หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> มาเลเซีย (Malaysia)
ข้อมูลการเมืองการปกครองมาเลเซีย

5 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 18741)

ประเทศมาเลเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 รัฐ และ 3 ดินแดนสหพันธ์ เป็นดินแดนที่รัฐบาลกลางหรือรัฐบาลสหพันธรัฐ ปกครอง เขตการปกครองต่างๆ และชื่อเมืองหลวง ได้แก่
 
มาเลเซียตะวันตก ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ และปุตราจายา
มาเลเซียตะวันออก ได้แก่ ลาบวน (วิกตอเรีย)
มาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมลายู) ได้แก่ กลันตัน (โกตาบารู) เกดะห์ (ไทรบุรี) (อลอร์สตาร์) ตรังกานู (กัวลาตรังกานู) เนกรีเซมบีลัน (สเรมบัน) ปะหัง (กวนตัน) ปะลิส (กางาร์) ปีนัง (จอร์จทาวน์) เประ (อีโปห์) มะละกา(มะละกา) ยะโฮร์ (ยะโฮร์บาห์รู) และสลังงอร์ (ชาห์อาลัม)
 
มาเลเซียตะวันออก (เกาะบอร์เนียวตอนเหนือ) ได้แก่ ซาบาห์ (โกตากินะบะลู) และซาราวัค (กูจิง)
การแบ่งอำนาจการปกครอง
ในด้านการปกครอง แบ่งการปกครองออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
 
1. การปกครองส่วนกลาง ประกอบด้วย กระทรวง 24 กระทรวง กรม และกองต่างๆ
2.การปกครองส่วนภูมิภาคจะแตกต่างจากประเทศไทยที่ไม่มีจังหวัด และโครงสร้างที่ใช้การแต่งตั้งจากส่วนกลาง ตั้งแต่หน่วยการปกครอง ระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน มีฐานะเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวง การเคหะและการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำให้การปกครองส่วนภูมิภาค ของประเทศมาเลเซียมีโครงสร้างและระบบการบริหารราชการ พอสรุปได้ดังนี้
 
อำเภอ (District)
เป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด ของมาเลเซีย ประกอบด้วย ตำบลหลายๆ ตำบลมารวมกัน โดยมีนายอำเภอ ซึ่งเป็นข้าราชการประจำมาจากการแต่งตั้ของกระทรวงการเคหะ และการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหัวหน้าส่วนราชการผู้รับผิดชอบงาน บริหารทั้งหมดภายในอำเภอ และทำหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงาน ของรัฐกับหน่วยงานที่อยู่ต่ำกว่าระดับอำเภอ ซึ่งจะถูกโยกย้าย สับเปลี่ยน ได้ตลอดเวลาเพราะเป็นสิทธิ์ขาดของรัฐบาลมลรัฐในการเปลี่ยนตัว นายอำเภอในเขตต่างๆ สถานะของนายอำเภอเปรียบเสมือนเลขาธิการ ประจำรัฐในระดับอำเภอ หน้าที่ของนายอำเภอ ซึ่งมีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
 
1)มีอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาแผ่นดินในระดับอำเภอ หรือต่ำกว่าในบางรัฐนายอำเภอมีสถานะเป็นอัยการอีกด้วย
2) ปกครองและดูแลเกี่ยวกับทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ที่ดิน
3) ทำหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีต่างๆ เช่น ภาษีที่ดิน
4) ทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำชุมชนขนาดใหญ่ระดับอำเภอ เพื่อการสาธารณะประโยชน์ เช่น เรี่ยไรเงินเพื่อบำรุงการศึกษาเป็นต้น
5) เป็นประธานคัดเลือกผู้นำท้องถิ่นเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ
6) เป็นประธานกรรมการพัฒนาชนบทในระดับอำเภอ
 
สำหรับองค์ประกอบของอำเภอที่สำคัญอีกประการก็คือ สภาอำเภอ ที่มาจากคัดเลือกผู้นำจากตำบลต่างๆ มาเป็นสมาชิก ทำหน้าที่ ให้คำแนะนำแก่นายอำเภอในการบริหารกิจการต่างๆ แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารงานร่วมกับนายอำเภอ
 
