หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
ธรรมเนียมน่ารู้ในการติดต่อธุรกิจกับชาวเมียนมา

6 กรกฎาคม 2015 (จำนวนคนอ่าน 3024)

เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญ อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่โลหะต่างๆ อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับรัฐบาลเมียนมามีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ขณะที่ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเตรียมขยายโอกาสการค้าการลงทุนกับเมียนมา
 
ในบรรดาผู้ประกอบการต่างชาติทั้งหลาย ผู้ประกอบการไทยมีความได้เปรียบในการทำการค้า การลงทุนกับเมียนมาจากทำเลที่ตั้งซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับเมียนมาเป็นระยะทางถึง 2,401 กิโลเมตร ส่งผลเกื้อหนุนให้มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมามีสัดส่วนสูงถึงเกือบร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยในเมียนมาสูงเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายการค้าการลงทุนในเมียนมาว่ายังมีอีกมาก สำหรับธรรมเนียมในการติดต่อธุรกิจกับชาวพม่าที่น่ารู้เพื่อให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นมีดังนี้
 
-ภาษาที่ใช้ในการเจรจาธุรกิจ เมียนมามีภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกันมากกว่า 100 ภาษาและใช้ภาษาเมียนมา (Burmese หรือ Myanmar) เป็นภาษาราชการ อย่างไรก็ตาม การเจรจาธุรกิจนิยมใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สำหรับนามบัตรควรมีคำแปลเป็นภาษาพม่าอีกด้านหนึ่งของนามบัตรด้วย
 
-การแต่งกาย ในการเจรจาธุรกิจควรแต่งกายสุภาพและภูมิฐาน โดยสุภาพบุรุษควรสวมเสื้อเชิ้ต ผูกเนคไท และสวมสูท สำหรับสุภาพสตรีควรสวมเสื้อแบบสุภาพ (เสื้อมีแขนและเนื้อผ้าไม่บางจนเกินไป) และกระโปรงยาวคลุมเข่า รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าสีจัด เช่น สีแดงและสีแสด ท้ังนี้โดยทั่วไปชาวเมียนมานิยมสวมชุดสากลในการเจรจาธุรกิจ อย่างไรก็ตามชาวเมียนมาบางคนอาจสวมเสื้อแบบสุภาพคู่กับโสร่งซึ่งเป็นชุดประจำชาติของเมียนมาแทน
 
-การทักทาย ชาวเมียนมาทักทายกันโดยกล่าวคำว่า "มิงกะลาบา” แทนคำว่า "สวัสดี” ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดท้ังวัน สุภาพบุรุษอาจทักทายกันตามแบบสากลด้วยการสัมผัสมือพร้อมกับยิ้ม อย่างไรก็ตาม การทักทายด้วยการแตะต้องและยื่นมือไปหาสุภาพสตรีถือว่าไม่สุภาพ จึงอาจทักทายด้วยการโค้งตัวเล็กน้อยแทน สำหรับการเอ่ยชื่อคู่เจรจาชาวพม่าควรเรียกชื่อเต็ม ห้ามเรียกเพียงบางส่วนของชื่อโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ชื่อของชาวเมียนมามิได้มีเพียงชื่อจริงและนามสกุลเท่านั้น แต่ประกอบด้วย 3-4 ส่วน ซึ่งต้องกล่าวให้ครบทุกส่วน อาทิ U Aung Win Khaing นอกจากนี้ควรกล่าวคำนำหน้าชื่อ ได้แก่ "อู” แทนคำนำหน้าว่า "Mr.” และ "ดอว์” แทนคำนำหน้าว่า "Ms.” หรือ "Mrs.” หลังจากทักทายและแนะนำตัวแล้ว ชาวเมียนมานิยมแลกนามบัตรซึ่งควรใช้ทั้งสองมือรับนามบัตรและควรดูนามบัตรของคู่เจรจาก่อนเก็บเข้ากระเป๋า
 
-การติดต่อและนัดหมาย ชาวเมียนมาไม่นิยมใช้ E-mail ในการติดต่อและนัดหมายทางธุรกิจ ดังนั้น ควรติดต่อผ่านโทรสาร โทรศัพท์หรือนัดพบปะเพื่อพูดคุยกัน ซึ่งควรมีการนัดหมายล่วงหน้าและไปตรงตามเวลานัดหมาย นอกจากนี้อาจนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ติดตัวไปมอบให้คู่เจรจาเพื่อแสดงความขอบคุณ ซึ่งโดยทั่วไปสิ่งของที่นิยมมอบให้กับคู่เจรจาชาวเมียนมา ได้แก่ หนังสือและนิตยสารภาษาอังกฤษ หรือเครื่องสำอางจากต่างประเทศ (สำหรับสุภาพสตรี)
 
-การเจรจาและทำงานร่วมกัน ในการเจรจาธุรกิจครั้งแรกกับชาวเมียนมา ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ไม่นิยมกล่าวถึงเรื่องธุรกิจอย่างลึกซึ้ง แต่จะใช้เวลาสอบถามและเรียนรู้ลักษณะนิสัยของคู่เจรจา รวมถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจของคู่เจรจาอย่างคร่าวๆ ทั้งนี้ชาวเมียนมาให้ความเคารพผู้อาวุโสกว่าอย่างมากเช่นเดียวกับชาวเอเชียชาติอื่นๆ ดังน้ัน การเจรจาและทำงานร่วมกันระหว่างชาวเมียนมากับชาวเอเชียมักง่ายกว่าชาวตะวันตก นอกจากนี้ชาวเมียนมายังให้ความสำคัญกับการตอบแทนบุญคุณ หากได้รับความช่วยเหลือแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องทำสิ่งตอบแทนกลับคืนไป
 
-การร่วมรับประทานอาหาร หากได้รับเชิญไปรับประทานอาหารกับคู่เจรจาชาวเมียนมา ควรแต่งกายสุภาพ และตรงต่อเวลา สำหรับการรับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านของชาวเมียนมา แขกและผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ชาวเมียนมานิยมนั่งรับประทานอาหารร่วมกันบนเสื่อหรือโต๊ะอาหารมีลักษณะกลม และเล็กพอที่ทุกคนจะตักอาหารถึง อาหารเมียนมามีลักษณะคล้ายอาหารอินเดียผสมจีน มีข้าวเป็นอาหารหลักและจะเสิร์ฟพร้อมกันเป็นสำรับเหมือนอาหารไทยโดยวางตรงกลางสำหรับรับประทานร่วมกัน ชาวเมียนมายังมีธรรมเนียมในการใช้มือซ้ายซึ่งถือว่าเป็นด้านที่สะอาดในการใช้ช้อนกลางและนิยมรับประทานอาหารด้วยช้อนกับส้อมโดยไม่ใช้มีด ผู้ร่วมรับประทานอาหารควรรับประทานข้าวที่ตักมาให้หมดเพราะการเหลือข้าวไว้บนจานเป็นการแสดงว่าต้องการข้าวเพิ่ม นอกจากนี้ชาวเมียนมาไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานอาหาร แต่นิยมดื่มเพียงน้ำเปล่า น้ำผลไม้และชาเท่านั้น
 
 
 
 
โดย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์