หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ทาสยุคใหม่ อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

20 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 5285)
 
โดย สันติพจน์ กลับดี
 
              
 
"ทาสยุคใหม่ (modern slavery)” หมายถึง การค้ามนุษย์ (trafficking in persons) ในลักษณะต่าง ๆ เช่น การบังคับ (forced) การขัดหนี้ (debt bondage) การบังคับให้สมรส (forced marriage) หรือสมรสเพื่อรับใช้ (servile marriage) การขาย (sale) และการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก (exploitation of children) โดยในที่นี้ขอขยายความเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในลักษณะต่าง ๆ ไว้ให้พอเข้าใจ ดังนี้
 
1. การบังคับ เป็นลักษณะของการใช้แรงงานที่ไม่ได้สมัครใจทำแต่ต้องทำเพราะถูกข่มขู่ ถูกลงโทษ หรือใช้ความรุนแรงทางกาย หรือทารุณทางเพศ โดยในบางครั้งอาจจะถูกกักขังด้วย
 
2. การขัดหนี้ เป็นลักษณะของการใช้แรงงานที่ต้องทำงานใช้หนี้ ซึ่งอาจจะเกิดจากการกู้ยืมภายใต้สัญญาที่ขูดรีด หรือเกิดจากการจ่ายค่านายหน้าในการเข้าประเทศแล้วต้องทำงานใช้หนี้ภายหลัง
 
3. การสมรสโดยการบังคับหรือแต่งงานเพื่อรับใช้ เป็นลักษณะที่ถูกบังคับให้แต่งงานโดยไม่มีทางเลือกหรือต้องแต่งงานเพราะความหวาดกลัว และตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในภายหลัง
 
4. การแสวงหาประโยชน์จากเด็ก เป็นลักษณะของการหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากเด็ก เช่น การค้าประเวณีเด็ก การใช้เด็กในสื่อลามก เป็นต้น
 
ข้อมูลต่อไปนี้ได้จาก The Global Slavery Index 2014 โดยมูลนิธิ วอล์ค ฟรี (Walk Free) ออสเตรเลีย ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า ดัชนีทาสโลก ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ประกอบด้วยข้อมูลของประเทศต่าง ๆ 167 ประเทศ โดยในภาพรวมมีข้อมูลที่น่าสนใจบางประการ ได้แก่
1. มีการประมาณการว่ามีคนจำนวนถึง 35.8 ล้านคนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ต้องมีชีวิต อยู่ภายใต้การเป็นทาสยุคใหม่
 
2. ร้อยละ 61 ของจำนวน 35.8 ล้านคนหรือประมาณ 21.84 ล้านคน อยู่ใน 6 ประเทศ คือ อินเดีย จีน ปากีสถาน อุซเบกิสถาน และรัสเซีย
 
3. มี 2 ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน ที่มีจำนวนประชากรทาสยุคใหม่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก ของโลก คือ อินโดนีเซีย (อันดับ 8) และประเทศไทย (อันดับ 10) ในส่วนของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนพบว่าข้อมูลทาสยุคใหม่ แสดงดังตาราง
 
 
จากตารางเห็นว่า มูลนิธิ วอล์ค ฟรี จัดอันดับประเทศจากร้อยละของประชากรที่ตกอยู่ภายใต้การเป็นทาสยุคใหม่ ซึ่งทำให้กัมพูชาอยู่ในอันดับแรกและสิงคโปร์อยู่ในอันดับสุดท้ายแต่ถ้าจัดอันดับกันด้วยจำนวนคนที่ตกเป็นทาสยุคใหม่ในแต่ละประเทศจะเห็นว่า อินโดนีเซียอยู่ในอันดับแรก และบรูไนอยู่ในอันดับสุดท้าย สำหรับประเทศไทยนั้นไม่ว่าจะจัดอันดับโดยวิธีใดจะอยู่ในอันดับที่ 2
 
และเมื่อรวมจำนวนประชากรอาเซียนที่ตกอยู่ภายใต้การเป็นทาสยุคใหม่เข้าด้วยกันทั้งหมดทุกประเทศแล้วพบว่ามีจำนวนถึง 2,335,500 คน ประเด็นสำคัญก็คือ ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนซึ่งเป็นเสาเดียวในสามเสาของประชาคมอาเซียนที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์จากความร่วมมือในด้านสังคมและวัฒนธรรมตามคุณลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนามนุษย์ การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม ความยุติธรรมและสิทธิ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน และการลดช่องว่างการพัฒนาจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาทาสยุคใหม่ที่มีเป็นจำนวนถึง 2,335,500 คนดังกล่าว
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจจะมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมากซึ่งมักชี้ให้เห็นว่า ผลจากการการรวมตัวกันเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนจะทำให้ผู้คนในประเทศต่าง ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นได้รับการพัฒนาด้านการศึกษา มีความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสาร ได้รับบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้น มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่คาดกันว่าจะตามมา
 
อย่างไรก็ตาม หากประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนละเลยต่อปัญหาทาสยุคใหม่ที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในแต่ละประเทศ และไม่แก้ปัญหานี้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ต่อไปย่อมไม่สามารถพูดได้เลยว่าประชาคมฯ ได้บรรลุเป้าหมายของการให้ความยุติธรรมและสิทธิกับประชาชนอย่างทั่วถึงทัดเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้นตราบใดที่ปัญหานี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป เช่น ยังมีการใช้แรงงานเด็ก การค้าประเวณี การค้าแรงงานเถื่อน ฯลฯ ตราบนั้นประชาคมโลกก็จะยังกดดันและไม่ยอมรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในประเด็นของการค้ามนุษย์ต่อไปเช่นกัน
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์