การปกครองในระดับอำเภอนี้ นับเป็นกลไกหลักของรัฐบาล ในการบริหารงานระดับพื้นที่ให้ได้ผล และเป็นการสื่อสารที่ดีระหว่าง รัฐบาลกับองค์การต่างๆ ในระดับที่ต่ำกว่าการปกครองระดับอำเภอ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ แต่อาจมี การตั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นซ้อนกับพื้นที่อำเภอได้ ซึ่งมี สภาชนบทประจำอำเภอ (Rural District Council) เป็นหน่วยการปกครอง ระดับท้องถิ่น ในขณะที่ระดับตำบลและหมู่บ้านที่มีความเจริญ เข้าตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดก็สามารถตั้งองค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่นขึ้นและทำการยุบตำบลหรือหมู่บ้านได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของกระทรวงการเคหะและการปกครองส่วนท้องถิ่นว่ามีศักยภาพ ความสามารถ และองค์ประกอบด้านประชากรที่เข้าเงื่อนไข หรือไม่
ตำบล (Mukim)
เป็นการปกครองส่วนภูมิภาคในลำดับที่รองจาก อำเภอ ตำบลประกอบขึ้นจากหมู่บ้านหลายๆ หมู่บ้านมารวมกัน หัวหน้าตำบล เรียกว่ากำนัน (Head of Mukim หรือ Penhuln) กำนันในมาเลเซียเป็นข้าราชการเต็มตัว มาจากการสอบแข่งขันและ แต่งตั้งโดยส่วนกลาง ได้รับเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญเหมือน ข้าราชการทั่วไป กำนันในมาเลเซียมีเงินเดือนค่อนข้างสูงและยังมีรายได้ จากทางอื่นๆ เช่น เบี้ยประชุม เป็นต้น ประเทศมาเลเซียมีการตรวจสอบ การทำงานและความรู้ของกำนันอยู่เสมอ เช่น การจัดทดสอบความรู้ หลังจากที่ได้เป็นกำนันไปแล้ว 3 ปี หากสอบวัดความรู้ไม่ผ่านก็จะถูกปลด ออกจากตำแหน่ง กำนันไม่มีอำนาจโดยตรงในการจับกุมผู้กระทำผิด กฎหมาย มีเพียงหน้าที่ในการ "จัดเวรยามจากราษฎรเพื่อทำหน้าที่รักษาหมู่บ้านและทุกๆ วัน กำนันต้องรายงานข้อราชการต่อนายอำเภอ และ ทำงานอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของนายอำเภอ นายอำเภอมีสิทธิ์ ที่จะโยกย้ายกำนันไปยังตำบลใดก็ได้ภายในเขตอำเภอ กำนันเป็นข้าราชการ สังกัดกระทรวงการเคหะและการปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันมีหน้าที่ คอยช่วยเหลืองานของนายอำเภอในด้านต่างๆ เช่น การออกใบอนุญาต ฆ่าสัตว์ การเก็บภาษีที่ดิน การจัดทำทะเบียนราษฎร์
 
องค์ประกอบที่สำคัญของตำบลอีกประการก็คือ คณะกรรมการ ประจำตำบล (Village Committee) ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือการบริหารงานของกำนัน แต่ในบางตำบลอาจจะไม่มีคณะกรรมการ ประจำตำบลก็ได้ จะมีเพียงกำนันเท่านั้นทำหน้าที่ในการบริหารงาน ระดับตำบล
 
หมู่บ้าน (Kampongs)
เป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาค ที่เล็กที่สุดของมาเลเซีย และเป็นหน่วยการปกครองที่ใกล้ชิดกับประชาชน มากที่สุดอีกด้วย หัวหน้าหมู่บ้าน เรียกว่าผู้ใหญ่บ้าน (Head of Kampongs) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาจากการแต่งตั้ง แต่หลังจากปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมารัฐสภามาเลเซียได้ผ่านกฎหมาย การปกครองส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่ ทำให้เกิดการปฏิรูปการปกครอง ส่วนท้องถิ่นในประเทศมาเลเซียอย่างจริงจัง ทำให้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตหมู่บ้าน แต่ยังคงถือว่าผู้ใหญ่บ้าน มีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองส่วนภูมิภาค ผู้ใหญ่บ้านมีสถานะ เป็นกึ่งข้าราชการ กล่าวคือ ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนของชาวบ้าน ในขณะเดียวกันรัฐก็สามารถสั่งการผู้ใหญ่บ้านได้โดยผ่านกำนันและ นายอำเภอ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้านคือ 5 ปี สำหรับ ผลตอบแทนที่ผู้ใหญ่บ้านได้รับจากราชการก็คือ เงินประจำเดือนและ สิทธิพิเศษต่างๆ ในฐานะเป็นผู้ช่วยเหลือกิจการของรัฐ เช่น ได้รับสิทธิ ในการลดหย่อนค่าเช่าที่นาเป็นต้น
3. การปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศมาเลเซียมีอัตลักษณ์ เป็นของตัวเอง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
(1) การบริหารงานของรัฐบาลแห่งรัฐ (State Government)
รัฐบาลแห่งรัฐเป็นรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐในประเทศมาเลเซียจำนวน 13 รัฐ ทำหน้าที่ปกครองบริหารราชการในรัฐนั้นๆ มีลักษณะเป็น รัฐบาลเล็กๆ 13 รัฐบาลอยู่ในประเทศเดียวกัน เพราะมีโครงสร้าง เช่นเดียวกับรัฐบาลกลาง
 
