หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
กรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนา “เขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-สปป.ลาว โอกาสการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว”

11 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1937)

(เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 58 เวลา 09.30 น.) ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา "เขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-สปป.ลาว โอกาสการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว” และปาฐกฐาพิเศษถึงการเกื้อกูลทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านว่าไทยและ สปป.ลาว เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนาน ทำให้ความร่วมมือทางการค้าของทั้งสองประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น ไทยได้ตั้งเป้ามูลค่าทางการค้าระหว่างไทย-สปป.ลาว มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุนระหว่างกัน และการใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมอาเซียนเพื่อขยายคู่ค้าออกไปสู่ประเทศนอกอาเซียน ซึ่งการค้าการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศให้ขยายตัวและเติบโตได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงประโยชน์ทางการค้าการลงทุนที่เกื้อหนุนต่อกัน ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน
ท่านนางบุนเพ็ง มูนโพไซ รัฐมนตรีประจำห้องว่าการรัฐบาล สปป.ลาว กล่าวถึงการก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว ว่า ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2003 แต่ยังไม่คืบหน้าเนื่องจากขาดเงินทุน ความรู้ และประสบการณ์ เพิ่งมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2010 สปป.ลาว ต้องการให้การค้าระหว่างไทย-สปป.ลาว เป็นไปด้วยความร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขันกันเพราะเป็นประเทศที่มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกันมายาวนาน และเพื่อการพัฒนา การมีส่วนร่วม ของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน ปัจจุบันไทยลงทุนใน สปป.ลาว เป็นอันดับ 2 รองจากจีน สปป.ลาว มีความพยายามในการยกระดับประเทศให้พ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาต้องการให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศที่มีเขตแดนติดกัน เนื่องจาก สปป.ลาว ไม่มีทางออกสู่ทะเลต้องขนส่งทางบกเป็นหลัก สปป.ลาว ได้พัฒนาเส้นทางเพื่อเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และการติดต่อระหว่างประชาชน ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลงทุนทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษรวมทั้งการลงทุนทั่วไป การปรับปรุงกฎ ระเบียบ การลดขั้นตอน การนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกใบอนุญาต การลงทะเบียนให้รวดเร็วขึ้นจากที่เคยล่าช้ามากเพื่อดึงดูดนักลงทุน
เขตเศรษฐกิจพิเศษไทย นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บรรยายโดยสรุปว่า เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมี 2 ระยะ ทั้งหมด 10 จังหวัด (บางตำบล บางอำเภอ) ระยะที่ 1 จังหวัดตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขวา ระยะที่ 2 จังหวัดเชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส แต่ละพื้นที่จะมีเป้าหมายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับศักยภาพ ข้อจำกัดและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุน เช่น มาตรการสนับสนุนด้านภาษี การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ การอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มิใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกของหน่วยงานต่าง ๆ การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (One Stop Service: OSS) ทุกเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้คำแนะนำแบบครบวงจร การรับเรื่อง การอนุมัติ อนุญาต เป็นอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในลักษณะเชิงรุก
 
 
 
 
 
 
ส่วนอาเซียน
สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์