หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เวียดนาม (Vietnam)
ตลาดผลไม้ในประเทศเวียดนาม

28 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 6819)

แม้เวียดนามจะผลิตผลไม้ได้ปีละ 7 ล้านตัน และส่วนใหญ่จำหน่ายในประเทศ แต่ยังมีผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศเข้าขายในตลาดท้องถิ่นทั่วทุกแห่งไม่เฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ยังกระจายทั้งในตลาดค้าส่งค้าปลีกและในชุมชนเล็ก ๆ ผลไม้นำเข้ามากที่สุดมาจากจีน คิดเป็นกว่าร้อยละ 50 ของผลไม้ที่นำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือผลไม้จากไทย คิดเป็นกว่าร้อยละ 15 และสหรัฐอเมริกาประมาณร้อยละ 12
 
ทั้งนี้ ไม่คิดรวมผลไม้ที่ลักลอบนำเข้าตามชายแดน ผลไม้ที่นำเข้าจากจีนส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้เมืองหนาว เช่น แพร์ พลัม แอปเปิล ส้ม เป็นต้น ส่วนผลไม้ที่นำเข้าจากไทยที่สำคัญ คือ มะม่วงเขียว (มะม่วงทานดิบ) มังคุด มะขาม และลางสาด/ ลองกอง ปัจจุบันเวียดนามได้ผลิตผลไม้ที่มีต้นกำเนิดจากไทย คือ ลางสาด มะม่วงเขียวและทุเรียนหมอนทอง โดยผลผลิตสามารถขายภายในประเทศได้แต่ยังไม่สามารถส่งออก และได้มีการนำเข้าต้นไม้เพื่อขายให้ชาวสวนโดยตรงเพื่อเพาะปลูกในเวียดนาม
 
ในปี 2553 เวียดนามนำเข้าผลไม้เป็นมูลค่า 294 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่านำเข้า 280 ล้านเหรียญสหรัฐ ของปีที่ผ่านมาเพียงร้อยละ 5 โดยตลาดที่นำเข้าผลไม้ลดลงอย่างมากคือออสเตรเลียและไทย ส่วนจีนลดลงเพียงร้อยละ 2 ขณะที่ผลไม้จากอินโดนีเซีย สหรัฐฯ และชิลี นำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
 
ผลไม้นำเข้าส่วนใหญ่จำหน่ายในตลาดผู้บริโภคที่มีรายได้สูง เพราะมีราคาสูงกว่าผลไม้เวียดนาม 2 – 3 เท่าตัว ขณะที่ผลไม้จากจีนซึ่งไม่ได้รับความไว้วางใจด้านสุขอนามัยจึงสามารถครองตลาดผู้บริโภคที่มีรายได้ต่ำ เพราะมีราคาถูกกว่าผลไม้ประเภทเดียวกันของเวียดนามและคู่แข่ง ส่วนผลไม้ไทยได้รับความเชื่อถือด้านความปลอดภัยจากสารเคมี สารพิษตกค้างมากกว่าผลไม้จีน และมีคุณภาพผลไม้ดีกว่าผลไม้เวียดนาม จึงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้มีรายได้สูง
 
 
โอกาสของผลไม้ไทยในตลาดเวียดนาม
 
มีรายงานถึงสถานการณ์เกี่ยวกับผลไม้นำเข้าครองตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะผักผลไม้จากจีนซึ่งทะลักเข้าเวียดนามตามด่านชายแดนต่าง ๆ จำนวนมหาศาล โดยไม่ผ่านการตรวจสอบด้านสุขอนามัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทำให้กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามเริ่มเข้มงวดมากขึ้นกับการนำเข้าผักผลไม้จากต่างประเทศ
 
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามได้ออกระเบียบว่าด้วยมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการนำเข้าผลผลิตด้านการเกษตรมีผลใช้บังคับในปี 2554 เพื่อลดข้อกังวลเกี่ยวกับสารตกค้างที่เป็นพิษในผักและผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนาม อาทิ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคตามเกณฑ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเวียดนามมีเพียงระเบียบควบคุมเฉพาะสาหร่าย วัชพืชและแมลงในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นอันตรายต่อพืชพันธ์ท้องถิ่น แต่ไม่มีระเบียบสำหรับตรวจสอบสารตกค้างเป็นพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคที่ดีเพียงพอ โดยเมื่อมีการบังคับใช้ระเบียบใหม่นี้แล้ว จะมีการควบคุมตรวจสอบผักและผลไม้ทุกชนิดที่นำเข้าทางทะเล อากาศ และทางบกอย่างเข้มงวดที่ด่านทุกด่าน
 
ระเบียบดังกล่าวแม้จะมีเป้าหมายการควบคุมการนำเข้าผักผลไม้จากจีนเป็นสำคัญ แต่ย่อมมีผลกระทบต่อการนำเข้าผลไม้ไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผลไม้ไทยได้รับความเชื่อถือด้านความปลอดภัยจากสารเคมี สารพิษตกค้างมากกว่าผลไม้จีน และมีคุณภาพผลไม้ดีกว่าผลไม้เวียดนาม จึงทำให้ผลไม้ของไทยมีโอกาสด้านการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออก รวมถึงการเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง
 
ดังนั้น ในขณะที่เวียดนามเป็นตลาดสำคัญสำหรับการนำเข้าผลไม้ไทย ตลอดจนมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก เนื่องจากผลไม้ไทยได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่มีรายได้สูงและระดับกลาง รวมทั้งยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดที่สามารถนำเข้ามาทำตลาดได้ จึงควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ติดตามกฎระเบียบในการนำเข้าเพื่อพิจารณาดำเนินการรองรับให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าวมิให้เป็นข้ออ้างในการกีดกันการนำเข้าและควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกได้ทราบความเคลื่อนไหวเพื่อปรับตัวรับสถานการณ์ดังกล่าว
 
 
 
โดย กรมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์