หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและแผนการดำเนินการที่สำคัญของไทย

22 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 4516)
 
โดย เติมธรรม สิทธิเลิศ
 
                  
 
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting : ADMM) เป็นการดำเนินงานในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 โดยเป็นการจัดประชุมปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการประชุม ADMM Plus ซึ่งปัจจุบันมีประเทศคู่เจรจาเข้าร่วมประชุมอีก 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา แต่เดิมเป็นการประชุมที่จัดขึ้นทุก 3 ปี ต่อมาเปลี่ยนเป็นจัดขึ้นทุก 2 ปี
 
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคผ่านกลไกการหารือและความร่วมมือทางด้านทหารและความมั่นคงเน้นความโปร่งใสและเปิดเผย ก่อให้เกิดความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน การประชุมจะเป็นสร้างแนวทางให้กับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการทหารเพื่อให้เกิดความร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการจัดตั้งประชาคมความมั่นคงอาเซียนดังที่กล่าวไว้ใน Bali Concord II และดำเนินการตาม Vientiane Action Programme
 
การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2015 โดยมี ฯพณฯ Dato’ Seri Hishammuddin Tun Hussein รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เป็นประธานในที่ประชุม มีผลสรุปที่สำคัญบางประการคือ
1. มีการพัฒนาตามวิสัยทัศน์ของประชาคมอาเซียนหลังปี 2015 มุ่งเน้นการมีสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
2. ยุทธการทางทหารจะเป็นการกระทำตามหลักการของอาเซียน โดยเคารพอธิปไตยของรัฐที่ให้ความช่วยเหลือ และการมีส่วนร่วมของรัฐภาคีสมาชิกอาเซียนจะเป็นไปโดยมีความยีดหยุ่น สมัครใจ และไม่ผูกมัด
3. ตอบรับเอกสารแนวคิดการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาพิบัติภัย (humanitarian assistance and disaster relief : HADR) และมีการร่วมมือและพัฒนาเพื่อให้เกิดให้ความช่วยเหลือที่รวดเร็วขึ้น
4. ตอบรับเอกสารแนวคิดการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน (ASEAN Center of Military Medicine: ACMM)
5. ยอมรับหลักการตามกฎบัตรสหประชาชาติ (United Nation Charter) และการไม่ใช้กำลังเป็นทางเลือกแรกในการแก้ไขข้อพิพาทเพื่อป้องกันความขัดแย้งและเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาค
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และระหว่าประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา
7. มีการประสานงานทั้งกับกฎหมายภายในประเทศและระหว่างประเทศในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย การต่อต้านภัยคุกคามจากองค์กรก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการสอดส่องเฝ้าระวัง และเสริมสร้างความตระหนักรู้ของประชาชนต่อภัยคุกคามต่าง ๆ
 
สำหรับประเทศไทยมีแผนการดำเนินงานสำคัญในช่วงปี 2014-2016 หลายประการ อาทิ
(1) การเป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารร่วมกับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และได้รับการเห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนและได้มีการวางแผนการดำเนินการไว้เป็น 3 ระยะ ตั้งแต่การจัดตั้งสำนักงานชั่วคราวในไทย การดำเนินการก่อสร้างสำนักงานถาวรในไทย จนถึงการดำเนินการเต็มรูปแบบ มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนปฏิบัติงานร่วมกัน และมีที่ปรึกษาจากประเทศคู่เจรจา
 
(2) มีการแต่งตั้งอนุกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีปลัดกระทรวงกลาโหมและปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม ให้ความสำคัญเร่งดำเนินการใน 5 เรื่อง คือ การบริหารจัดการชายแดน ความมั่นคงทางทะเล อาชญากรรมข้ามชาติ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจการทูตเชิงป้องกัน และการเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของอาเซียน
 
(3) สนับสนุนการฝึกความร่วมมือในกรอบ ADMM และ ADMM Plus ในด้านต่าง ๆ มีการจัดตั้งเครือข่ายการติดต่อสื่อสารด้านความมั่นคงอาเซียน (Direct Communications Link : DCL) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในกรอบอาเซียน (ASEAN Defence Industry Collaboration : ADIC) และการเข้าร่วมการฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ต่าง ๆ ซึ่งการดำเนินการทั้งสิ้นจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงและเตรียมความพร้อมในทุกด้านนั่นเอง
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์