หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> มาเลเซีย (Malaysia)
นโยบายการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมาเลเซีย

8 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 5417)

ภายหลังที่ประเทศมาเลเซียได้รับเอกราช เมื่อปี พ.ศ. 2500 มาเลเซียมีระบบราชการพลเรือนมาแล้วหลายระบบ คือ มีทั้งข้าราชการของรัฐบาลกลาง องค์การปกครองส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น จึงทำให้เกิดปัญหาในการติดต่อสื่อสารและประสานงาน ในการแก้ปัญหาข้างต้น รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจใช้โครงสร้างส่วนราชการ และข้าราชการตามที่มีอยู่เดิมไปก่อน แล้วปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป
 
การปฏิรูประบบราชการในระดับโครงสร้างที่สำคัญ คือ การจัดตั้งกระทรวงพัฒนาแห่งชาติและชนบท เพื่อทำหน้าที่ในการประสานงาน และพัฒนารวมทั้งผลักดันและเร่งรัดพัฒนาตลอดจนจัดทำ"สมุดปกแดง” อันเป็นที่มาของแผนพัฒนาประเทศ
 
ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการปฏิรูประบบราชการในช่วงเริ่มแรกก็คือ การพัฒนาและอบรมเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์การฝึกอบรมคือ
 
- มีข้าราชการพลเรือนที่ก้าวหน้า
- มีประสิทธิภาพ มีความสามารถ และประหยัด
- พัฒนาข้าราชการให้มีความชำนาญ และมีความสามารถที่ยั่งยืน ทันกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ วิชาชีพ และวิชาการ ตลอดจนความก้าวหน้าด้านการจัดการทั้งภายในและภายนอกราชการ
- มีการเข้าออกของเจ้าหน้าที่น้อยที่สุด2
- มีการบริหารการฝึกอบรมที่เป็นแบบเดียวกันทั้งระบบ โดยให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
- มีการปฏิบัติต่อข้าราชการพลเรือนอย่างยุติธรรมและสม่ำเสมอ ในเรื่องการฝึกอบรม
 
 
การพัฒนาประเทศตามแผนดังกล่าวในช่วงต้นนั้น ทำให้ภาคราชการขยายตัวทั้งที่เป็นหน่วยงานกลางและหน่วยงานปฏิบัติการ เช่น ในกรณีของหน่วยงานกลางได้มีการเพิ่มหน่วยงานจากเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2503 ซึ่งมีเพียง 3 หน่วย คือ สำนักงานข้าราชการพลเรือน กระทรวงการคลัง และหน่วยงานเศรษฐกิจ โดยหน่วยงานที่เพิ่มขึ้นอีก 3 หน่วย คือ หน่วยงานประสานงานการปฏิบัติการ (Implementation Co-ordination Unit - ICU) หน่วยงานบริหารและวางแผนอัตรากำลังของมาเลเซีย (Malaysian Administration and Manpower Planning Unit - MAMPU) และหน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สังคม (Social-Economic Research Unit - SERU)
 
สำหรับการขยายตัวในแง่คุณภาพนั้น กระทรวงการคลังได้มีการนำเข้าระบบงบประมาณแบบโครงการและแผนปฏิบัติการมาใช้ ทำให้ระบบการจัดทำงบประมาณของหน่วยงานปฏิบัติการดีกว่าเดิมมาก ส่วนสำนักข้าราชการพลเรือนก็มีการเปลี่ยนแปลงภายใน กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2513 ได้จัดตั้งหน่วยงานพัฒนาอาชีพและการฝึกอบรมและได้ยกระดับศูนย์ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ขึ้นเป็นสถาบันบริหารรัฐกิจแห่งชาติ (National Institute of Public Administration - INTAN) อย่างไรก็ตาม การที่ภาคราชการเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้เกิดปัญหา
 
