2558-2560) ประกอบด้วย 7 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ กัมพูชาและเวียดนาม โดยมีไทยเป็นประธาน ได้มีความคืบหน้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยการสร้างกรอบ AQAF มาตรฐาน 4 ประการ ดังนี้
 
1. มาตรฐานหน่วยงานประเมินคุณภาพภายนอก 2. มีระบบการประเมินคุณภาพภายนอก 3. มีระบบการประกันคุณภาพภายใน 4. มีการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ โดยทั้ง 4 กรอบได้ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกนำไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว แต่การนำไปใช้นั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ
 
ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร AQAN ยังมีวาระสำคัญคือ การยอมรับธรรมนูญของเครือข่ายการประกันคุณภาพอาเซียน นำเครือข่ายดังกล่าวไปอยู่ภายใต้สำนักเลขาธิการอาเซียน รวมทั้งร่วมกันวางแผนงานในปี 2559 และวางแผนงานความร่วมมือด้านการประกันคุณภาพการศึกษาร่วมกับประเทศอาเซียนบวกสาม คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ขับเคลื่อนการประกันคุณภาพการศึกษาของอาเซียนให้มีความเป็นสากล
 
นอกจากการประชุมดังกล่าว ศ.ชาญณรงค์ ยังทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ASEAN Plus Three Quality Assurance Expert Meeting ซึ่งเป็นเวทีการอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและหน่วยงานประกันคุณภาพจากประเทศบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ หารือกลไกในการถ่ายโอนหน่วยกิต ยอมรับปริญญาและคุณวุฒิ
 
ศ.ซิตา โมฟาห์มิ ที่ปรึกษาพิเศษจากสถาบันประกันคุณภาพมาเลเซีย ประเทศแกนนำสำคัญที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กล่าวว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง มีประชากร 29 ล้านคน เคยมีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นนโยบายสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยแบ่งนโยบายการประกันคุณภาพของประเทศเป็น 3 ช่วง ได้แก่
 
ช่วงแรก 2540-2550 เป็นการสร้างนโยบายและลองปฏิบัติให้เป็นรูปเป็นร่าง และเมื่อปี 2550 มีการออกกฎหมายมารองรับการประเมิณคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ ช่วงที่สอง 2551-2552 เป็นช่วงพัฒนา ก่อตั้งสถาบัน ออกนโยบายที่เป็นมาตรฐาน แบ่งปันข้อมูลและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงาน ช่วงที่สาม 2553-2558 เป็นช่วงบังคับใช้นโยบาย โดยมีการพัฒนาวิธีการ มีโครงการตรวจสอบผลลัพธ์ทางวิชาการของสถาบันทางการศึกษาโดยที่มีคณะกรรมการตรวจสอบการประเมิณผลอีกที รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเลเซียยังคงเดินหน้าระบบการประกันคุณภาพการศึกษาในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้อย่างต่อเนื่อง
 
นอกจากนี้ ยังปรับนโยบายหลายประการเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน และแน่นอนว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องออกนโยบายสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจ ยอมรับและสามารถปฏิบัติตามได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีคล้าย ๆ กับไทยและฟิลิปปินส์คือมีอาจารย์หรือครูบางส่วนที่ต้องเตรียมงานสำหรับการประเมินจนกระทบกับเวลาในการสอนลูกศิษย์ แต่ทางหน่วยงานการประเมินก็เน้นที่ผลสัมฤทธิ์และความรู้ที่นักศึกษาพึงได้รับมากกว่า แม้ผลงานเพื่อการประเมินจะออกมาดีแต่ถ้านักศึกษาได้รับความรู้ ไม่เป็นไปตามหลักสูตรก็ไม่มีประโยชน์
 
ส่วน ดร.มาเรีย ซินเตีย บัวติสตา หนึ่งในคณะกรรมการการศึกษาระดับสูงของฟิลิปปินส์ได้แสดงความเห็นว่า ตัวอาจารย์เองก็ต้องจัดแบ่งเวลาแม้จะมีภาระงานมาก เนื่องจากหากจะยกระดับมาตรฐานการศึกษาภาระที่หนักขึ้นต้องตามมาแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็เป็นไปเพื่อประเทศชาติและเยาวชนที่เป็นศิษย์ โดยได้ยกตัวอย่าง หลักสูตรการเดินสมุทรของฟิลิปปินส์ก็กำลังประสบภาวะวิกฤติในปัจจุบัน เนื่องจากคนฟิลิปปินส์จำนวนมากที่จบการศึกษาในสาขานี้แล้วออกไปทำงานในด้านการเดินสมุทร มักประสบปัญหาความรู้ ทักษะและสมรรถนะไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาดสากล
 
ดังนั้น ฟิลิปปินส์กำลังเร่งประกันคุณภาพในหลักสูตรการเดินเรือเพื่อให้ได้มาตรฐานสากลส่วนเรื่องการเปิด-ปิดภาคเรียนให้ตรงกันของอาเซียน ประเทศบางส่วนได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาการเปิด-ปิดให้ตรงกันแล้ว แต่บางประเทศก็ยังไม่สามารถปรับได้ทัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ก็ยังคงอยู่ในการผลักดัน เนื่องจากหากเปิด-ปิดภาคเรียนไม่เท่ากันก็เป็นอุปสรรคในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกันอยู่ดี. "
 
 
ที่มา  : dailynews

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์