หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ทิศทางการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมกุ้งแปรรูปและกุ้งแช่แข็งภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

13 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2543)

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ

 
จากการตั้งเป้าหมายที่จะให้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2015 จึงได้มีการดำเนินการจัดทำแผนดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างชัดเจน แผนนี้เรียกว่า AEC Blueprint ในแผนงานดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไว้ 4 ประการด้วยกัน ได้แก่
(1) การสร้างอาเซียนให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมือได้อย่างสะดวก
(2) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
(3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ
(4) การเชื่อมโยงอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยการร่วมมือต่อประเทศภายนอกภูมิภาค
 
ในการผลิตกุ้งนั้นมีทั้งที่ได้จากการจับจากธรรมชาติและจากการเพาะเลี้ยง แหล่งผลิตกุ้งที่สำคัญของโลกอยู่ในเอเซีย โดยปี 2552 ผู้ผลิตกุ้งมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไทย จีน อเมริกากลางและใต้ เวียดนาม และอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการผลิตและส่งออกกุ้งเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งการส่งออกกุ้งของไทยจะส่งออกในลักษณะของกุ้งแปรรูปและกุ้งแช่แข็ง (H.S.1605 และ H.S.0306) ตลาดส่งออกของไทยที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ในขณะที่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
 
ในการวิเคราะห์เรื่องการย้ายฐานการผลิตได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมกุ้งแปรรูปและกุ้งแช่แข็งภายในอาเซียน โดยใช้กรอบแนวคิดและวัตถุประสงค์ในการออกไปลงทุนโดยตรงยังต่างประเทศ ซึ่งมีเหตุผลด้วยกัน 5 ประการ ดังนี้
(1) การแสวงหาตลาด โดยอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย คือ ต้นทุนการขนส่งสินค้า การขาดแคลนกำลังการผลิตในประเทศแม่ ต้องการการประหยัดต่อขนาดการผลิต ข้อจำกัดทางการค้า ผลกระทบจากการเป็นแหล่งผลิต ต้องการสร้างภาพพจน์ของสินค้า ต้องการลดความเสี่ยงจากการส่งมอบสินค้า และการเปลี่ยนแปลง ในต้นทุนเปรียบเทียบ
 
(2) การแสวงหาทรัพยากรการผลิต อาจมีสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย คือ การขยายการผลิตเพื่อการควบคุมห่วงโซ่คุณค่า การผลิตตามหลักเกณฑ์และเหตุผล การเข้าครอบครองปัจจัยในการผลิต การเรียนรู้เทคโนโลยีและการอาศัยปัจจัยการผลิตของประเทศอื่น การขยายการผลิตตามทฤษฎีวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ และการใช้สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ
 
(3) การสร้างความหลากหลายเพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ อาจมสาเหตุจากหลายปัจจัย คือ การกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ของกิจการ และการกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งทรัพยากรในต่างประเทศ
 
(4) การลดความเสี่ยงจากการแข่งขัน ในกรณีนี้คือความเสี่ยงที่อาจสูญเสียลูกค้าเดิมอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย คือ การติดตามลูกค้าไปต่างประเทศ และการป้องกันประโยชน์ที่จะเกิดแก่คู่แข่งขันแต่เพียงฝ่ายเดียว
 
(5) การสร้างอิทธิพลทางการเมือง เพื่อเป็นเงื่อนไขในการต่อรองทางการเมืองและการถ่วงดุลอำนาจ
 
ผลจากการศึกษาในเรื่องการย้ายฐานการผลิตสามารถกล่าวได้เป็น 2 กรณี คือ
(1) กรณีไทยย้ายฐานการผลิตสู่ประเทศอาเซียนอื่น พบว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะขยายฐานการผลิตไปยังเวียดนามและเมียนมา เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยแรงงานราคาถูก
(2) กรณีประเทศอาเซียนอื่นย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยพบว่า เวียดนามมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุสำคัญในด้านนต้นทุน โดยการเข้าครอบครองปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่ง และได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีของประเทศไทย
 
อย่างไรก็ดี มีข้อพึงระวังสำหรับการย้ายฐานการผลิตคือ สำหรับกรณีไทยย้ายฐานการผลิตสู่เวียดนามต้องตระหนักว่าการผลิตกุ้งแปรรูปและแช่แข็งมีความหนาแน่น สำหรับเมียนมาต้องเตรียมพร้อมต่อนโยบายการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน และตระหนักความจริงที่ว่าแม้แรงงานในทั้งสองประเทศที่กล่าวมาจะมีราคาถูกกว่าแรงงานในประเทศไทย แต่ทักษะฝีมือยังด้อยกว่า อีกทั้งในระยะยาวราคาแรงงานอาจปรับตัวสูงขึ้นจนอาจไม่ได้เปรียบในประเด็นนี้อีกต่อไป ส่วนกรณีประเทศเวียดนามที่อาจย้ายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทยนั้นต้องมีการใช้เงินทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของการตัดสินใจได้
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์