รัฐบาลแห่งรัฐจะมีมุขมนตรีแห่งรัฐ (Menteri Besar) ในรัฐที่มี เจ้าผู้ครองรัฐ ส่วนในรัฐที่ไม่มีเจ้าผู้ครองรัฐจะมีผู้ว่าการรัฐ (Ketua Menteri) โดยแต่งตั้งมาจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ ทำหน้าที่ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารรัฐ (Executive Council - Exco) ดูแลด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ความปลอดภัยสาธารณะ การศึกษาหรือ สุขภาพอนามัยของผู้คนในรัฐ โดยแต่ละรัฐมีอิสระในการบริหาร จากรัฐบาลกลางพอสมควร ยกเว้นด้านการต่างประเทศ การทหาร การเงิน และเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลแห่งรัฐ
 
(2) การปกครองส่วนท้องถิ่นหลังการปฏิรูป พ.ศ. 2519
การปกครองส่วนท้องถิ่นของมาเลเซียที่ยกระดับการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งได้เริ่มจากการปฏิรูปกันอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2519 ได้มีการออกกฎหมายการปกครองท้องถิ่น (Local Government Act 124) กฎหมายฉบับนี้นับว่ามีความสำคัญต่อการปกครองส่วนท้องถิ่น ของมาเลเซียเป็นอย่างมาก โดยพยายามทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นของประชาชนในท้องถิ่นมากที่สุด แต่ยังคงเป็นการบริหารกิจการ ท้องถิ่นภายใต้การควบคุมของรัฐบาลแห่งรัฐ ซึ่งมีรูปแบบการปกครอง ส่วนท้องถิ่น 5 รูปแบบดังนี้
 
1) สภานคร (City Council) รัฐบาลท้องถิ่นรูปแบบนี้มีทั้งสิ้น 12 แห่ง และมีคณะกรรมาธิการสภานครมาจากการเลือกตั้ง
 
2) สภาเทศบาล (นคร) (Municipal Council) ซึ่งมี 39 แห่ง ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นและคณะกรรมาธิการการปกครองรูปแบบนี้ มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจสมบูรณ์ทางการเงิน การเก็บภาษี และใบอนุญาตต่างๆ การปกครองท้องถิ่น 2 รูปแบบที่กล่าวมาจะถูกจัดตั้งขึ้นในเขตที่มีความเป็นเมืองสูง จำนวนประชากรมาก และความหนาแน่นของประชากรมีสูง มีรายได้เพียงพอต่อการบริหารกิจการเมืองขนาดใหญ่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการจัดเก็บภาษี ในท้องถิ่น ส่วนเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นเพียงรายได้เสริม ความแตกต่างระหว่างสภาเทศบาล (Municipal Council) กับสภานคร (City Council) คือ โครงสร้างการบริหารงาน แตกต่างกัน กล่าวคือ สภาเทศบาล (Municipal Council) ใช้รูปแบบคณะกรรมาธิการ ไม่มีแยกฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร แต่สภานคร (City Council) ใช้รูปแบบแยกฝ่ายบริหารกับสภาออกจากกัน
 
3) สภาเมือง (Town Council) คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จัดตั้งขึ้นในเขตเมืองใหญ่ๆ ที่มีประชากรมากกว่า5,000 คน แต่ไม่เกิน 100,000 คน มีความสามารถด้านการคลังอยู่ในระดับ ปานกลาง รัฐบาลท้องถิ่นรูปแบบนี้มาจากการเลือกตั้ง
 
4) คณะกรรมการเมือง (Town Board) คือ องค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก มีหน้าที่คล้ายสภาเมือง แต่สัดส่วน ของบทบาทหน้าที่ และการบริหารจัดการอาจจะแคบกว่าคณะกรรมาธิการเมืองจะมาจากการแต่งตั้ง จัดตั้งขึ้นในเขตเมือง ที่มีประชากรมากกว่า5,000 คนขึ้นไป มีรายได้ต่ำรายได้ส่วนใหญ่ มาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้
 
5) สภาท้องถิ่น (Local Council) หรือ สภาอำเภอ (District Council) คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น ในเขตอำเภอจำนวน 98 แห่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นในเขตพื้นที่ชนบท ที่มีรายได้ต่อประชากรน้อย ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในเขตชนบทและทำอาชีพเกษตรกรรม นับเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีขนาดเล็กที่สุดรูปแบบหนึ่งขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในมาเลเซีย สภาท้องถิ่นมักจะตั้งทับซ้อนอยู่กับการปกครอง ระดับตำบลและหมู่บ้าน มีรูปแบบย่อยดังนี้ สภาชนบท (Rural Council) คณะกรรมการหมู่บ้าน (Village Committee) สภาชนบทประจำอำเภอ (Rural District Council) สภาอำเภอ (District Council) คณะกรรมการชนบท (Rural Broad) คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตชนบทที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ และมักจะตั้งทับซ้อนอยู่กับการปกครองในระดับอำเภอ
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์