หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
อภัยภูเบศร พร้อม!! 5 ปี...ก้าวสู่ผู้นำด้านการแพทย์ผสมผสานในอาเซียน

11 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 1593)

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประกาศนโยบายการแพทย์ผสมผสาน นำการแพทย์แผนไทยบูรณาการเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังแบบครบวงจร 
 
นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงความเป็นมาของนโยบายด้านการแพทย์ผสมผสาน ว่า "ทุกวันนี้ประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหาสุขภาพของประชากรไทยที่เปลี่ยนไปจากในอดีต และนับวันจะทวีมากขึ้น อาทิ โรคไม่ติดต่อเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในทศวรรษที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่าการเจ็บป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และทำให้ไทยสูญเสียรายได้ 52,150 ล้านบาท
 
ในปี พ.ศ. 2558 คนไทยมีค่าใช้จ่ายด้านยาในอัตราส่วนสูงถึง 30% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ใช้เป็นอัตราส่วนไม่ถึง 10% ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วที่สุดในทวีปเอเชีย ดังนั้น การจะรับมือกับปัญหาสุขภาพใหม่ จำเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์การให้บริการสุขภาพ ซึ่งไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่คิดเรื่องนี้ ในประเทศพัฒนาแล้ว หรือแม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก ก็กำลังให้พัฒนาแผนงานด้านการแพทย์ผสมผสานอยู่เช่นเดียวกัน
 
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนปัจจุบันที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย จึงคิดที่จะนำจุดเด่นของทั้งสองศาสตร์มาผสมผสานกัน โดยการแพทย์แผนปัจจุบันมีจุดแข็งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการติดตามการรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
 
ส่วนการแพทย์แผนไทยก็มีจุดเด่นเรื่องการรักษาแบบองค์รวม การให้ความสำคัญกับต้นเหตุมากกว่าตัวโรค และสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาส่วนใหญ่ก็หาได้ในประเทศของเรา โดยโครงการดังกล่าวจะมีการดำเนินงานครบวงจรในลักษณะสหสาขาวิชาชีพ มีทั้งการพัฒนารูปแบบและระบบการให้การบริการที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชน สถานบริการระดับรอง ถึงโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย มีการศึกษาวิจัย การเรียนการสอน เพื่อเป็นต้นแบบและก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งมีการแพทย์ดั้งเดิมและพันธุ์พืชสมุนไพรคล้ายคลึงกันกับไทย เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งไม่ได้ให้ความสนใจแค่เพียงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสนใจถึงสุขภาพและสังคมอันเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียนด้วย
 
ทางโรงพยาบาลมีความมุ่งหวังว่ารูปแบบการแพทย์ผสมผสานที่พัฒนาขึ้นนี้ จะสามารถเรียนรู้แลกเปลี่ยนร่วมกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ที่ซึ่งต่างก็มีระบบการแพทย์ดั้งเดิมคล้ายคลึงกันได้"
 
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรได้กล่าวเสริมว่า "โรงพยาบาลได้เลือกโรคเบาหวานขึ้นมาพัฒนารูปแบบการผสมผสานเป็นอันดับแรก เนื่องจากเห็นว่ามีจำนวนผู้ป่วยมากและมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ
 
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี พ.ศ. 2552 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้สูงถึง 50,000 ล้านบาท โดยในการพัฒนารูปแบบการทำงานในลักษณะสหวิชาชีพ ทำงานร่วมกันเป็นองค์รวม และทำตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาและฟื้นฟูสภาพ เนื่องจากโรคเรื้อรังเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ไม่ออกกำลังกาย เครียด ดังนั้น ทั้งแพทย์ พยาบาลที่เข้ามาจะช่วยคัดกรองผู้ป่วย ผู้ที่มีความเสี่ยง และผู้ที่มีสุขภาพดี โดยคนทั้งสามกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยอย่างเหมาะสม ผู้ที่ป่วยจะได้รับการดูแลทั้งจากแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย เภสัชกร พยาบาล และนักโภชนากร
 
ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยง ทางโรงพยาบาลจะใช้การแพทย์แผนไทยในการดูแล เสริมสร้างความเข้าใจให้ผู้ป่วยไปใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเองที่บ้าน มีทีมสหวิชาชีพติดตามอย่างต่อเนื่องในชุมชน อันเป็นการลดการแออัดในโรงพยาบาลและเสริมสร้างให้ประชาชนพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้
 
ส่วนกลุ่มที่สุขภาพดี ที่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ป่วย ต้องมีระบบการคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ และมีทีมสหวิชาชีพให้ความรู้เรื่องโรคและการป้องกันไม่ให้เป็น โดยจะมีสื่อที่สอนเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ซึ่งคิดว่าเมื่อได้ผลดีก็จะขยายสู่โรคเรื้อรังอื่น ๆ ต่อไป
 
 
 
credit : dailynews

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์