หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทยชูยุทธศาสตร์อาเซียนคอนเน็ก สร้างท่องเที่ยวเชื่อมโยงเชิงคุณภาพ

11 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1973)

เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 - 2560 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเร่งเดินหน้ายุทธศาสตร์เขตพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว โดยใช้กลยุทธ์อาเซียนคอนเน็ก หรือ ASEAN Connect เชื่อมโยง 5 ประเทศ สร้างท่องเที่ยวคุณภาพในอาเซียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในเรื่องนี้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้เร่งให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าอย่างเต็มที่เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างรายได้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน โดยจะเป็นการพัฒนาทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ในการนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุล ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมาย
 
ขณะที่อาเซียนคอนเน็กซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ.2558 - 2560 ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายส่วน เช่น การประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยว ACMECS ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง เป็นต้น ทั้งนี้ นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแบบเขตพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจะเป็นทิศทางอนาคตของการท่องเที่ยวไทย เพราะอารยธรรมในกลุ่มล้านนาอีสานใต้และความเป็นเอกลักษณ์ของอันดามัน สามารถพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวตามความสนใจเฉพาะไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ตรงกลุ่มนิชมาร์เก็ต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือเมดิคัลแอนด์เวลเนส และท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือการท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ทางทะเลและป่าเขามรดกโลก เพื่อนำไปสู่การเพิ่มเรื่องเล่าแชร์ส่งต่อความประทับในการต่อยอดการทำการตลาดบนโลกออนไลน์แบบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เนื่องจากรูปแบบการท่องเที่ยว และเพิ่มการใช้จ่าย พักผ่อนแบบอยู่ยาวมากขึ้น จะช่วยทำให้เกิดการกระจายรายได้และเม็ดเงินลงสู่ประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
 
สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2558 มีจำนวน 2,641,998 คน ขยายตัว 37.99% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยว 2 อันดับแรกคือ จีนและมาเลเซีย โดยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 มีรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว 1.18 ล้านล้านบาท ขยายตัว 23.12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
 
ด้าน นาย อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยว ACMECS กลุ่มลุ่มแม่น้ำอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ซึ่งประกอบด้วยประเทศที่มีชายแดนติดกันได้แก่ เมียนมา กัมพูชา-ลาว-ไทย-เวียดนาม เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ ให้เชื่อมโยง และเติบโตยั่งยืน ว่า จากการร่วมประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยว ครั้งที่ 2 ที่ประเทศเมียนมาที่ผ่านมามีสาระสำคัญด้วยกัน 7 เรื่อง ในการวางแผนทำงานระหว่างปี 2016 - 2018 โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ 7 ด้าน เป็นสำคัญ โดย
 
1. เป็นการส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว 5 ประเทศ 1 จุดหมายปลายทาง มีผู้รับผิดชอบคือ ไทย และเวียดนาม
2. เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวโดยกัมพูชา
3. การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวมีเจ้าภาพ คือ ประเทศเมียนมา เป็นผู้ดำเนินการ
4. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว มีประเทศเมียนมาเป็นผู้รับผิดชอบ
5. การพัฒนาคุณภาพ มีประเทศไทยและเวียดนามร่วมกันวางแผน
6. ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย มีประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพ และ
7. การให้เอกชนมีส่วนร่วม มีประเทศลาวและเวียดนามนำไปวางแผนกลยุทธ์
 
อย่างไรก็ตาม นายอารีพงศ์ยังกล่าวต่อว่า ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว 5 ประเทศอาเซียนถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนในการทำงานของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการศึกษาข้อมูลระดับลึกลงไปในแต่ละจังหวัด เพื่อสามารถกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์การทำงานให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมกับทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดเดียวกัน
 
"การเดินหน้าด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนเพื่อให้พัฒนาไปพร้อม ๆ กัน จะต้องเริ่มที่ 5 ประเทศ 1 จุดหมายปลายทาง ในการดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาใน 5 ประเทศ ให้มากขึ้น อาจจะต้องมีการเชื่อมโยงด้านท่องเที่ยวทั้ง 5 ประเทศ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วยการเก็บข้อมูลด้านการท่องเที่ยว พัฒนาเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว ที่จะต้องมีมาตรฐานในการดำเนินการรวมไปถึงการพัฒนาบุคลากร รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยที่จะต้องยกระดับในเรื่องดังกล่าวสู่มาตรฐานสากล" นายอารีพงศ์ กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม นายอารีพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า เมื่อกระทรวงท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มีความชัดเจนในเรื่องของการทำงานมากขึ้น สิ่งสำคัญที่จะตามคือการสร้างโลจิสติก การคมนาคมที่สะดวกมากขึ้นโดยจะต้องมีความร่วมมือในการดึงนักลงทุนของแต่ละประเทศเข้ามาลงทุน เพื่อทำให้ภาคเอกชนเกิดความชัดเจนในการทำงานตามรูปแบบตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ.2558 - 2560 ต่อไป
 
ขณะที่ นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. กล่าวถึงยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว 5 ประเทศอาเซียน ว่า แนวทางดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากจะทำให้เกิดความร่วมมือทางด้านการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมื่อทางภาครัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนก็จะทำให้ทางภาคเอกชนของไทยสามารถประสานการทำงานกับทางผู้ประกอบการด้วยกันในกลุ่มอาเซียนเชื่อมโยงการตลาดได้สะดวกขึ้น เช่น การทำแพ็กเกจการท่องเที่ยวร่วมกันในภูมิภาคนี้ และแนวคิดทิศทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน เป็นต้น
 
"เอกชนสามารถผลักดันและสอดรับกับยุทธศาสตร์ดังกล่าวด้วยการขยายฐานทางการตลาดให้กว้างขึ้น จากเดิมที่ทำมาตลอด เมื่อมีภาครัฐเข้ามาขับเคลื่อนก็จะทำให้การทำงานกระชับและเห็นผลมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางในภูมิภาคนี้ใช้ประเทศไทยเป็นฮับก่อนจะเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ขยายวันพักและสร้างรายได้เข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย" นายอิทธิฤทธิ์ กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม นายอิทธิฤทธิ์ กล่าวต่อว่า เวลานี้มีเรื่องเดียวที่เป็นกังวลคือการอำนวยความสะดวกในเรื่องการผ่านแดนทั้งขาเข้าและขาออกจะต้องมีความชัดเจน ทั้งในเรื่องสิทธิหรือข้อจำกัดต่าง ๆ ซึ่งจะต้องดำเนินการออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจนทั้ง 5 ประเทศ นอกจากนี้ ทุก ๆ แห่งน่าจะมีความพร้อมเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวด้วย
 
 
 
ที่มา :  สยามรัฐ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์