หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตหลังจากเปิดประชาคมอาเซียน

18 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 4523)

ทุกประเทศในโลกต่างมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองให้มีความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง แข็งแรง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชาติ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) โดยสำนักวิชาการจัดการได้จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ : Next Generation ASEAN+3 Connectivity "Trends and Opportunities in Business and Logistics Management" โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ อู เท ออง (H.E U HtayAung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโรงแรมและท่องเที่ยว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจหลังเปิดประชาคมอาเซียนปลายปี 2558 ดังนี้
 
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการเชื่อมโยงทางการค้าและการผลิตมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมากถึง 4 เท่าตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของ ASEAN นั่นเอง ปัจจุบันพบว่าทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ต่างขยายฐานการผลิตมายังเมียนมา ลาว และเวียดนามด้วย โดยประเทศไทยจะต้องมีการลดภาษีส่งออกและการจัดตั้งมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการส่งออกสู่ภายในประชาคมอาเซียน รวมทั้งการส่งออกสู่นอกประชาคมอาเซียนด้วย สินค้าที่เราผลิตมีความหลากหลายทางราคาและคุณภาพ ทำให้กระจายสู่ตลาดได้หลากหลายระดับ โดยหากเรามีเทคโนโลยีทางการผลิตที่ดีขึ้นก็จะได้ส่วนแบ่งตลาดและราคาดีขึ้น
 
"ขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังมุ่งมั่นในการพัฒนาการขนส่งสินค้าในประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งสินค้ากับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้ต่อไป โดยปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางบกในประเทศไทยร้อยละ 80 เป็นการขนส่งโดยใช้รถบรรทุก ซึ่งมีต้นทุนมากกว่าการขนส่งสินค้าทางระบบรางถึง 4 เท่า ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้มีการผลักดันการพัฒนาการขนส่งทางรางในประเทศ โดยวางแผนการสร้างโครงข่ายทางรางจะจัดสร้างรางรถไฟรางคู่ความยาว 4,000 กิโลเมตร เพื่อครอบคลุมเครือข่ายการขนส่งสินค้าทั่วประเทศต่อไป
 
ด้านการขนส่งสินค้าทางน้ำ ท่าเรือส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังขาดการพัฒนาให้ใช้งานได้เต็มศักยภาพ ซึ่งสาเหตุบางครั้งก็มาจากการจัดการบริหารที่ไม่ดีพอ ปัจจุบันประเทศไทยมีท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวคือ ท่าเรือแหลมฉบัง โดยขณะนี้มีผู้เข้ามาใช้บริการเกือบจะเต็มพื้นที่ของท่าเรือแห่งนี้ ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังเหมาะแก่การขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน และเกาหลีใต้ แต่การขนส่งสินค้าจากท่าเรือแห่งนี้ไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา ต้องใช้ระยะทางที่ไกลมากเพื่อขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเหล่านี้
 
ขณะนี้ท่าเรือน้ำลึกในช่องแคบมะละกามีการใช้งานจนเกือบจะเต็มพื้นที่ ทำให้เราต้องสร้างท่าเรือน้ำลึกในฝั่งทะเลอันดามันเพื่อการแข่งขันด้านการขนส่งสินค้ากับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเราอาจต้องใช้เวลา 3-4 ปี ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อมารองรับความต้องการในการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
 
ด้าน ฯพณฯ อู เท ออง (H.E U HtayAung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโรงแรมและท่องเที่ยว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวว่า ขณะนี้เมียนมามีการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างอาชีพภายในประเทศเป็นอย่างมาก โดยสำนักงานท่องเที่ยวของเมียนมาถือว่าเป็นองค์กรหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้และเผยแพร่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของเมียนมาสู่คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน สำหรับสถานการณ์ทางด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศถือว่าเพิ่งเริ่มต้น ยังคงต้องการความช่วยเหลือสนับสนุนจากนานาประเทศ
 
"เมียนมาให้ความสำคัญต่อ ASEAN Community เป็นอย่างมาก เนื่องจากเมียนมาต้องการความช่วยเหลือจากประเทศใน ASEAN รวมไปถึง ASEAN+3 ในแง่ของการลงทุนและการค้าขายแบบไร้พรมแดน โดยในขณะนี้เมียนมากำลังมุ่งพัฒนา 3 ประเด็นหลัก คือ
1. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resources)
 
2. การพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยว (Product Development) เพื่อการให้บริการที่ได้มาตรฐานและการบริการที่มีคุณภาพดีขึ้น
 
ทั้งนี้ ได้มีนโยบายจัดตั้งสถานศึกษา รวมไปถึงสถานฝึกปฏิบัติเฉพาะทางเพื่อให้ความรู้และพัฒนาบุคลากรภายในประเทศให้มีคุณสมบัติในการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมียนมาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ แต่ยังคงขาดการบริหารจัดการที่ดี จึงทำให้ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพียงพอที่จะให้คนจากต่างประเทศมาเที่ยวชม นอกจากนี้ สิ่งที่เมียนมากำลังจัดทำอยู่ คือแผนพัฒนาพร้อมร่างนโยบายการจัดการการท่องเที่ยวภายในประเทศ
 
3. การเชื่อมโยงเครือข่าย (Connectivity) และการพัฒนาสิ่งก่อสร้าง (Infrastructure Development)
 
เมียนมาพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังมีการสร้างถนนจุดเชื่อมต่อพรมแดนไทย-เมียนมาเพิ่มอีกหลายจุด เพื่อให้การเข้าเมียนมาจากไทยทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น" รมว.กระทรวงโรงแรมและท่องเที่ยวเมียนมา กล่าว
 
 
 
พรพิสุทธิ์ ฤศุภร (อู) รายงาน
บ้านเมือง
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์