หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แม่น้ำโขงโอกาสการเดินเรือขนส่งสินค้าของไทย

5 สิงหาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3892)

แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางคมนาคมดั้งเดิมที่สำคัญของเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเชื่อมการค้า การลงทุนที่สำคัญระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ โดยในแต่ละปีทำให้ประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้าผ่านด่านชายแดนจำนวนมาก เฉพาะที่จังหวัดเชียงรายมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ปัจจุบันเส้นทางสายนี้มีการดำเนินธุรกิจเดินเรือทั้งในรูปแบบของการท่องเที่ยวและเรือขนส่งสินค้าจำนวนมากกว่า 300 ลำ แล่นสัญจรไปมา ซึ่งในส่วนของเรือขนส่งสินค้าจะมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ตั้งแต่ 30 - 300 ตันกรอส โดยการเดินเรือส่วนใหญ่อยู่ในมือของนักธุรกิจ 2 ชาติหลัก คือ จีนและลาว
 
ในส่วนของประเทศไทยได้เริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการประกอบกิจการการเดินเรือบ้าง แต่เน้นหนักไปทางการเดินเรือสำหรับการท่องเที่ยว ขณะที่การประกอบธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้าของไทยยังมีอยู่น้อยและยังไม่สามารถลงสู่สนามแข่งขันของธุรกิจประเภทนี้ได้ โดยปัจจัยสำคัญมาจากผู้ประกอบการไทยยังขาดความรู้ ความชำนาญ รวมถึงประสบการณ์เมื่อเทียบกับจีนและลาว ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจด้านนี้มายาวนาน ดังนั้น ในการขนส่งสินค้าที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยจะเน้นใช้บริการจ้างเหมาเรือจากทั้ง 2 ชาติ ข้างต้น เพื่อค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคกับจีนตอนใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทเนื้อสัตว์แช่แข็ง น้ำมันพืช ผลไม้สด ด้านจีนจะล่องเรือเพื่อขนสินค้าประเภทผักและผลไม้ผ่านแม่น้ำโขงมาจำหน่ายสินค้ากับไทย
 
ทั้งนี้ ธุรกิจการเดินเรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หากมองภาพรวมจะเห็นทิศทางหรือโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับส่วนแบ่งทางการตลาดของการเดินเรือในแม่น้ำโขงแห่งนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากกรณีที่จีนให้ความสำคัญในการเดินเรือของแม่น้ำโขงสายนี้อย่างจริงจัง เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ปล้นและทำร้ายเรือขนส่งสินค้าจากจีนในปีที่แล้ว ทางการจีนจึงได้จัดชุดลาดตระเวนไว้คอยดูแลรักษาความปลอดภัยของการเดินเรือตลอดเวลาจากจีนลงมาถึงชายแดนไทยเพื่อรักษาความปลอดภัย ป้องกันเหตุร้ายหรือความรุนแรงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนในอดีต
 
ประการสำคัญแม้ปัจจุบันการขนส่งสินค้าจากไทยมีทางเลือกที่จะสามารถใช้เส้นทาง Asian Highway หรือเส้นทางสายไหมเชื่อมโยงระหว่างจีน-ลาว-ไทย หรือ R3A ได้ และเป็นเส้นทางที่ช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งได้อย่างมาก โดยจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ถึงด่านในมณฑลยูนานในเวลาเพียง 8-10 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางคดเคี้ยวที่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินรถบรรทุกขนาดใหญ่ รวมถึงการใช้เส้นทาง R3A จะต้องมีจุดที่ต้องมีการขนถ่ายสินค้าบริเวณจุดขนถ่ายสินค้าบ่อหาน ที่ สปป.ลาว ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศบางประการที่ยังมีความซับซ้อน เช่น กฎหมายทางด้านการประกันภัยที่ไม่เอื้อต่อการขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 ทำให้การขนส่งโดยทางรถบรรทุกจากฝั่งไทยผ่านเส้นทาง R3A ต้องใช้ระยะเวลารวมไม่น้อยกว่า 2 วัน
 
ซึ่งแม้เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเส้นทางการเดินเรือขนส่งเส้นทางแม่น้ำโขงจะใช้เวลาเดินทางมากกว่า หรือใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่เมื่อมองในภาพรวมด้านของปริมาณการขนส่งจะพบว่าในแต่ละเที่ยวการขนส่งสินค้าทางเรือจะสามารถบรรทุกสินค้าได้มากกว่าการขนส่งโดยรถบรรทุก ขณะเดียวกันการขนส่งทางเรือก็ยังมีความสะดวก มีอุปกรณ์ทันสมัย ที่จะดูแลสินค้าเป็นอย่างดี อาทิ ตู้เย็น ตู้คอนเทนเนอร์ โดยท่าเรือหลายแห่งยังได้ติดตั้งเครนยกขนถ่ายสินค้าสำหรับอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าข้ามประเทศอีกด้วย รวมถึงการขนส่งทางเรือจะยิ่งได้ประโยชน์ในการลดต้นทุนการผลิตได้เพิ่มขึ้น เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะทำให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าจากประเทศสมาชิก ทั้งลาว เมียนมา และไทย ไม่มีกำแพงภาษี
 
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าให้ได้ปริมาณมาก ๆ เมื่อคิดคำนวณต้นทุนแล้วจะพบว่าการขนส่งสินค้าทางเรือมีต้นทุนน้อยกว่าใช้รถบรรทุกมากกว่า 50% อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทำธุรกิจการเดินเรือขนส่งสินค้าในลุ่มน้ำโขงก็ยังมีปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินเรือที่จะต้องหลบหลีกเกาะแก่งต่าง ๆ ที่มีจำนวนมาก รวมถึงภาวะปริมาณน้ำลด น้ำน้อย ซึ่งผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณาหรือตัดสินใจเข้าสู่การแข่งขันจำเป็นจะต้องให้ความสนใจหาความรู้และศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน สิ่งสำคัญอาจต้องมีประสบการณ์มากพอสมควรจึงจะเดินเข้าสู่ประตูแห่งโอกาสเส้นนี้ได้อย่างแท้จริง
 
 
 
อรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
กรุงเทพธุรกิจ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์