หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษตามเส้นทางสายไหมทางทะเล

9 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 2716)

จีนได้ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษตามเส้นทางสายไหมทางทะเลสำหรับพื้นที่ในเมืองสำคัญชายฝั่งทะเล รวมถึงเทียนจิน ฟูเจียน และกวางตุ้ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การเตรียมการและการดำเนินการได้เริ่มมาก่อนหน้านั้นนานพอควรแล้ว และถึงตอนนี้ก็มีหลายเมืองได้ดำเนินการไปหลายอย่างแล้ว กำหนดพื้นที่ดำเนินการก่อสร้าง และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายอย่างก่อรูปร่างไปแล้วด้วย
 
คำว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือบางทีก็เรียกว่าเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) ไม่ใช่ของใหม่สำหรับจีน แต่ความหมายของคำนี้ในยุคปัจจุบันคือใช้เป็นพื้นที่เพื่อรองรับและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศ และเขตเศรษฐกิจที่อยู่รายทางเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 อันเป็นยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลจีนในยุค สี จิ้นผิง ที่จะฟื้นฟูความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจโบราณให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งเพื่อส่งเสริมบทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื่อมโยงกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต่อไปยังประเทศในมหาสมุทรอินเดียและเลยไปจนถึงแอฟริกา
 
เท่าที่ได้ไปเห็นมาสองที่คือที่ฟูเจียนและกวางตุ้ง ดูมีความคืบหน้าไปค่อนข้างจะมาก บางที่ซึ่งอาจจะช้าหน่อย เช่น ที่ซัวเถา (บ้านเกิดของบรรพบุรุษคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก) ก็คงจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปี ก็เสร็จสมบูรณ์ หลักการสำคัญในการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษในจีนตามเส้นทางสายไหมทางทะเลนี้ยืนอยู่บนพื้นฐานโดดเด่น 2-3 ประการคือ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่อยู่บริเวณเมืองริมชายฝั่งด้านตะวันออกของจีนที่สามารถเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคที่อยู่ในเส้นทางการค้าของจีนทั้งในอดีตและปัจจุบัน
 
อีกประการหนึ่งคือเป็นที่พื้นที่ซึ่งมีความเจริญทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว เดิมเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจชายทะเลอยู่แล้ว และประการสุดท้ายซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่สุดของพื้นที่บริเวณนี้คือคนจีนโพ้นทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ล้วนแล้วแต่มีพื้นเพมาจาก 2-3 มณฑลแถบนี้คือกวางตุ้งและฟูเจียน รัฐบาลจีนมุ่งฟื้นฟูและอาศัยสายสัมพันธ์ของคนจีนโพ้นทะเลและญาติพี่น้องของเขาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืนที่มณฑลฟูเจียน อันเป็นถิ่นฐานของคนจีนฮกเกี้ยนมีพื้นที่ซึ่งกำหนดให้เป็นศูนย์กลางของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมดถึง 3 แห่งด้วยกัน คือที่ ปิงตัน เซี่ยเหมิน และฟูโจว รวม ๆ พื้นที่แล้ว 118 ตารางกิโลเมตร
 
พื้นที่เหล่านี้กำหนดให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจระหว่างประเทศ มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี และมีระเบียบกฎหมายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ จุดเด่นสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ฟูเจียนคือ เป็นมณฑลที่อยู่ใกล้ไต้หวันแค่ข้ามช่องแคบ อันที่จริงถ้าขึ้นที่สูง ๆ ก็มองเห็นเกาะไต้หวันได้ ในทางเศรษฐกิจนั้นจีนไม่ได้มีปัญหาอะไรกับไต้หวันเลย ในทางการเมือง จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน (แม้ว่าในทางปฏิบัติรัฐบาลปักกิ่งจะบังคับรัฐบาลท้องถิ่นที่ไต้หวันไม่ได้เลยก็ตาม) การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างแผ่นดินใหญ่และไต้หวันในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย
 
นอกจากนี้แล้ว เครือข่ายคนจีนโพ้นทะเลที่ตั้งรกรากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในสิงคโปร์และมาเลเซียนั้นไปจากฟูเจียนก็มีมาก และปัจจุบันพวกเขากลับไปประกอบธุรกิจในจีนจนลงหลักปักฐานได้แล้ว เขตเศรษฐกิจพิเศษในฟูเจียนนี้ถือว่าเปิดดำเนินการแล้ว
 
