หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
ระบบกฎหมายเมียนมา

4 กันยายน 2015 (จำนวนคนอ่าน 8122)

เมียนมาเป็นประเทศเก่าแก่ มีระบบกฎหมายที่วิวัฒนาการมาจากขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีที่เรียกว่า "Dammathat” เป็นระบบกฎหมายที่ผู้พิพากษาตัดสินอรรถคดีเป็นลายลักษณ์อักษร โดยใช้จารีตประเพณีที่สั่งสมมาช้านานพิจารณาคดี ซึ่งจารีตประเพณีเหล่านี้ประกอบด้วย หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายครอบครัวและมรดก ซึ่งผู้พิพากษายึดหลักสิทธิที่เท่าเทียมกัน (Eqalitarian Rights) ในการตัดสินคดี กฎหมายเมียนมายังมีวิวัฒนาการมาจากอีกหลักที่เรียกว่า "Phyahton” เป็นคำตัดสินของศาลยุติธรรมและศาลแห่งพระเจ้าแผ่นดินที่รวบรวมสืบเนื่องกันมา ซึ่งในปัจจุบันเปรียบได้กับรายงานคำตัดสินของศาลฎีกา (Law Reports of Supreme Court) แต่ในขณะเดียวกันระบบกฎหมายของเมียนมาก็ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคม ซึ่งระบบกฎหมายของอังกฤษเป็นระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) ที่ไม่ถึงกับเน้นความแตกต่างระหว่างเอกชนกับฝ่ายเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐ โดยถือว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ทางกฎหมายเดียวกัน เมียนมาได้นำกฎหมายอังกฤษมาใช้ เช่น กฎหมายบริษัท กฎหมายแรงงาน กฎหมายลิขสิทธิ์ และกฎหมายประกันสังคม ฯลฯ จึงทำให้ดูเสมือนว่ามีกฎหมายที่เป็นสากลและทันสมัยกว่าประเทศอื่นๆ อย่างกฎหมายประกันสังคมมีใช้ก่อนประเทศไทย จากระบบกฎหมายที่มีเอกลักษณ์ เนื่องจากเป็นการผสมผสานกันระหว่างจารีตแบบเมียนมากับแบบอังกฤษ และกฎหมายใหม่ของเมียนมาตามแต่ละยุค ทำให้มีวิวัฒนาการที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพการเมือง ดูได้จากประเทศเมียนมาเมื่อได้รับเอกราชได้มีการจัดตั้งศาลฎีกา (Supreme Court) และศาลสูง (High Court) และศาลชั้นอื่นๆ ขึ้นมาตามพระราชบัญญัติตุลาการแห่งสหภาพในปี 2491 (Union Judiciary Act of 1948) ต่อมาในปี 2505 สภาแห่งการปฏิวัติ (Revolutionary Council) ได้ยึดอำนาจของประเทศ และเปลี่ยนแปลงการปกครอง รวมถึงระบบศาลและกระบวนการยุติธรรมไปเป็นระบอบสังคมนิยม สภาแห่งการปฏิวัติได้ล้มล้างศาลฎีกาและศาลสูง และได้มีการจัดตั้งศาลหัวหน้าคณะปฏิวัติ (Chief Court) ขึ้นมาแทน
ส่วนระบบศาลของเมียนมาในปัจจุบัน กฎหมายว่าด้วยตุลาการแห่งสหภาพ พ.ศ. 2553 ได้ออกมารับรองระบบศาลภายใต้รัฐธรรมนูญการปกครองแห่งสหภาพเมียนมา พ.ศ. 2551 โดยดำเนินงานภายใต้หลักการดังต่อไปนี้ (มาตรา 3 ของกฎหมายว่าด้วยตุลาการแห่งสหภาพปี 2553)
 
1. ศาลฎีกา (Supreme Court of the Union) เป็นศาลสูงสุด ที่มีลำดับความสำคัญและอำนาจเหนือกว่าศาลสูงในเขตการปกครองหรือศาลสูงในรัฐต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยศาลต่างๆ ตามลำดับขั้นดังต่อไปนี้
1) ศาลฎีกาแห่งสหภาพเมียนมา (The Supreme Court of the Union of Myanmar)
2) ศาลสูงแห่งสหภาพเมียนมา หรือศาลสูงแห่งรัฐ (The High Court of the Region or the State)
3) ศาลในเขตปกครองตนเอง (Court of Self-Administered Division)
4) ศาลในพื้นที่ปกครองตนเอง (Court of Self-Administered Zone)
5) ศาลแขวง (District Courts)
6) ศาลจังหวัด (Township Courts)
7) ศาลอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย (Other Courts established by Law) เช่น ศาลคดีเด็กและเยาวชน (Juvenile Courts) ศาลคดีท้องถิ่น (Courts to try municipal of fences) และศาลคดีจราจร (Courts to try traffic offences
2. ศาลทหาร (Court Martial) ศาลทหารก่อตั้งโดยรัฐธรรมนูญแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยกองกำลังปกป้องแผ่นดิน ซึ่งศาลอื่นไม่สามารถมีเขตอำนาจศาลเหนือคดีที่เกี่ยวข้องกับทหารได้
 
3. ศาลรัฐธรรมนูญ (Constitutional Tribunal of The Union)
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์