หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ผลกระทบของ AEC ต่อภาคการเกษตรและการเตรียมความพร้อมของไทย

23 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 10861)

โดย  เติมธรรม  สิทธิเลิศ
 
 
ภาคการเกษตรถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการผลิต ผู้แปรรูปมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าเกษตร ตลอดจนสินค้าเกษตรของไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานโลก ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของโลกมาโดยตลอด ส่วนใหญ่ของการค้าสินค้าเกษตรของไทยเป็นการค้ากับประเทศนอกอาเซียน ได้แก่ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา
 
สำหรับการค้ากับอาเซียน แม้ว่าจะมีสัดส่วนน้อยกว่าแต่ก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรของไทยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมในส่วนนี้หลายด้าน จากการศึกษาเกี่ยวกับสินค้าเกษตรของไทยพบว่า กลุ่มสินค้าเกษตรสำคัญที่มีศักยภาพได้แก่ ปศุสัตว์ อาทิ ไก่ สุกร โคเนื้อและผลิตภัณฑ์ อ้อยโรงงาน/น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลไม้ อาทิ มังคุด ลำไย มะม่วง และอาหารแปรรูป กลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพใกล้เคียงคู่แข่ง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กุ้ง และไหม และกลุ่มสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำมันปาล์ม และมะพร้าว
 
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีทั้งทางบวกและทางลบ สรุปได้ว่า ผลกระทบเชิงบวกต่อสินค้าเกษตร ได้แก่ การที่ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยประชากรในอาเซียนรวมกันประมาณ 600 ล้านคน ทำให้เพิ่มความต้องการสินค้าเกษตรมากขึ้น เกษตรกรและผู้แปรรูปได้รับประโยชน์จากแหล่งวัตถุดิบราคาถูก มีการประหยัดต่อขนาด การแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้ต้องมีการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน เป็นผลให้มีการขยายการค้าทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค และการเปิดเสรีสร้างโอกาสให้เกิดการลงทุนทั้งภายในประเทศและการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเพื่อลดต้นทุน ในขณะที่ผลกระทบเชิงลบต่อสินค้าเกษตร ได้แก่ การมีภาวะการแข่งขันในตลาดมากขึ้น การมีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน/คุณภาพต่ำเข้ามาขายภายในตลาดมากขึ้น อาจมีการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือในไทยไปยังที่ที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า ตลอดจนมีการใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี อาทิ มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
 
ด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อรับผลกระทบจากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้านสินค้าเกษตร สามารถแบ่งได้เป็น มาตรการเชิงรับ มาตรการเชิงรุก และมาตรการเยียวยาและการปรับตัว โดยมีรายละเอียด พอสังเขป ดังนี้
1. มาตรการเชิงรับ สามารถแบ่งเป็น
(1) มาตรการป้องกัน อาทิ การจัดระบบบริหารการนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ
(2) มาตรการปราบปราม ในกรณีมีการลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และ
(3) มาตการปกป้องพิเศษ อาทิ การเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษในกรณีมีการนำเข้าสินค้าเกษตรมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการผลิตภายในประเทศ
 
2. มาตรการเชิงรุก สามารถแบ่งเป็น
(1) การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้
(2) การเพิ่มคุณภาพผลผลิตเพื่อให้มีคุณภาพสูงขึ้นและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค โดยมีการกำหนดมาตรฐานและระบบตรวจสอบที่เป็นสากล และ
(3) การสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า อาทิ ด้านบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า ตลอดจนการสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับการผลิต เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จักและจดจำสินค้าได้
 
3. มาตรการเยียวยาและการปรับตัวสามารถแบ่งเป็น
(1) กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หรือที่เรียกว่ากองทุน FTA เป็นกองทุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของผลผลิต แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการช่วยเหลือเยียวยาผ่านการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรม และการปรับโครงสร้าง ทั้งนี้ ระหว่างปี 2549 - 2554 ได้มีการอนุมัติช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้กับสินค้า 7 ประเภทไปแล้ว ได้แก่ โคเนื้อ โคนม สุกร ชา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ และข้าว คิดเป็นวงเงินประมาณ 545 ล้านบาท
(2) กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เป็นกองทุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นระบบทั้งในด้านการตลาด การพัฒนาโครงสร้างการผลิต และการปรับปรุงคุณภาพสินค้าเกษตร ตลอดจนให้ความช่วยเหลือในด้านสินเชื่อซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตรทุกชนิด
(3) มุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานความปลอดภัยสากลต่าง ๆ อาทิ แนวปฏิบัติด้านการเกษตรอันดี (Good Agricultural Practice : GAP) และส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และ
(4) ส่งเสริมการทำการเกษตรโดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการพัฒนาธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสม มีการประยุกต์ใช้แนวปรัชญาการพึ่งพาตนเอง เพื่อสามารถประกอบอาชีพได้ โดยได้รับผลกระทบจากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้น้อยที่สุด
 
การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนย่อมส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อภาคเกษตรของไทยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งนี้ ได้มีการเตรียมการทั้งด้านมาตรการเชิงรับ มาตรการเชิงรุก และมาตรการเยียวยาและการปรับตัว แต่ปัจจัยที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการเตรียมความพร้อมคือการตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น และความร่วมมืออันดีของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นนั่นเอง
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์ 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์