ได บิง ผู้อำนวยการเขตการค้าเสรีที่ศูนย์เซี่ยเหมิน บอกว่า ปัจจุบันมีบริษัทจากประเทศในกลุ่มอาเซียนเข้าไปทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้แล้ว 200 บริษัท โดยบริษัทจากมาเลเซียถือว่าเป็นนักลงทุนจีนโพ้นทะเลกลุ่มใหญ่สุดในเขตนี้ ในขณะนี้บริษัทจากไทยก็มีเข้าไปทำธุรกิจอยู่บ้างโดยเฉพาะส่งข้าวไปขายผ่านศูนย์การค้าเสรีแห่งนี้ปีหนึ่ง ๆ ก็ส่งเข้าไปกว่า 1 ล้านตันเลยทีเดียว พูดถึงความเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะที่เป็นญาติพี่น้องกันแล้ว ได ปิง บอกว่าศูนย์การค้าเสรีของเขาเรียนรู้ระบบการบริหารและจัดการหลายอย่างจากสิงคโปร์ เช่น ระบบ one-stop service หรือ single window ที่ให้บริการนักลงทุนและบริษัทธุรกิจต่าง ๆ ที่นี่ก็ได้แนวทางมาจากสิงคโปร์
 
ส่วนที่ซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับไทยในทางสายเลือดมากที่สุด ดูเหมือนจะพัฒนาช้ากว่าที่ฟูเจียนอยู่สักหน่อย เพราะเพิ่งจะได้รับอนุมัติให้เดินหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วนี่เอง แต่ก็ไม่ถือว่าช้าอะไร เพราะไม่ได้แข่งขันกับฟูเจียนหรือเขตอื่น ๆ เนื่องจากที่ซัวเถานี้ทำแตกต่างออกไป คือที่นี่ทำเป็นเขตทดลองความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมชาวจีนโพ้นทะเลคือเน้นจุดเด่นไปที่เรื่องวัฒนธรรม และความเป็นจีนโพ้นทะเลโดยเฉพาะพื้นที่กำหนดให้เป็นเขตพิเศษนี้ครอบคลุมพื้นที่ขนาด 480 ตารางกิโลเมตร อยู่ใน 3 อำเภอของซัวเถา
 
ตอนที่ไปเยี่ยมชมที่เมื่อเดือนที่แล้วกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเจ้าหน้าที่บอกว่ามีกำหนดจะแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจที่ซัวเถานี้ก็จะเป็นการบริการและการแลกเปลี่ยนทางด้านการเงิน การค้า การท่องเที่ยวและนวัตกรรมที่โดดเด่นประการหนึ่งคือ ผู้บริหารที่ซัวเถามีแนวคิดจะให้สิทธิพิเศษแก่คนจีนโพ้นทะเลที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจในเขตพิเศษนี้ให้ได้รับความสะดวกมากกว่าคนอื่น แต่ตอนนี้กำลังดำเนินการร่างกฎระเบียบอยู่ว่าจะให้สิทธิพิเศษออกมาในรูปแบบใดได้บ้าง
 
ฮวง ยูบิน รองผู้อำนวยการศูนย์การพาณิชย์ซัวเถา บอกว่า แนวทางที่เป็นไปได้ตอนนี้คือ เช่น มีโรงเรียนระดับนานาชาติให้กับบุตรหลานของนักลงทุน มีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากลสำหรับพวกเขาและครอบครัวที่จะย้ายติดตามมาอาศัยอยู่ที่ซัวเถา แต่ถึงยังไม่มีอะไรชัดเจนแน่นอนออกมาตอนนี้ ปรากฏว่ามีบริษัทต่าง ๆ จดทะเบียนเพื่อเปิดธุรกิจในเขตพิเศษซัวเถานี้แล้วถึง 1,330 บริษัท คิดเป็นทุนจดทะเบียนถึง 12,800 ล้านหยวน (เกือบ 70,000 ล้านบาท) เข้าไปแล้ว อีกหน่อยเมื่อทุกอย่างใกล้จะเรียบร้อยก็จะมีการทำโรดโชว์ เอ็กซ์โป ต้อนรับพี่น้องคนจีนโพ้นทะเลให้หวนคืนไปทำการค้าการลงทุนในแผ่นดินเกิดบรรพบุรุษกันมากขึ้น
 
 
 
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
กรุงเทพธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์