หลายประการเกี่ยวกับโครงสร้างส่วนราชการและการบริหารราชการ เช่น ความซ้ำซ้อนในบทบาทและหน้าที่ ความไม่สอดประสานกันของโครงสร้างการจัดการหน่วยงาน ความไม่เพียงพอของระบบการบริหาร ข้อมูล เป็นต้น
จากปัญหาดังกล่าว เมื่อประเทศมาเลเซียเข้าสู่ยุคการพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 รัฐบาลจึงได้ปรับนโยบาย โดยการผลักดัน ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยอดีต นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ มูฮัมหมัด ได้ประกาศแนวคิดที่จะให้มีการร่วมมือกันในรูปของ "บริษัทมาเลเซีย” เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ประเทศมาเลเซียได้มีการปฏิรูปราชการอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า"Civil Service Reforms towards Malaysia’s Vision 2020” นโยบายแห่งชาตินี้จะเน้นการปฏิรูปภาคราชการในเรื่องการปฏิรูป การจัดระบบการบริหารและการจัดการภาคราชการ และเรื่องการปฏิรูป การจัดการระบบการให้บริการแก่ประชาชน จุดมุ่งหมายในการปฏิรูป ภาคราชการครั้งนี้ เพื่อที่จะเผชิญความท้าทายกับการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21
 
เรื่องสำคัญที่นำมาปฏิรูประบบราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 มีอยู่ 6 เรื่องสำคัญคือ
1. การพัฒนาผู้นำที่มีประสิทธิผล
2. การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการ
3. การปรับปรุงผลิตภาพและคุณภาพ
4. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติงานสูงขึ้น
5. การร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน
6. การจัดการด้านการเงิน
 
 
รัฐบาลปัจจุบันที่นำโดย นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ได้ดำเนินนโยบาย สานต่อวิสัยทัศน์ พ.ศ. 2563 (2020) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาเลเซีย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในปี พ.ศ. 2563 ให้สำเร็จ นายนาจิบ ราซัค ได้กำหนดนโยบายมาเลเซียเป็นหนึ่งเดียว (1 Malaysia) ซึ่งมุ่งเน้น ที่จะพัฒนาประเทศ โดยเอาประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก (People First) พร้อมๆ กับการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ของประเทศ เพื่อรองรับภารกิจต่างๆ ของประเทศที่จะนำพาประชาชนชาวมาเลเซีย ไปสู่จุดหมายเดียวกันผ่าน 2 กลยุทธ์ที่ใช้ขับเคลื่อนประเทศ คือ โปรแกรมการปฏิรูปการปกครอง (Government Transformation Program - GTP) ที่มุ่งเน้นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การแก้ปัญหาการจราจร ติดขัดในเขตเมืองการแก้ปัญหาอาชญากรรม การยกระดับมาตรฐาน และการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน การลดช่องว่างระหว่างคนรวย และคนจน การพัฒนาพื้นที่ทุรกันดาร และการลดอัตราการคอรัปชั่น
ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 เป็นโปรแกรมการปฏิรูปเศรษฐกิจ (Economic Transformation Program - ETP) ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนา 12 สาขาเป้าหมายเศรษฐกิจแห่งชาติ (12 National Key Economic Areas - NKEAs) โดยได้ควบรวมนโยบายทั้งจากภาคการผลิตที่สำคัญ และภาคบริการที่กำลังทวีความสำคัญในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ของ IMP3 มาปรับเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบเป็นสาขาต่างๆ ที่มีความสำคัญและต้องดำเนินการพัฒนาเป็นอันดับแรก คือ ภาคอุตสาหกรรม จำนวน 3 สาขาได้แก่ น้ำมันก๊าซและพลังงาน น้ำมันปาล์ม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภาคบริการจำนวน 9 สาขา ได้แก่ การเงิน การค้าปลีก การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ การศึกษาการบริการธุรกิจ การบริการสุขภาพ การเกษตร การพัฒนากรุงกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นเมืองชั้นนำโดย NKEAs ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของมาเลเซียให้มีความก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์