หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ทำความเข้าใจเรื่องการค้าชายแดน : รูปแบบการค้าที่สำคัญของไทยภายใต้กรอบ AEC

23 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2940)

โดย   เติมธรรม  สิทธิเลิศ
 
 
การค้าระหว่างประเทศของไทยมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องและสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญึ่ปุ่น และสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี ยังมีการค้าระหว่างประเทศอีกประเภทหนึ่งที่เป็นการค้าดั้งเดิมของไทยที่มีมาอย่างยาวนานและสร้างรายได้ที่ดีให้กับประเทศไทย เป็นการค้าขายกับประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยหรือที่เรียกว่าการค้าชายแดน และในกรณีที่มีการทำข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งผ่านสินค้าไปยังประเทศที่สามจะเรียกว่าการค้าผ่านแดน ซึ่งถือเป็นรูปแบบการค้าที่มีความสำคัญ เนื่องจากได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2559) และเป็นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาคภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกด้วย
 
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้อธิบายความหมายของการค้าชายแดนว่า หมายถึงการค้าที่เกิดขึ้นจากประชาชนหรือผู้ประกอบการค้าที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันตามบริเวณชายแดนของทั้งสองฝ่าย ในขณะที่การค้าผ่านแดน หมายถึง การค้าที่เป็นการส่งผ่านประเทศที่สองไปยังประเทศที่สาม หรือจากประเทศที่สามผ่านประเทศที่สองมายังประเทศที่หนึ่ง โดยแต่ละประเทศยินยอมให้มีการขนส่งสินค้าผ่านแดนกันได้ การค้าชายแดนของไทยสามารถจำแนกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
(1) การค้าชายแดนแท้จริง เป็นการค้าระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็นเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน
 
(2) การค้าชายแดนที่ทำการติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง เป็นการค้าที่ไม่ผ่านระบบราชการ/พิธีการศุลกากร บางกรณีอาจเป็นธุรกิจที่ไม่ถูกกฎหมาย ถือเป็นการค้าชายแดนนอกระบบ บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมากที่เรียกกันว่ากองทัพมด และ
 
(3) การค้าผ่านชายแดน เป็นการค้าในระบบและปรากฏมูลค่าการค้าผ่านพิธีการศุลกากร ผู้ประกอบการค้าอาจรวมทั้งผู้ประกอบการที่มีที่อยู่บริเวณชายแดนและผู้ผลิต/คนกลางที่ทำหน้าที่รวบรวมสินค้า มีปริมาณซื้อขายสูง รวมถึงการนำเข้าและส่งออกสินค้าต่อไปยังประเทศที่สาม เรียกว่าการค้าผ่านแดนด้วย
 
โดยเป็นการค้าผ่านช่องทางการค้า 2 ประเภท คือ
(1) ช่องการการค้าที่ไม่เป็นทางการ หรือที่เรียกว่าช่องทางการค้าแบบธรรมชาติ และ
(2) ช่องทางการค้าแบบเป็นทางการ ซึ่งสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท คือ
- ช่องทางการค้าตามนโยบายของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนทางการค้า และ
- ช่องทางกฎหมายศุลกากร พ.ร.บ. ศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 ได้แก่ ทางอนุมัติตาม มาตรา 3 และทางอนุมัติเฉพาะคราว ตามมาตรา 5 ทวิ
 
การขยายตัวของการค้าชายแดนของไทยที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องเกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ อาทิ นโยบายการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า (ในช่วงปี 2531-2533) และการกระชับความสัมพันธ์กับจีน การเปิดเสรีทางการค้าของประเทศเพื่อนบ้าน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค ตลอดจนนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและในระดับอนุภูมิภาค เช่น ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-ChaoPhraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS)
 
การค้าชายแดนเป็นประโยชน์ต่อประเทศหลายประการ อาทิ ทำให้ประชาชนของประเทศตามแนวชายแดนมีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนและครอบครัว สร้างกำลังซื้อสินค้าและบริการ ลดปัญหาการชาดแคลนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในและระหว่างประเทศ และเป็นการส่งเสริมความเข้าใจวัฒนธรรม ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้าชายแดนของประเทศไทยถือเป็นรูปแบบการค้าที่สำคัญ มุ่งเน้นการทำธุรกรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็น SMEs มากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ จากการศึกษาพบว่าระบบการค้าชายแดนสามารถรองรับต่อความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมภายนอกภูมิภาคได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การค้าชายแดนจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญของประเทศในการดำเนินยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
 
อุปสรรคของการค้าชายแดนยังคงมีอยู่หลายด้าน อาทิ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า ด้านพิธีการศุลกากร ที่ยังไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน นโยบายและกฎระเบียบด้านการขนส่งสินค้าและยานพาหนะที่แตกต่างกัน การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แหล่งกำเนิดสินค้า การกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี และอุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการค้าระหว่างประเทศ เช่น ระบบการเงิน เส้นทางคมนาคมขนส่ง ตลอดจนการขาดความร่วมมือประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง หากแต่เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนพบว่าอุปสรรคดังกล่าวจะสามารถถูกบรรเทาหรือขจัดไปภายใต้การดำเนินงานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์