หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการประชุม รมต.ระดับกรอบความร่วมมืออาเซียน ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ

2 ตุลาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1594)

ในระหว่างการเยือนนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2558 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบความร่วมมืออาเซียน โดยมีผลสรุปดังนี้
 
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ (Informal ASEAN Ministerial Meeting : IAMM) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2558 ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่ครอบคลุมระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติในหลายมิติ เพื่อบรรลุการเป็นประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในปลายปี 2558 นี้ และได้รับรองแผนงานในการเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน โดยเน้นย้ำด้านสถาปัตยกรรมในภูมิภาค
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะสนับสนุนไทยในฐานะประเทศผู้แทนอาเซียนในการสมัครเข้ารับตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (United Nations Security Council - UNSC) สำหรับวาระปี 2560 – 2561 และเห็นพ้องให้คณะผู้แทนถาวรของประเทศสมาชิกอาเซียนในนครนิวยอร์กประสานงานระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยสนับสนุนการเลือกตั้ง
 
รมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของอาเซียนที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก เพื่อรักษาบทบาทของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับกลุ่มต่าง ๆ อาทิ Gulf Cooperation Council (GCC) ASEAN Pacific Alliance ตลอดจนหาจุดยืนร่วมกันในประเด็นท้าทาย อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม
 
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเลขาธิการสหประชาชาติและประธานสมัชชาสหประชาชาติ UNGA สมัยที่ 70 (ASEAN UN Minister Meeting : AUMM) เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม-วัฒนธรรม และแสวงหาแนวทางที่จะทำให้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2015 สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาหลังปี 2015 ของสหประชาชาติ รวมถึงประสานความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายเพื่อรับมือกับประเด็นท้าทาย อาทิ การพัฒนาที่ยั่งยืน การบริหารจัดการภัยพิบัติ การรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ตามปฏิญญาร่วมว่าด้วยความร่วมมืออย่างครอบคลุมระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ ที่มีการรับรองเมื่อปี 2554
 
เลขาธิการสหประชาชาติได้กล่าวว่าเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) กับเป้าหมายการพัฒนาของอาเซียนหลังปี 2015 สามารถสอดประสานกันได้ และได้กล่าวชื่นชมอาเซียนในฐานะตัวอย่างที่ดีของการพัฒนา และการรับรอง SDGs โดยผู้นำในการประชุม UN Development Summit ได้สร้างแรงจูงใจทางการเมืองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือการรักษาไว้ซึ่งพลวัตของการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายกลไกของสหประชาชาติ
 
นอกจากนี้ รมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยได้กล่าวว่ากลไกต่าง ๆ ของสหประชาชาติ อาทิ UNESCAP สามารถช่วยสนับสนุนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอาเซียนได้ และหวังว่าประเทศสมาชิกอาเซียนจะนำ SDGs ไปผนวกรวมกับนโยบายในการพัฒนาของแต่ละประเทศ
 
ส่วนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ (Informal ASEAN-US Ministerial Meeting) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อการรักษาไว้ซึ่งเอกภาพของและบทบาทนำของอาเซียนในภูมิภาค และพร้อมให้การสนับสนุนการเป็นประชาคมอาเซียน
 
ทั้งนี้ ประเด็นความร่วมมือสำคัญที่ควรมีการส่งเสริมคือความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในทุกระดับ รวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าอนาคตของอาเซียนและสหรัฐฯ มีความเกี่ยวโยงและช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม โดยเห็นว่าการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์จะช่วยส่งสัญญาณว่าอาเซียนและสหรัฐจะสามารถเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคได้
 
นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือแนวทางการยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตามความเป็นหุ้นส่วนที่เพิ่มพูนระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นความมั่นคงรูปแบบใหม่ อาทิ การต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
 
รมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยได้เน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย และการส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการรับมือประเด็นท้าทายรูปแบบใหม่ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล การค้ามนุษย์ (โดยการแก้ไขปัญหาจากประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทาง การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อการร้าย ตลอดจนการรับมือกับการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) โดยไทยพร้อมจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอาเซียนและสหรัฐฯ ในประเด็นเหล่านี้ต่อไป
 
ส่วน การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนและประเทศกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (ชิลี เม็กซิโก เปรู และโคลอมเบีย) ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของสองภูมิภาค ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 7 และ 8 ของโลก และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา
นอกจากนี้ รมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย โดยไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศสมาชิกอาเซียน (หลังจากอินโดนีเซียและสิงคโปร์) ที่ได้รับสถานะผู้สังเกตการณ์ของกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยพร้อมที่รับตำแหน่งประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-กลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกในปีหน้า และจะมุ่งที่จะส่งเสริมพลวัตของความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมร่วมกันต่อไป

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์