หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีเวียดนาม

23 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1622)

(23ก.ค.58) เวลา 11.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเหวียน เติ๊น สุง (Nguyen Tan Dung) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Prime Minister of the Socialist Republic of Vietnam) แถลงข่าวร่วม (Joint Press Communique) ความสำเร็จการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเวียดนามและการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการไทย - เวียดนาม ครั้งที่ 3 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
 
พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามที่ราบรื่นและมีความใกล้ชิด มีการติดต่อ ในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ครอบคลุมทุกสาขาความร่วมมือ และพัฒนาจนกลายเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน โดยเวียดนามเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่ไทยมีความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วย และไทยเป็นประเทศเดียวที่เวียดนามมีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมด้วย
 
ทั้งนี้ เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในอาเซียน ขณะที่ไทยเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอาเซียน โดยในปี 2557 มีอัตราการขยายตัวทางการค้าร้อยละ 13 นอกจากนี้ ซึ่งในปีนั้น ไทยลงทุน ในเวียดนามเป็นอันดับที่ 10 ของการลงทุนจากต่างประเทศ โดยไทยกำลังผลักดันการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการในเวียดนาม และหากสำเร็จจะทำให้ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนลำดับต้น ๆ ของเวียดนามในอนาคต ส่วนนักท่องเที่ยวไทยไปเวียดนามจัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และอันดับ 4 ของกลุ่มประเทศอาเซียน
 
ในปีหน้า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - เวียดนาม จะครบรอบ 40 ปี การเยือนครั้งนี้จึงถือเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาว นานของทั้งสองประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนาม เห็นพ้องให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าวตลอดทั้งปี 2559
 
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการประชุม ได้มีการหารือในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ซึ่งเห็นพ้องกันที่จะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนไทย ซึ่งรวมทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ลงทุนในเวียดนาม ในสาขาต่างๆ เช่น การผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอ พลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค การเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป ท่องเที่ยว
 
นายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนามยังได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มการส่งออกผลไม้ไทยไปยังเวียดนาม และไทยได้เชิญเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสภาความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศ ซึ่งไทย อินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นสมาชิกแล้ว เพื่อร่วมมือรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในตลาดโลกด้วย
 
ภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนามได้เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการไทย - เวียดนาม ครั้งที่ 3 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม ที่ประชุมได้เห็นพ้องให้ผลักดันความร่วมมือร่วมกันในทุกมิติ
 
ด้านการเมือง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ กำหนดให้จัดตั้งกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์
 
ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันจาก 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2563 โดยเร่งขจัดอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการใช้เงินสกุลบาทและเงินด่องในการประกอบธุรกรรมทางการเงิน จัดตั้งกลไกหารืออย่างไม่เป็นทางการเรื่องการคุ้มครองและส่งเสริมการลงทุน และส่งเสริมการเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ ระหว่างกัน
 
ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความร่วมมือด้านการเกษตร ได้แก่ การควบคุมความปลอดภัยและคุณภาพผลิตผลทางการประมง และการพัฒนามาตรฐานและคุณภาพผลไม้ รวมทั้งเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการพัฒนาความเชื่อมโยงทั้งทางบก ทะเล และอากาศ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยให้มีการเร่งรัดการเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกับเวียดนาม พัฒนาการเดินเรือชายฝั่งระหว่างภาคตะวันออกของไทย กัมพูชาและตอนใต้ของเวียดนาม และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินและเที่ยวบินตรงระหว่างจุดหมายปลายทางใหม่ของสองประเทศต่อไป
 
ด้านสังคมและวัฒนธรรม ไทยขอบคุณเวียดนามสำหรับการสนับสนุนไทยในการขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทและกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นแหล่งมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งต่อไปในปี 2559 ที่ประเทศตุรกี และไทยพร้อมที่จะสนับสนุนเวียดนามในการสมัครตำแหน่งกรรมการผู้บริหารขององค์กรยูเนสโก สำหรับปี 2558-2562
 
นอกจากนั้น สองฝ่ายต่างสนับสนุนการเปิดภาควิชาการเรียนการสอนภาษาของกันและกัน รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ไทยศึกษาในเวียดนามและศูนย์เวียดนามศึกษาในไทยอีกด้วย นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนาม ยังพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของสมาคมมิตรภาพของทั้งสองประเทศที่เป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือให้ก้าวหน้าและเชื่อมสายสัมพันธ์และมิตรภาพของประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
 
นายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนาม ยังร่วมกันเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลง 5 ฉบับ ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สำคัญของการเยือนของนายกรัฐมนตรีเวียดนามครั้งนี้ ได้แก่
 
1. ร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย - เวียดนาม ครั้งที่ 3
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน
3. บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน เพื่อส่งเสริมให้ชาวเวียดนามเข้ามาทำงานในไทยตามช่องทางที่ถูกต้องทางกฎหมาย และให้ได้รับสิทธิการดูแลคุ้มครองภายใต้กฎหมายของไทย
4.บันทึกความเข้าใจเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีกับจังหวัดคอนตูม เวียดนาม
5. บันทึกความเข้าใจเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่างจังหวัดตราดกับจังหวัดลองอาน เวียดนาม
 
 
 
 
 
โดย www.banmuang.co.th
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์