หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
EXIM BANK กับการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ AEC

21 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1728)

นายสุธนัย ประเสริฐสรรพ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ EXIM BANK มีพันธกิจในการสนองนโยบายรัฐบาลเพื่อการพัฒนาประเทศควบคู่ไปกับการดูแลฐานะทางธุรกิจขององค์กรให้มั่นคง โดย EXIM BANK ได้ทำหน้าที่สนับสนุนทางการเงินและป้องกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เวทีโลกตามวิสัยทัศน์ขององค์กรอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ
 
ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558  10 ชาติสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (The Association of Southeast Asian Nations : ASEAN) ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม จะจูงมือกันก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ภายใต้คาขวัญ "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม" (One Vision, One Identity, One Community) ได้แก่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC) และประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community : APSC)
 
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นหนึ่งในเสาหลักของประชาคมอาเซียนที่ถูกกล่าวถึงและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนในระยะถัดไป ภายใต้กลไกการดำเนินการของ AEC จะมีส่วนเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิกอาเซียนในระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่ลึกซึ้งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน เงินทุนและแรงงาน รวมถึงความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน เพื่อขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิต ตลอดจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียน
 
หลายปีที่ผ่านมา EXIM BANK เล็งเห็นถึงโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทยที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงต่าง ๆ ภายใต้กรอบ AEC จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการออกแบบบริการที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ จาก AEC ทั้งด้านการค้าและการลงทุนอย่างครบวงจร ได้แก่
 
1. สินเชื่อเพื่อส่งออก-นำเข้า ประกอบด้วยสินเชื่อระยะสั้น สินเชื่อระยะกลางและระยะยาว บริการออกหนังสือค้ำประกันบริการเพื่อการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ บริการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ และบริการใหม่ในปีนี้ ได้แก่ สินเชื่อเพิ่มพลังผู้ซื้อผู้ขาย ซึ่งช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย เป็นการส่งเสริมและรองรับธุรกรรมการค้าของผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ครบถ้วนทุกมิติ
 
2. สินเชื่อโครงการลงทุน ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ขยายการลงทุนไปในประเทศสมาชิกอาเซียน EXIM BANK มีบริการตามความต้องการของผู้ประกอบการที่แตกต่างกัน อาทิ บริการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศ บริการสนับสนุนธุรกิจก่อสร้างในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ EXIM BANK ยังมีบริการเพื่อรองรับกับความต้องการใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายใต้นโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ สินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
 
3. บริการป้องกันความเสี่ยงในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยในการคว้าโอกาสจาก AEC และรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมกับคู่ค้าหรือตลาดใหม่ ๆ ที่ผู้ประกอบการไทยมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือยังไม่มีความมั่นใจมากนัก ด้วยการประกันการส่งออก การประกันความเสี่ยงการลงทุน และการประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อ/ธนาคารผู้ซื้อ ตลอดจนการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศยุคใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มผันผวน
 
ยิ่งไปกว่านี้ EXIM BANK ให้ความสำคัญอย่างมากกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เนื่องจากตระหนักถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจและข้อจำกัดของผู้ประกอบการ SMEs จึงออกแบบบริการที่สอดคล้องกับความต้องการ ท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยและภูมิภาคอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น EXIM BANK รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ยึดมั่นในการทำหน้าที่เป็นกลไกของภาครัฐเพื่อสนับสนุนและยืนเคียงข้างผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเวทีโลก (AEC and Beyond) อย่างมั่นใจและเต็มภาคภูมิ ซึ่งจะเป็นรากฐานและฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงสืบไป
 
สินเชื่อ EXIM BANK เพื่อ SMEs
- สินเชื่อ SMEs ส่งออกสบายใจ วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกรับความคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชาระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศได้ในอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่พิเศษกว่าปกติ และได้รับอนุมัติวงเงินสูงสุดถึง 6 เท่าของหลักประกัน
 
- สินเชื่อ SMEs ค้าชายแดน วงเงินกู้ระยะเวลา 1-2 ปี สูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย) และเวียดนาม
 
- สินเชื่อ SMEs ขยายฐานเงินกู้ระยะยาว วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท สามารถกู้ได้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินอื่นสำหรับนำไปใช้ย้ายฐานการผลิตหรือขยายการลงทุนในต่างประเทศ
 
- สินเชื่อ SMEs เริ่มต้นธุรกิจ เป็นวงเงินหมุนเวียนสูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก SMEs ที่เพิ่งเริ่มกิจการไม่เกิน 3 ปี และมีคำสั่งซื้อแล้วแต่ยังขาดเงินทุนหมุนเวียนให้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับเตรียมสินค้า ทั้งช่วงก่อนและหลังส่งออก
 
- สินเชื่อ SMEs เพื่อการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเป็นวงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนให้ SMEs ไทยทำการวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการและสร้างนวัตกรรมของตนเอง โดยเฉพาะ SMEs ที่มีโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
 
- EXIM 4 SMEs บริการประกันการส่งออกระยะสั้นที่มีจุดเด่นด้วยเบี้ยประกันที่ต่ำ ขั้นตอนการอนุมัติที่รวดเร็ว และอัตราความคุ้มครองสูงถึงร้อยละ 90 ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในการรุกขยายตลาดสู่ AEC
 
 
 
ที่มา :  สยามรัฐ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์