หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอาเซียน

22 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 4861)
 
โดย  สันติพจน์  กลับดี
 
                        
 
ถ้าผู้อ่านสังเกตข้อเขียนเกี่ยวกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในคอลัมน์นี้ จะเห็นว่ามักจะมีข้อมูล ตาราง ประกอบอยู่ด้วยเสมอ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากในชีวิตประจำวันของผู้เขียนพบว่า มีผู้คนจำนวนหนึ่งที่มักพูดถึงประเทศไทยตามที่ได้ยินต่อ ๆ กันมา โดยปราศจากข้อมูล หลักฐาน จากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติก็ตาม เช่น ชอบพูดว่า ไทยมีอินเทอร์เน็ตแย่กว่าประเทศเพื่อนบ้าน การศึกษาไทยเป็นอันดับสุดท้ายของอาเซียน และอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะตรงกับข้อเท็จจริงบ้าง และหลายครั้งก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผู้เขียนจึงมักจะหาข้อมูลที่เชื่อถือได้มาสนับสนุนการเขียนในแต่ละครั้งเพื่อช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันกับผู้อ่านให้มากที่สุดเท่าที่พอจะทำได้
 
ในเรื่อง "การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการจัดการต่อระบบ” ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นความร่วมมือของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนก็เช่นกัน ถ้ามีใครถามท่านผู้อ่านว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันนี้ประเทศใดที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ประเทศใดมีพื้นที่ป่าไม้เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ เชื่อว่าบางท่านอาจจะยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ในทันทีทันใดได้ เกี่ยวกับข้อมูลการปล่อยก๊าชเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนและเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในครั้งนี้จะใช้ข้อมูลจากสถิติรายปีสำหรับเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2557 (Statistical Year Book for Asia and the Pacific 2014) ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission For Asia and The Pacific : ESCAP) เป็นแหล่งอ้างอิง ซึ่งเมื่อเลือกข้อมูลที่สำคัญบางประการที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เฉพาะของประเทศสมาชิกอาเซียนมา อาจจะสรุปได้ดังตาราง
 
 
เนื่องจากไม่ต้องการให้มีตัวเลขต่าง ๆ มากเกินไป ในตารางจึงแสดงข้อมูลเพียงบางส่วนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วควรแสดงข้อมูลอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ การปล่อยก๊าชเรือนกระจกเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเนื่องมาจากการใช้เครื่องยนต์ เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความสัมพันธ์โดยตรงกับขนาดทางเศรษฐกิจและตามการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วย
 
ในภาพรวมของตารางจะเห็นว่าในช่วงเวลาประมาณ 2 ทศวรรษหรือ 20 ปีที่ผ่านมา การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ยกเว้นเมียนมาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการปล่อยเลย) โดยประเทศที่ปล่อยมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว สิงคโปร์ และบรูไน ตามลำดับ
 
ส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อบุคคลซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชากรแต่ละคนในแต่ละประเทศ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยมากน้อยกว่ากันเพียงใด พบว่าประเทศที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ บรูไน ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
 
สำหรับสัดส่วนพื้นที่ป่าเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ (ซึ่งเปรียบเสมือนการมีต้นทุนในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน) พบว่า ประเทศที่มีสัดส่วนของป่าเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ บรูไน ลาว มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมา เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยเกือบทุกประเทศมีสัดส่วนน้อยลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (ยกเว้นฟิลิปปินส์และเวียดนาม)
 
สาระสำคัญจากตาราง (โดยท่านผู้อ่านไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจรายละเอียดที่เป็นตัวเลขมากเกินไป) ที่อยากให้เห็นก็คือ ไม่ว่าจะเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว หรือเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างร่วมกันสร้างปัญหาโลกร้อนร่วมกันทั้งสิ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกิดความผิดปกติ และก่อให้เกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น เกิดพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง และผลสืบเนื่องอื่นๆ การช่วยกันลดปัญหาโลกร้อน จึงเป็นภาระหน้าที่ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง
 
สำหรับประชาชนของทุกประเทศนอกจากควรจะช่วยกันลดการใช้พลังงาน ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ประหยัดไฟ ใช้รถยนต์ขนาดเล็กเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังสามารถช่วยกันปลูกต้นไม้ตามโอกาสต่าง ๆ หรือหาโอกาสปลูกต้นไม้ด้วยตนเองทุก ๆ ปี เช่น เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีทำบุญวันเกิด จากการซื้อถังสังฆทานที่เป็นพลาสติกใส่ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไปถวายพระ (ทราบมาว่าหลาย ๆ วัดไม่มีที่เก็บ นำออกมาใช้ไม่ทันจนกลายเป็นของหมดอายุ) มาเป็นการทำบุญวันเกิดด้วยการปลูกต้นไม้ปีละต้น ใครที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ก็อาจจะปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ พืชล้มลุก ฯลฯ ตามความสะดวกของแต่ละคน และถ้าพลเมืองอาเซียนทุกประเทศ ทุกคน มีค่านิยมปลูกต้นไม้ในวันคล้ายวันเกิดกันเพียงคนละหนึ่งต้นแล้ว ประเทศอาเซียนก็จะมีต้นไม้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 600 ล้านต้น
 
ส่วนภาครัฐหรือองค์กรเอกชน สามารถเข้าไปมีบทบาทส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน โดยใช้กระแสสังคมเป็นส่วนสนับสนุน เช่น การที่ประชาชนไทยนิยมขี่จักรยานกันมากขึ้น (ซึ่งก็ได้ช่วยลดการปล่อยมลภาวะไปทางหนึ่งแล้ว) ถ้ามีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งใช้ประโยชน์จากความนิยมนี้ จัดโครงการในลักษณะ "ชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ ขี่จักรยานไปปลูกต้นไม้” โดยจัดเตรียมกล้าไม้ จัดเตรียมแปลงปลูก จัดเตรียมเส้นทาง พร้อมดูแลความปลอดภัยในการขับขี่ จัดเตรียมบุคลากรด้านสาธารณสุขไว้คอยดูแลผู้เข้าร่วมโครงการ น้ำดื่ม และอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เชื่อว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการในลักษณะนี้จำนวนไม่น้อย และย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศไปในทางที่ดีได้
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์