หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
หารือเพื่อนบ้านเชิงลึก ปั้นเขตศก.เชียงรายตรงเป้า

9 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 1602)

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เชียงราย เป็นจังหวัดหนึ่งที่ถูกวางอยู่ในแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนระยะ 2 ของรัฐบาล ซึ่งการปลุกปั้นครั้งนี้มีทั้งโอกาสมหาศาล และความท้าทายรออยู่ กรุงศรี ออโต้ ได้จัดงานสัมมนา "เขตเศรษฐกิจพิเศษก็มา อาเซียนก็มี รู้ก่อนวันนี้ ปีหน้าร่ำรวย” ที่มีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ
 
ในมุมของภาครัฐ เฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เห็นว่าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย เป็นโอกาสในแง่ที่ว่าสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยมีต้นทุนการผลิตต่ำลง โดยจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมประเภทใดบ้างในพื้นที่
 
ด้านภาคเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจข้ามแดน ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ฝ่ายการค้าชายแดน มองว่าปัจจัยหลักที่จะทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนประสบผลสำเร็จ คือ การหารือกับประเทศเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาวของแต่ละฝ่าย รวมถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ชายแดนที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษได้อย่างเหมาะสม ส่งเสริมกันและกัน
 
"การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.เชียงราย ภาครัฐและเอกชนจะต้องหารือกับทางรัฐบาลมณฑลยูนนานของจีน รัฐบาลเมียนมา และ สปป.ลาว เพราะนโยบายของแต่ละประเทศจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นด้วย เช่น หากฝ่ายจีนไม่ปล่อยน้ำจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง การค้าทางเรือตามลำน้ำโขงก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือหากเมียนมาหันไปสนับสนุนการค้าชายแดนในบริเวณอื่นแทนท่าขี้เหล็ก หรือ สปป.ลาว ปรับเปลี่ยนนโยบายชายแดนก็กระทบต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของไทยเช่นกัน”
 
นอกจากนี้ จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้สามารถปรับนโยบายของไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น โดยการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง เช่น การที่จีนซื้อที่ดินเพื่อเพาะปลูกพืชเกษตรใน สปป.ลาว กว่าแสนไร่ และเตรียมใช้พื้นที่นับหมื่นไร่พัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ที่พักอาศัย และศูนย์กลางทางการค้า เพื่อรองรับชาวจีนวัยเกษียณ อีกทั้งยังตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ที่เมืองสิบสองปันนา ซึ่งนอกจากเป็นพื้นที่การผลิตที่สำคัญของนักลงทุนจีนแล้ว ยังมีห้างวอลมาร์ต และศูนย์การค้า ดึงชาวลาวให้เข้าไปจับจ่ายใช้เงินได้มาก
 
ขณะเดียวกัน ในด้านของเมียนมาได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่างเมียนมาและ สปป.ลาว เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางที่ต้องผ่านประเทศไทย "นโยบายเหล่านี้ล้วนแต่กระทบต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.เชียงราย ทั้งสิ้น เพราะประเทศเพื่อนบ้านมีแรงดึงดูดต่างชาติให้เข้าไปลงทุนมากกว่า รวมทั้งจีนก็ได้ลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่บริเวณนี้หมดแล้ว จึงยากที่จะเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย”
 
ผกายมาศ ระบุ สำหรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนเชียงราย ควรเน้นธุรกิจบริการ เช่น บริการทางการเงิน การท่องเที่ยว โรงแรม โรงพยาบาล ธุรกิจสุขภาพเสริมความงาม ธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงการสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ สนามกีฬา เพื่อดึงให้ชาวต่างชาติทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่เมียนมา สปป.ลาว และมณฑลยูนนานของจีน เข้ามาพักผ่อน ท่องเที่ยว และจัดประชุมตลอดจนการแสดงสินค้าต่างๆ โดยใช้จุดแข็งของไทยในโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบริการ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ดึงดูดให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบริการในบริเวณ 3 ประเทศนี้ได้ รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังจีนตอนใต้ เมียนมา และ สปป.ลาว
 
อย่างไรก็ตาม หากจะเดินหน้าโครงการนี้ให้สำเร็จ รัฐบาลจะต้องจัดหาที่ดินราชพัสดุมาปล่อยเช่าในราคาถูกให้กับภาคเอกชน รวมทั้งจะต้องมีมาตรการดึงดูดการลงทุนที่พิเศษจริงๆ สูงกว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้ยากที่จะดึงการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในบริเวณนี้ได้ ประกอบกับพื้นที่รัฐฉานของเมียนมา และตอนเหนือของ สปป.ลาว มีประชาชนน้อย มีเพียงจีนตอนใต้ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องให้สิทธิพิเศษส่งเสริมการลงทุนที่มากกว่าปกติ จึงทำให้ภาคเอกชนมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุน
 
ขณะที่ เกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มองว่า การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไทยจะต้องคิดยุทธศาสตร์ของแต่ละแห่งให้ชัดเจนว่าต้องการและมีศักยภาพเด่นด้านใด ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ และสามารถเชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาประเทศของเพื่อนบ้านได้ จึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งเชื่อว่าจะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่กี่แห่งที่จะประสบความสำเร็จ และหวังว่าจะมีเชียงรายรวมอยู่ด้วย เพราะมีความโดดเด่นในแง่ที่สามารถต่อยอดการค้าไปถึงจีนตอนใต้ เมียนมา อินเดีย และเอเชียใต้
 
เหล่านี้คือโอกาสและความท้าทายที่ไทยจะต้องตีโจทย์ให้แตก ต้องรู้นโยบายเพื่อนบ้าน และเข้าใจความต้องการของตัวเองชัดเจน เพื่อผลักดันให้เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแจ้งเกิดอย่างงดงาม
 
 
 
credit : posttoday





กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์