หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
'ฮาลาล' โอกาสธุรกิจอาหารไทย

24 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 4007)

ผลิตภัณฑ์ฮาลาลไม่ใช่จำกัดเฉพาะอาหารแต่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายชนิดที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร โรงพยาบาล หรือโรงแรม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรอง "ฮาลาล" ก็คือสินค้าที่เชื่อถือได้ด้านสุขอนามัย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบวัตถุดิบที่ไม่มีสิ่งปนเปื้อนสารต้องห้ามและมีประโยชน์ต่อร่างกาย
 
จะเห็นได้ว่า มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์ฮาลาลโดยรวมสูงถึงประมาณ 8,000,000 ล้านบาท อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มูลค่าดังกล่าวเติบโตสูงขึ้น ซึ่งผู้เขียนสามารถวิเคราะห์ได้จากปัจจัย 4 ประการ ดังนี้
1. ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจต่อการเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถูกหลักอนามัย มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และจะต้องมีมาตรฐาน โดยมีการศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหาร มีการพลิกอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้ออีกด้วย ดังนั้น อาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาลจึงเป็นอาหารที่มีความสะอาด ปลอดภัย และเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง จึงทำให้สามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลก
 
2. กระแสสังคมโลกธุรกิจมีแนวโน้มที่จะต้องผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคมโลก อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐภายในประเทศให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหารฮาลาลในการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับอาหารฮาลาลเพิ่มมากขึ้นผ่านสื่อต่าง ๆ หรือการจัดสัมมนาในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ปี 2559 - 2563 ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่จะผลักดันส่งเสริมธุรกิจสินค้าฮาลาลไทยให้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกภายในปี 2563
 
3. ประเทศไทยมีศักยภาพและความได้เปรียบทางการแข่งขันในเรื่องของวัตถุดิบทางอาหาร ซึ่งสามารถรองรับสนับสนุนให้กับธุรกิจอาหารฮาลาลได้
 
4. โอกาสของผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลในประชาคมอาเซียน ซึ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะทำให้ประตูการค้าเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียนที่นับถือศาสนาอิสลามที่มีจำนวนมาก ซึ่งตลาดอินโดนีเซียและมาเลเซียนับว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยอาจสามารถเจาะตลาดหรือทำความร่วมมือกันหรือเป็นเครือข่ายในการทำธุรกิจร่วมกันไปสู่ตลาดโลก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เป็นมุสลิมทั่วโลกกว่า 1,800 ล้านคน ใน 150 ประเทศ
 
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจากปัจจัยเหล่านี้ทำให้แนวโน้มการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นการส่งเสริมการจ้างงานในแต่ละท้องถิ่นก็จะสามารถทำให้เศรษฐกิจที่ซบเซาถูกกระตุ้นให้กลับมาเฟืองฟูได้อีกครั้ง
 
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังมีความกังวลในเรื่องโอกาสของผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลใน 2 ประเด็น คือ
ประการที่หนึ่ง ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลจะต้องมีการสร้าง Brand และเครื่องหมายฮาลาลให้เป็นสิ่งที่จำเป็นให้เป็นที่รู้จัก สามารถเข้าถึงผู้บริโภคให้เข้าใจถึงผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลที่ไม่ใช่บริโภคได้เฉพาะกลุ่มมุสลิม แต่ยังสามารถบริโภคได้ทุกเชื้อชาติทุกศาสนา ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้บริโภคบางกลุ่มมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับอาหารฮาลาล และจะต้องทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่าย รวมทั้งจะต้องรักษามาตรฐานอย่างเคร่งครัด
 
ประการที่สอง ข้อควรระวังยังมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฮาลาลแท้หรือมีตราฮาลาล แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้องอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ คุณภาพ รสชาด ความสะอาด ทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ หากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศหลั่งไหลเข้ามาภายในประเทศ ซึ่งจะต้องมีการเลือกบริโภคอาหารฮาลาล แต่กลับพบกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฮาลาลแท้ จะเกิดความไม่เชื่อมั่นในมาตรฐานฮาลาล ส่งผลให้ธุรกิจอาหารฮาลาลประสบกับความยากลำบากในอนาคต ดังนั้น การตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐจะต้องมีความเข้มข้นมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อของธุรกิจดังกล่าว
 
 
 
ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง
คณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏธนบุรี
กรุงเทพธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์