หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แก้กฎหมายเพิ่มนิยามสินค้า 'นำผ่าน' นำเข้า-ส่งออกไปประเทศที่ 3

29 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 5773)

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างแก้ไข พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2558 คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน หรือในเดือนธันวาคม 2558
 
โดยสาระสำคัญในการแก้ไขคือ การเพิ่มนิยามการนำผ่าน ให้หมายถึงนำหรือส่งสินค้าผ่านราชอาณาจักร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งนอกราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีการพักสินค้า การเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะ หรือการเพิ่ม หรือเปลี่ยนภาชนะบรรจุสินค้าในราชอาณาจักรเพื่อประโยชน์ในการขนส่ง แต่ต้องไม่มีการใช้ประโยชน์ในประเทศ เพื่อให้สอดรับกับพิธีสาร 7 ระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน และสอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิก เช่น อนุสัญญาและธรรมนูญว่าด้วยเสรีภาพแห่งการผ่านแดน ความตกลง GATT ว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า เป็นต้น
 
"การแก้กฎหมายครั้งนี้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการขนส่งสินค้าผ่านแดน เพื่อส่งออกไปประเทศอื่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงควรมีกฎหมายกำกับดูแลให้ชัดเจนและรัดกุมมากขึ้น เพื่อเป็นการจัดระเบียบ ป้องกันการใช้วิธีการนำผ่านเป็นช่องทางในการลักลอบส่งออกหรือนำเข้าสินค้า ส่งผลให้เกิดมาตรฐานและสร้างความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมการเปิดเขตการค้าเสรี และยังช่วยปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ"
 
หลังจากนี้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดรายการสินค้านำผ่านเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาออกเป็นประกาศ และหากผู้ประกอบการต้องการนำผ่านสินค้าเหล่านั้นมาและออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตนำผ่านจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้กำหนดท่าหรือที่แห่งใดที่จะใช้นำผ่าน
 
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มอำนาจให้กับพนักงานและกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้นำผ่านสินค้าโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เบื้องต้นสินค้าที่จะอยู่ในกำกับดูแลของ พ.ร.บ. นี้ ยังคงยึดรายการเดียวกับสินค้าตาม พ.ร.บ. นำเข้าส่งออกฯ เดิม ซึ่งมีประมาณ 100-200 รายการ อาทิ สินค้าเกษตรตามพันธะความตกลงองค์การการค้าโลก 22 รายการ เช่น ข้าว เมล็ด ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สินค้าห้ามนำเข้า 8 รายการ เช่น เครื่องเล่นเกม ตู้เย็น สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า 17 รายการ เช่น รถยนต์ใช้แล้ว ทองคำ เครื่องยนต์ดีเซล เป็นต้น แต่หากมีสินค้าที่อยู่นอกเหนือจากนี้จะมีการประกาศออกมาเพิ่มเติมในภายหลัง
 
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายนี้ไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายว่าด้วยศุลกากรเรื่องการผ่านแดนถ่ายลาที่มีอยู่แล้ว เพราะกฎหมาย 2 ฉบับ มีเจตนารมณ์ต่างกัน คือ พ.ร.บ. ส่งออกฯ เพื่อจัดระเบียบการนำเข้า-ส่งออก โดยให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตามอนุมัติของคณะรัฐมนตรีในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เช่น ชนิดสินค้าที่ต้องห้าม คุณภาพ มาตรฐาน จำนวน ปริมาตร ถิ่นกำเนิด ส่วนกฎหมายว่าด้วยศุลกากรเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับพิธีการทางศุลกากร
 
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า เดิมไม่มีการให้คำจำกัดความการผ่านแดน มีแต่การใช้กฎหมายว่าด้วยศุลกากร ซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อผ่านออกไปจะถูกตีความเป็นสินค้านำเข้า-ส่งออก และมีการเรียกเก็บภาษี ส่งผลให้ไม่มีการนำเข้าสินค้าชนิดนั้น ๆ แต่สถานการณ์การค้าเปลี่ยนแปลงไป และจะมีการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี การแก้ไขจะทำให้เกิดความชัดเจนและช่วยอำนวยความสะดวก ส่งเสริมให้มีการค้าระหว่างกันมากขึ้น แต่ในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด ยังต้องขออนุญาตนำเข้าตามโควตาของ WTO
 
โดยหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์ควรกำหนดวิธีการในทางปฏิบัติให้ชัดเจน เช่น พฤติกรรมอย่างไรถือเป็นการผ่านแดน หากมีการนำผ่านมาพัก พักไว้ที่ใด มีการส่งออกไปจริงหรือไม่ แต่ไม่ควรกำหนดเป็นรายการสินค้าซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
 
นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมได้ร้องให้มีการแก้ไขตั้งแต่ปี 2547 ต่อกรมศุลกากรเรื่องถ่ายลาผ่านแดนแต่ก็ไม่มีการแก้ไข ส่งผลให้มีการนำผ่านสินค้าเกษตร โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียและอินโดนีเซียผ่านไทยไปส่งออกยังประเทศที่ 3 เช่น สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา และจีนตอนใต้ โดยใช้เส้นทางคมนาคมของไทย แต่ไทยไม่ได้รับประโยชน์อะไร ปีละ 100,000 ตัน แต่ไม่ส่งผ่านออกไปจริงตกค้างอยู่ในประเทศ เมื่อมีการออกกฎหมายมากำกับดูแลจะช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่า ใครเป็นผู้ขออนุญาตนำผ่าน ผ่านไปจากที่ใดไปที่ใด ปริมาณเท่าไร
 
แก้ พ.ร.บ.ส่งออกฯ 6 ประเด็น การแก้ไข พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ใน 6 ประเด็นหลัก คือ
1) การเพิ่มบทกำหนดนิยาม "นำผ่าน" มาตรา 4
2) กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศกำหนดสินค้าที่อยู่ ภายใต้บังคับมาตรการกำกับดูแลสินค้าที่นำผ่านราชอาณาจักร และบทกำหนดโทษสำหรับการฝ่าฝืน (มาตรา 5/1, 7/1, 20/1)
3) เพิ่มเติมอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการประกาศกำหนดท่าหรือที่แห่งใดในราชอาณาจักร เป็นที่ที่จะต้องนาผ่าน (มาตรา 15)
4) เพิ่มเติมการนำบทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากรและอำนาจของพนักงานศุลกากรมาใช้บังคับกับการนำผ่าน (มาตรา 16)
5) เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ครอบคลุมการนำผ่าน (มาตรา 17 (1) และ (2))
6) กำหนดบทกำหนดโทษสำหรับผู้นำผ่านสินค้าโดยฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (มาตรา 22/1)
 
 
 
ที่มา :  ประชาชาติธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์