หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การส่งเสริมธุรกิจ SMEs ของมาเลเซีย

10 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 2550)

มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูและประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพทางการเมืองในทศวรรษที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมาเลเซียมีขนาดของเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและไทย (พิจารณาจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) อีกทั้งอัตราการเจริญเติบโตของ GDP ก็แข็งแกร่งจนมีผลให้รายได้ต่อหัวของประชากรอยู่ที่ 9,800 ดอลลาร์สหรัฐ

มาเลเซีย มีความตื่นตัวในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และได้มีการจัดทำแนวทางการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ของตนเองในช่วงปี 2554-2558 และได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ 10 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ SMEs มีรายได้เพิ่มขึ้น และสนับสนุนให้รายที่มีศักยภาพ มีขีดความสามารถเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับโลก และยังกำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้ถึง 6 ด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนพัฒนาประเทศที่วางไว้ โดยมีโครงการต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับอย่างมากมาย ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแกร่ง การเสริมสร้างศักยภาพและความสามารถ การส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เป้าหมายรวมในระดับประเทศคือการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวเป็น 15,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563

จะเห็นว่าโอกาสของ SMEs มาเลเซีย จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น การลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่จะช่วยให้ SMEs มีช่องทางการจำหน่ายมากขึ้นแล้ว การส่งเสริมอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องจากภาครัฐ ส่งผลทำให้ SMEs ที่มีศักยภาพ สามารถส่งออกได้มากขึ้น โดยรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ความสำคัญของระบบโลจิสติกส์ โดยมีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อม ส่งผลทำให้ต้นทุนในการส่งสินค้าต่ำกว่าไทย

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังมีสำนักงานส่งเสริมการส่งออกมาเลเซีย ประจำประเทศไทย (MATRADE) ทำหน้าที่หาโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ ของมาเลเซีย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้จัดโครงการบิสสิเนส แมชชิ่ง นำผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างของมาเลเซียมาพบปะกับผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างของเมืองไทย เพื่อดูว่าจะมีโอกาสลงทุนร่วมกันอย่างไรได้บ้าง

ที่ผ่านมา นักลงทุนมาเลเซียสนใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นโครงการขนาดเล็กที่มีมูลค่าการลงทุนน้อยกว่า 50 ล้านบาท มีจํานวน มากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 40.5 รองลงมาได้แก่โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนอยู่ ระหว?าง 50-99 ล้านบาท ร้อยละ 24.3 โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 100-499 ล้านบาท ร้อยละ 18.9 โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 500-999 ล้านบาท ร้อยละ 8.1 และโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ร้อยละ 8.1

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์