หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
สังคมสูงวัย : ประเด็นท้าทายใหม่ของอาเซียน

21 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3852)
 
โดย พิมพ์รำไพ พันธุ์วิชาติกุล
 
 
        
 
เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้อายุขัยของมนุษย์ยาวนานขึ้น ในขณะที่วิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้อัตราการเกิดลดลง ด้วยสมการง่าย ๆ นี้ทำให้ค่าเฉลี่ยอายุของประชากรโลกขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
องค์การสหประชาชาติกำหนดว่า ประเทศใดได้เข้าสู่ "สังคมสูงวัย” (Aged Society) แล้วนั้น สามารถพิจารณาได้จากสัดส่วนของประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีมากกว่าร้อยละ 7 หากประเทศนั้นมีจำนวนประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 14 เรียกได้ว่าเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Complete Aged Society) และหากประเทศใดมีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 20 แสดงว่าประเทศนั้นได้เข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับ สุดยอด” (Super Aged Society)
 
หากมองโดยภาพรวม ปัจจุบันอาเซียนได้เข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยแล้ว (มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7) ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการเข้าสู่ภาวะสูงวัยในอัตราความเร็วที่ต่างกัน ในปี 2015 ประเทศที่ก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ตามลำดับ ในขณะที่บางประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอัตราการเกิดสูงจะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยช้ากว่าประเทศกลุ่มแรกประมาณสิบปี
 
อย่างไรก็ตาม ประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้งหมดจะเข้าสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2030 เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของแต่ละช่วงอายุ คำถามคือ อาเซียน ได้เตรียมความพร้อมเพื่อตั้งรับผลกระทบของความชราภาพมากน้อยแค่ไหน?
 
หากมองโดยภาพรวมแล้วการเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัยมีนัยทั้งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศษฐกิจ สังคม และการเมืองของอาเซียนหลายประการ เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ยังมีช่องว่างของระดับการพัฒนาอยู่มาก ไม่ว่าจะมองจากรายได้ต่อหัวของประชากร ระดับการศึกษา รวมไปถึงโอกาสในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ คำถามที่เกิดขึ้น เช่น การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุจะมีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร
 
บางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ซึ่งเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัยก่อนหน้าเพื่อนบ้านในอาเซียน ได้มีการเตรียมรับกับสิ่งท้าทายนี้ด้วยการปรับเปลี่ยนนโยบายระดับชาติในหลายมิติ ซึ่งคำนึงถึงพลวัตทั้งในและนอกประเทศ เช่น การเคหะแห่งชาติสิงคโปร์มีการวิเคราะห์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับชาวสิงคโปร์สูงวัยควบคู่กับการเตรียมการรองรับการไหลเข้าของแรงงานข้ามชาติ ภายหลังการขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2015 หรือผู้ประกอบการด้านสุขภาพของไทย เช่น โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำต่าง ๆ ได้เพิ่มการลงทุนเพื่อรองรับตลาดผู้ป่วยสูงวัยทั้งในและนอกประเทศ และทำการตลาดอย่างเข้มข้นในประเทศ เพื่อนบ้านที่บริการด้านสาธารณสุขยังมีข้อจำกัด ในขณะที่รัฐบาลไทยมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน
 
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องใหม่ของโลกนี้ อาเซียนสามารถถอดบทเรียนจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น หรือประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่งเข้าสู่ภาวะสูงวัยมากว่าสิบปีก่อนหน้า จากการถกแถลงในเวทีระดับโลกหลายครั้งพบว่าประเทศที่มองเรื่องสังคมผู้สูงวัยเป็นปัญหามักจะให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดสวัสดิการและงบประมาณเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ประเทศที่มองเรื่องสังคมผู้สูงอายุเป็นสิ่งท้าทาย จะเน้นเรื่องการสร้างเสริมระบบสุขภาพแบบองค์รวม เน้นให้ประชาชนรู้จักการออมเพื่อความมั่นคงยามบั้นปลายชีวิต ตลอดจนการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตแบบที่เรียกว่า "Active Aging” ซึ่งสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ใช้ประสบการณ์และความสามารถของตนในการดำเนินบทบาทที่เป็นต่อสังคมทั้งในและนอกตลาดแรงงาน
 
ความชราภาพเป็นความท้าทายที่หลีกหนีไม่ได้ แต่มนุษย์ซึ่งเป็นองคาพยพของชาติและของโลก สามารถเลือกได้ว่าจะแก่กระโหลกกะลาหรือแก่ลายคราม
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์