หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> มาเลเซีย (Malaysia)
ประวัติและข้อมูลรัฐบาลมาเลเซียโดยย่อ

9 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 8003)

จากอดีตมาเลเซียที่เคยถูกตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ จึงได้มี การเอาแบบโครงสร้างทางการเมืองการปกครองของอังกฤษมาใช้ ยกเว้นระบบรัฐสภาซึ่งมาเลเซียมีทั้งรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลสหพันธ์ (Federal Government) และรัฐบาลแห่งรัฐ (State Government) โดยแต่ละรัฐมีสุลต่านปกครอง และสุลต่านร่วมกันเลือกสมเด็จพระราชาธิบดี หรือ ยังดี เปอร์ตวน อากง (Yang di-pertuan Agong) เป็นกษัตริย์ ปกครองประเทศ โดยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันระหว่างสุลต่าน ทั้ง 9 รัฐ เพื่อเป็นประมุของค์ละ 5 ปี (รัฐที่มีสุลต่านเป็นประมุข จำนวน 9 รัฐ ได้แก่ เปรัค ปาหัง สลังงอร์ เปอร์ลิส เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน และตรังกานู รัฐที่มีผู้ว่าการรัฐเป็นประมุขจำนวน 4 รัฐ ได้แก่ ปีนัง มะละกาซาราวัค และ ซาบาห์) ปัจจุบันสมเด็จพระราชาธิบดี แห่งมาเลเซีย คือ Sultan Mizan Zainal Abidin ibni Al-Marhum จากรัฐตรังกานู (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2549) ซึ่งทั้งรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลสหพันธ์ (Federal Government) และ รัฐบาลแห่งรัฐ (State Government) ยังมีโครงสร้างที่รองรับการปกครอง ดังนี้
 
ระดับสหพันธรัฐ
1. สภาประมุขของผู้ปกครองรัฐ (The Conference of Ruler) และพระราชาธิบดี
2. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
3. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา(Dewan Rakyat and Dewan Negara)
4. สถาบันตุลาการ
 
ระดับรัฐ
1. ประมุขแห่งรัฐ
2. สภาการบริหารและมุขมนตรี (Executive Council and Chief Ministers)
3. สภานิติบัญญัติแห่งรัฐ (State Legislative Assembly)
4. เลขาธิการประจำรัฐ (State Secretary)
 
โครงสร้างทั้งหมดข้างต้น ต่างถูกกำหนดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ของประเทศมาเลเซียหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐธรรมนูญนี้ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียว ซึ่งใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 แต่ได้มีการแก้ไขหลายครั้ง โดยโครงสร้างรัฐสภาของมาเลเซียจะมีลักษณะ เช่นเดียวกับอังกฤษ ซึ่งสรุปได้ว่าการปกครองของมาเลเซียเป็นแบบรัฐสภา (Parliament System) ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร (House of Representative) ที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้งและวุฒิสภา (Senate) ที่สมาชิกมาจากการแต่งตั้ง อำนาจทางการเมืองขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร โครงสร้างการปกครองของมาเลเซียแบ่งเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่
 
1. ฝ่ายนิติบัญญัติ
ประกอบด้วย 2 สภาคือ วุฒิสภาหรือสภาสูง (Senate หรือ Dewan Negara) จำนวน 70 ที่นั่ง มาจาก 2 ส่วน คือ ส่วนแรกมาจาก การแต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรี จำนวน 44 ที่นั่ง และส่วนที่สองอีก 26 ที่นั่ง มาจากการเลือกโดยสภานิติบัญญัติของทั้ง 13 รัฐ (State Legislatures) จำนวนรัฐละ 2 คน มีวาระ 6 ปี สำหรับสภาผู้แทนราษฎร (House of Representative หรือ Dewan Rakyat) มาจาก การเลือกตั้ง เขตละ 1 คน รวม 222 คน มีหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย ที่รัฐบาลหรือวุฒิสภาเป็นผู้เสนอ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 5 ปี
 
2. ฝ่ายตุลาการ
อำนาจตุลาการใช้ระบบกฎหมายของอังกฤษ คือ กฎหมายแบบจารีต (Common Law) ยกเว้นศาสนาอิสลามอยู่ภายใต้ระบบสหพันธ์ ทำให้อำนาจตุลาการมีความอิสระมาก เพราะไม่ถูกควบคุมโดยฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ
 
3. ฝ่ายบริหาร
ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารตาม ระบบรัฐสภาและเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ที่สมาชิกได้รับเลือกเข้ามาในสภามากสุด หรืออาจเป็นหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เหมาะสมเข้าร่วมเป็น คณะรัฐมนตรี (Cabinet) มาดำรงตำแหน่งตามกระทรวงต่างๆ ตามนโยบาย ทั้ง 24 กระทรวง ซึ่งในส่วนความสำคัญของฝ่ายบริหารนี้ ประเทศมาเลเซียให้ความสำคัญกับบทบาทนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลกลางหรือรัฐบาล สหพันธ์เป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำคณะรัฐบาลในการบริหาร ประเทศแล้ว นายกรัฐมนตรียังสามารถแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ ทั้งยังต้องถวายนโยบายการปกครอง และการบริหารรัฐให้แก่กษัตริย์ทราบ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ผู้พิพากษาอธิบดี กรมตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการบริหารสาธารณะ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งหลังการประกาศเอกราช ประเทศ มาเลเซียมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำฝ่ายบริหารมาแล้วรวม 6 คน ทั้งหมดมาจากพรรคการเมืองเดียวกัน คือ พรรค United Malays National Organization (UMNO) มีแนวนโยบายการบริหารประเทศ เน้นชาตินิยมแต่ไม่รุนแรง สนับสนุนชาวมาเลย์ให้มีสิทธิในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แนวนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศหลักๆ สรุปได้ดังนี้
 
1. ดำเนินนโยบายอย่างเป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยเฉพาะประเทศตะวันตก
2. พยายามเข้าไปมีบทบาทนำในอาเซียนและกลุ่มประเทศ กำลังพัฒนาโดยเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิม เพื่อเป็นพลังต่อรอง กับประเทศตะวันตกในเวทีระหว่างประเทศ
3. พัฒนาการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยไม่ยึดติดกับ รูปแบบของประเทศตะวันตก มีแนวดำเนินการของตนเอง และ ให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงภายในประเทศเป็นหลัก
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์