หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> รอบรู้อาเซียนทั่วไป
ผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทยจะได้รับประโยชน์จาก AEC อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร

6 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2450)

ไทยจัดเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง อาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งแปรรูป ผักและผลไม้สดและแปรรูป เป็นต้น ดังนั้น การเปิดเสรีการค้าสินค้า บริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือแรงงานฝีมือ ใน AEC จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของไทย ดังนี้
 
1) การเปิดเสรีการค้าสินค้า การลด/ยกเลิกมาตรการทางภาษีและที่มิใช่ภาษีใน AEC ช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรและอาหารของไทยที่มีศักยภาพในการแข่งขันสามารถขยายตลาดส่งออกในอาเซียนที่มีประชากรรวมกันเกือบ 600 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีรสนิยมในการบริโภคคล้ายคลึงกับคนไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และยังต้องคำนึงถึงการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล เช่น GMP, HACCP ฯลฯ ด้านการนำเข้า ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเข้าวัตถุดิบสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยต้นทุนที่ถูกลงจากการลด/ยกเลิกภาษีนำเข้าของไทย เพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าเพื่อส่งไปขายต่อไป
2) การเปิดเสรีการลงทุน การลด/ขจัดอุปสรรค ด้านกฎระเบียบในการลงทุนของประเทศสมาชิกอาเซียน และการอนุญาตให้นักลงทุนที่เป็นคนชาติอาเซียนสามารถเข้าไปลงทุนได้ทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยการถือหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการด้านการผลิต การเกษตร ประมง ป่าไม้ และเหมืองแร่ ช่วยขยายโอกาสในการย้ายฐานการผลิตและลงทุนของผู้ประกอบการไทย ไปยังพื้นที่ที่มีความได้เปรียบ เช่น ตั้งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบและแรงงานราคาถูกในทางกลับกัน ประเทศไทยยังมีโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศด้วยความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทยในศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
 
3) การเปิดเสรีภาคบริการ การอนุญาตให้นักลงทุนที่เป็นคนชาติอาเซียนถือหุ้นในธุรกิจบริการได้ถึงร้อยละ 70 ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันขยายการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน ขณะเดียวกัน ยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการภาคบริการ ต้องเร่งปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดต้นทุนการทำธุรกิจภาคบริการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเนื่องจากต้นทุนภาคบริการ เช่น บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ บริการโฆษณาและการทำตลาด บริการวิจัย บริการบัญชี และการค้าส่งค้าปลีก ถือเป็นสัดส่วนสำคัญของต้นทุนในการผลิตสินค้า
 
4) การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ การอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ให้บริการและแรงงานฝีมือ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานคุณภาพในประเทศขณะเดียวกัน แรงงานฝีมือของไทยยังมีโอกาสออกไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้ง่ายขึ้น
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์