หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ความร่วมมือของประเทศไทยในการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

26 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 5043)
 
นาวาอากาศตรีหญิง ปณิธี เหล็กกล้า
 
 
 
ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติกันอย่างใกล้ชิด ตัวอย่างเช่น การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (ASEAN Ministerial Meeting on Transnational Crime- AMMTC) ครั้งที่ 3 ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเน้นความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน หรือการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน ซึ่งผู้นำอาเซียนได้ออกปฏิญญาการดำเนินการร่วมกันในการต่อต้านการก่อการร้าย ค.ศ.2001 (2001 ASEAN Declaration on Joint Action to Counter Terrorism) โดยกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในการต่อต้านการก่อการร้าย เช่น การเสริมสร้างสมรรถนะของกลไกการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ และระหว่างประเทศสมาชิก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร/ข่าวกรอง ความร่วมมือกับประเทศและภูมิภาคอื่น ๆ
 
ประเทศไทยเองก็มีการประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และพร้อมที่จะร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศในการปราบปรามการก่อการร้ายในกรอบของสหประชาชาติเสมอมา ทั้งนี้ ไทยยึดมั่นในพันธกรณีที่จะปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในการต่อต้านการก่อการร้าย ในปัจจุบันเห็นได้ว่ากลุ่มก่อการร้ายมีแนวโน้มขยายเครือข่ายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีที่ตั้งของเป้าหมายหลักในการปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้าย ได้แก่ สถานที่ที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศยุโรปตะวันตก เช่น สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สายการบิน บริษัท ห้างร้าน ตลอดจนนักท่องเที่ยวของประเทศดังกล่าว ดังนั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบงานต่อต้านการก่อการร้ายสากลต้องมีความพร้อมตั้งแต่ยามปกติ รวมทั้งจัดทำแผนและมีการซักซ้อมอยู่เสมอ
 
ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายสากลภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus) ดำเนินการผ่านกลไกการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (EWG on CT) ภายใต้กรอบ ADMM-Plus ตัวอย่างการดำเนินการที่ผ่านมา มีดังนี้
 
1. การประชุม ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18 - 21 กันยายน 2554 กองทัพไทยจัดกำลังพลเข้าร่วมประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (EWG on CT) ในกรอบ ADMM-Plus ณ เมืองมาคัสซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย มีการหารือกรอบความร่วมมือกันด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค และให้ความสำคัญเทียบเท่ากับกรอบความร่วมมือในระดับสหประชาชาติ ตลอดจนได้วางแนวทางและวิธีการในการกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานตามความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย มุ่งเน้นในการสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมในการรับมือกับการก่อการร้าย และตั้งเป้าหมายในการจัดการฝึกร่วมกันในปี 2556
 
2. การประชุม ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 3 - 5 เมษายน 2555 กองทัพไทยจัดผู้แทนเข้าร่วมประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (EWG on CT) ภายใต้กรอบ ADMM-Plus ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนนโยบายของแต่ละประเทศ และความท้าทายของการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค รวมทั้งการสลายแนวคิดกลุ่มหัวรุนแรงและการฟื้นฟูเยียวยา รวมทั้งมีการกำหนดร่างแผนการใช้เวลาและรายละเอียดการฝึกขั้นต้นของการฝึกการต่อต้านการก่อการร้าย (CTX) ในปี 2556
 
3. การประชุม ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 10 - 14 มีนาคม 2556 กองทัพไทยจัดผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (EWG on CT) ภายใต้กรอบ ADMM-Plus ณ กรุงจาการ์ตา และตรวจภูมิประเทศขั้นต้นที่ IPSC (Indonesia Peace and Security Center) ณ Sentul Borgor ประเทศอินโดนีเซีย จากผลการประชุมแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการประสานความร่วมมือของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในกรอบของ ADMM-Plus โดยเป้าหมายหลักของการประสานความร่วมมือในห้วงการดำเนินงานที่ผ่านมาคือการฝึกร่วมกัน
 
การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเกี่ยวกับการต่อต่อการก่อการร้ายสากลนั้น ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต่างก็มีแนวทางการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกัน กล่าวคือ ในการจัดการกับปัญหาการกอการร้ายไม่ใช่จะมีเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะดำเนินการดำเนินการได้ตามลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้มีการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ผ่านมาจึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลในระดับนโยบาย และจัดตั้งหน่วยงานหรือหน่วยเฉพาะกิจเพื่อดูแลในระดับปฏิบัติทั้งในเรื่องของการปฏิบัติ การประสานงาน และการสนับสนุน พร้อมทั้งมีนโยบายในการเสริมศักยภาพของหน่วยปฏิบัติและการฟื้นฟูเยียวยาควบคู่กันไปด้วย
 
ทั้งนี้ เนื่องจากไทยเล็งเห็นว่าการต่อต้านการก่อการร้ายสากลเป็นเรื่องสำคัญระดับนานาชาติซึ่งการสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย จะทำให้ไทยเป็นผู้นำภูมิภาคอาเซียนในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการต่อต้านการก่อการร้ายสากลให้เวทีโลกได้เห็นต่อไป
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์