หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เวียดนาม (Vietnam)
จุดอ่อนและอุปสรรคต่อการเข้ามาทำการค้าและการลงทุนในเวียดนาม

7 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 6642)

แรงงานขาดทักษะ
เวียดนามยังขาดแคลนผู้บริหารระดับกลาง ปัจจุบันแรงงานดังกล่าวสามารถสนองความต้องการของโครงการลงทุนจากต่างชาติได้เพียง 1 ใน 4 ส่วนแรงงานที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยก็ยังขาดทักษะและไม่มีการฝึกอบรม ( training )
 
ต้นทุนการลงทุนสูง
จากรายงานของผู้ศึกษาบางแห่ง ได้ชี้ให้เห็นว่าต้นทุนการลงทุนในประเทศเวียดนามสูงกว่าในประเทศอื่น ๆ โดยเปรียบเทียบ อัตราค่าเช่าสำนักงานในกรุงฮานอยสูงเป็นลำดับ 5 ในเอเชียรองจาก มุมไบ นิวเดลี ฮ่องกง และสิงคโปร์ ต้นทุนการขนส่งทางทะเลไป – กลับ ท่าเรือเมืองดานังมีอัตราสูงที่สุดในเอเชีย สูงกว่าต้นทุนโดยเฉลี่ยของประเทศในอาเซียนอื่น ๆ ประมาณ 1.5 เท่า ส่วนค่าเช่าที่พักอาศัยในเวียดนามมีอัตราใกล้เคียงกับ ค่าเช่าที่พักในสิงคโปร์และเป็น 2 เท่า ของอัตราค่าเช่าในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
 
โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสนับสนุนยังล้าหลังและไม่เพียงพอ
นักลงทุนจากบางประเทศผิดหวังกับบรรยากาศการลงทุนในเวียดนามโดยพิจารณาจากอัตราความพอใจลดลงจากเดิม 75.4 % เหลือ 41.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยคือ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังล้าหลังและขาดอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งผู้จัดหา (service supplier ) ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ หากจะเปรียบเทียบแล้ว ถ้าเงินทุนเพื่อการพัฒนามีเท่ากับ 100 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจมีประมาณ 10 และเกือบจะไม่มีการลงทุนพัฒนาใน อุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์เลย
 
อุตสาหกรรมสนับสนุน ในเวียดนามเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะสัดส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์จากในประเทศของบริษัทญี่ปุ่นในเวียดนามมีอัตราต่ำที่สุดในภูมิภาคคือมีเพียง 26.5% เมื่อเทียบกับอัตราโดยเฉลี่ยในภูมิภาค คือ 40.1% ในขณะที่อัตราดังกล่าวในไทยซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาค มีมากกว่าเวียดนามถึง 2 เท่า
 
การที่วัสดุอุปกรณ์ในประเทศเวียดนามมีน้อยทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนต้องสั่งซื้ออุปกรณ์เหล่านั้นจากต่างประเทศ ดังนั้น แม้ว่าในระยะยาว เวียดนามยังคงเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุน แต่หลายบริษัทที่มีแผนจะเพิ่มปริมาณการจัดซื้อวัตถุดิบในประเทศ จึงต้องให้มีการปรับปรุงทั้ง service supplier ในท้องถิ่นและคุณภาพของวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุปกรณ์
 
นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากพบว่ายากที่จะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเวียดนามแม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ สภาแห่งชาติจะผ่านกฎหมายยินยอมให้ต่างชาติมีที่อยู่อาศัยได้ก็ตาม แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด คุณภาพของการให้บริการอื่น ๆ ซึ่งมีจำนวนน้อยก็น่าผิดหวังมากกว่า เนื่องจากขั้นตอนยุ่งยากและมีอุปสรรคด้านภาษี การขาดแคลนล่ามที่มีคุณภาพ ทำให้เป็นปัญหาสำหรับนักลงทุนในการเจรจากับบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคกลางของเวียดนาม
 
ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า
1) นักธุรกิจต่างชาติยังไม่ได้รับสิทธิในการทำธุรกิจนำเข้าและค้าขายยกเว้นผู้ที่ลงทุนตั้งโรงงาน แต่สามารถตั้งสำนักงานตัวแทนโดยไม่มีรายได้
 
2) กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ต้องติดตามและแก้ไขปัญหา ควรมีการติดตามและศึกษาข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอควรสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมไว้ก่อนว่ารัฐบาลเวียดนามพยายามแก้ไข ปรับปรุง กฎ ระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้า การลงทุน และสร้างความเสมอภาคระหว่างนักลงทุนชาวเวียดนามกับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสามารถขอข้อมูลกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงวางแผนและการลงทุน (MPI)ของแต่ละจังหวัด ส่วนระบบการคิดคำนวณอัตราอากรศุลกากรนำเข้ายังคงเป็นปัญหาพิธีการและแบบฟอร์มศุลกากรแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความมั่นใจในการลงทุนหรือเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนาม
 
3) การกำหนดราคากลางสำหรับสินค้านำเข้า เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณจัดเก็บอากรศุลกากร ขาเข้ากำหนดไว้สูงมาก และไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน
 
4) มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย
 
5) ปัญหาความขัดแย้งระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ร่วมทุนท้องถิ่นเนื่องจากแนวทางการบริหารงานแตกต่างกัน ปัญหาการแบ่งปันผลประโยชน์ไม่ลงตัว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลง เนื่องจาก การลงทุนเป็นต่างชาติ 100% มากขึ้น
 
6) ระบบกฎหมายและระบบการตัดสินข้อพิพาทของเวียดนามมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในทางปฏิบัติการพิจารณาตัดสิน ลงโทษนอกจากจะขึ้นอยู่กับตัวบทกฎหมายแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ
 
7) ระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร
8) ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและผู้บริหารระดับกลางที่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่
9) ความล่าช้าในการปฏิรูประบบการเงินการธนาคาร
 
10) นักลงทุนท้องถิ่นขาดแคลนเงินทุนในการร่วมทุนกับชาวต่างชาติและขาดประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันในตลาดโลก
 
11) ปัญหาต้นทุนค่าขนส่งทางเรือสูง เนื่องจากค่าระวางขนส่งสินค้าทางเรือจากไทยไปเวียดนามมีราคาสูง และมีพื้นที่ระวางไม่เพียงพอกับความต้องการ
 
12) เวียดนามขาดขาดข้อมูลข่าวสารด้านการค้าและเศรษฐกิจที่ทันสมัย
 
13) กำลังซื้อของประชากรส่วนใหญ่ในเวียดนามอยู่ในระดับตํ่า ยกเว้นในเมืองใหญ่ เช่น นครโฮจิมินห์ และ กรุงฮานอย อย่างไรก็ตาม บริเวณเมืองใหญ่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด
 
14) ผู้ส่งออกไทยยังขาดความชำนาญในการทำการค้ากับชาวเวียดนามและขาดข้อมูลในรายละเอียดบางเรื่องที่ผู้นำเข้าชาวเวียดนามมีความต้องการเช่น ชาวเวียดนามต้องการให้ส่งออกสินค้าหลายประเภทบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์เดียวกัน แต่ผู้ส่งออกไทยยังไม่สามารถทำได้หรือไม่สนใจที่จะทำธุรกิจด้วยในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญทางการค้ากับเวียดนาม และมีสำนักงานตัวแทน (Representative Office) ที่ศึกษาตลาดเวียดนามอย่างใกล้ชิด ทำให้รู้จักและคุ้นเคยกับตลาดเวียดนามและสามารถตอบ สนองความต้องการของลูกค้าเวียดนาม ทำให้ผู้ประกอบการไทยประสบกับการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง
 
15) การดำเนินการทางด้านเอกสารของ Automatic Import Licensing ผู้นำเข้าจะต้องส่งเอกสาร 2 ฉบับ คือ สำเนา Commercial Invoice และ Bank Payment Certificate ตัวจริง ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องประทับ ตราบริษัทเพื่อรับรองเอกสาร ก่อนส่งมอบ การส่งมอบต้องส่งผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะตอบรับหรือให้แก้ไขทางไปรษณีย์เช่นกันซึ่งทำให้ต้องใช้เวลา และอาจเกิดกรณีเอกสารสูญหาย ซึ่งทางการเวียดนามจะไม่มีการรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว ดังนั้นผู้นำเข้าต้องดำเนินการ จัดส่งใหม่ตามขั้นตอน กรณีที่สินค้าส่งทางอากาศ ผู้นำเข้าอาจต้องมีการเตรียมการล่วงหน้ามิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อเก็บรักษาสินค้าจนกว่าจะได้รับการตอบกลับทางไปรษณีย์ โดยระยะเวลาในการออก Automatic Import Licensing ผู้นำเข้าต้องรอเอกสารตั้งแต่ 7 วันทำการขึ้นไป เดิมเคยออกสินค้าได้ภายใน 5 วันนับแต่สินค้าถึงท่า Import License ดังกล่าวมีอายุ 1 เดือนหลังจากได้รับอนุญาต กรณีที่ Import License สูญหายหรือเสียหายจากการจัดส่ง ผู้นำเข้าจะต้องเริ่มขอใหม่โดยต้องทำหนังสือชี้แจงว่าเอกสารสูญหาย หรือเสียหาย และมีความจำเป็นต้องขอดำเนินการใหม่ การขอเอกสารใหม่จะใช้เวลา 5 วันทำการ
 
16) แม้ว่ารัฐบาลเวียดนามจะมีเสถียรภาพสูง สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่การเมืองระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น มีทั้งการสอดรับกับนโยบายส่วนกลาง และอาจมีลักษณะเฉพาะตัวในการแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนา อาจรวดเร็ว หรือล่าช้า เป็นสิ่งที่ต้องจัดหาผู้แทนของกิจการไปสร้างความเข้าใจหรือรู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
 
17) ความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ต้องระมัดระวังต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการเรียกค่าคุ้มครองกับชาวต่างชาติ การก่อกวนสร้างความหวาดกลัวเป็นระยะจากกลุ่มคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยอาจไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ กิจการต้องวางมาตรการและจัดสรรงบประมาณเรื่องการบริหารความปลอดภัย
 
 
 
 
 
โดย กระทรวงพาณิชย์ (คู่มือการค้าและการลงทุน)
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์